macho_luglio 's cargo, Mostly fanfictions.

Archive for December, 2013

[Knb : AoKi] Drabble – Wish you were here.

[KnB : AoKi] Drabble – Wish you were here.

 
 
Pairing : Aomine Daiki X Kise Ryota.
 
 
 
 
 
 macho_luglio
 
นาฬิกาในมือถือ บอกเวลาใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว เมื่อคิเสะกระโดดลงมาจากรถของผู้จัดการ…เขาไม่รับงานนายแบบในระหว่างฤดูแข่งขันก็จริง แต่วันสิ้นปี ทางเอเจนซี่ต้องการเขาเป็นพิเศษ…เพื่อตอบแทนที่เคยให้ความกรุณากันมาจึงต้องเข้าร่วม
 
แล้วก็ต้องมาเสียใจทีหลัง…เพราะเวลาที่เหลือไม่กี่นาทีนี้ เขาคงไม่สามารถไปไหว้พระรับปีใหม่ด้วยกันได้ทันแน่
 
ทั้งๆที่อากาศหนาวจัด แต่กลับรู้สึกถึงเหงื่อเย็นๆในอุ้งมือ ขณะกดโทรออก
 
…. “ไง….”  เสียงห้วนปลายทางรับสาย
 
“อาโอมิเนจจิ…คือว่านะ…คงไปไม่ทันแล้วล่ะ”  เขาพยายามคุมเสียงให้นิ่ง
 
“เหรอ…ก็ไม่แปลกใจหรอกนะ งานยุ่ง?”  
 
“อืม….ใช่แล้ว…”  
 
ไม่อยากถูกเกลียด….ไม่อยากถูกรำคาญ….เสียงในหัวย้ำเตือน
 
แต่อยากเจอ…มาก
 
“นี่….”  …แม้จะสายไป…แต่ออกมาให้เห็นหน้าได้ไหม…
 
“หือ? นายว่าอะไรนะ”  
 
…คิเสะได้แค่คิด….  “เปล่าๆ จะบอกว่า ข้างนอกนี่หนาวมาก นายอยู่เคาท์ดาวน์ที่บ้านดีแล้วล่ะ…ขอโทษนะ…สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้า”
 
“อืมมมมมม ช่างหัวมันเถอะเคาท์ดาวน์ข้ามปีน่ะ”  
 
และปลายสายก็ตัดไป
 
…สัญญาณถี่ๆที่ได้ยิน เหมือนเสียงหัวใจที่บีบรัดจนเจ็บ…อาโอมิเนะ คงรำคาญแล้ว
 
แต่ว่า คืนนี้ของคิเสะยังไม่จบ…เครื่องราง…ความตั้งใจเดิม ที่ชวนอีกฝ่ายไปวัด
 
อาโอมิเนะไม่เชื่อเรื่องดวงชะตา แต่สิ่งที่เขาอยากให้ คือเครื่องรางที่ ‘ไปรับมาด้วยกัน’ มากกว่า…แม้อีกฝ่ายได้มาอาจจะโยนทิ้งลงลิ้นชักหรือตู้ แต่ถ้าเปิดออกมาเจอ คงจะคิดถึงเขาบ้าง…
 
คิเสะยิ้มกับตัวเองบางๆ…แล้วออกเดินต่อ
 
….
…………..
…………………..
 
กว่าจะถึงขั้นสุดท้ายของบันไดวัด ก็ต้องฝ่าฝูงชนมาหนักเอาเรื่อง ประกอบกับคิเสะต้องพันผ้าพันคอถึงปลายจมูกเพื่อพรางตัว จึงเล่นเอาหอบน้อยๆ
 
ไหว้พระ ตีระฆัง ขอพร ก่อนจะฝ่ากลุ่มคนอีกรอบตอนรับเครื่องราง พยายามไม่สบตากับใคร ตั้งใจเลือก
 
เครื่องรางความรัก….อาโอมิเนจจิต้องปาทิ้งแน่
 
หรือจะเอา ขับขี่ปลอดภัย….ต้องเข้าใจผิดว่า หาว่าขับรถไม่เอาไหนแหงๆ
 
การเรียน…เอ่อ…อย่างคิเสะ ซื้อให้ตัวเองจะดีกว่า
 
….นึกถึงตอนที่ตนเองเจ็บขาขึ้นมา สำหรับนักบาส ไม่มีใครอยากให้เกิดหรอก
 
สุดท้ายก็หยิบ ขอให้สุขภาพดี และ ปลอดภัย ขึ้นมา
 
เสร็จแล้ว  คิเสะทำตัวเป็นปลาแซลมอนว่ายทวนฝูงชนลงจากวัดอีกรอบ…สุดบันไดเป็นร้านค้าขายของกินและของที่ระลึกเต็มไปหมด เขาค่อยๆเดินดู
 
ไม่ว่าร้านไหน ก็เห็นคนมาเป็นคู่ เต็มไปหมด…ทำให้นึกถึงความทรงจำเมื่อปีก่อน…แต่ไม่ใช่ความทรงจำที่ดีนักหรอกนะ
 
เริ่มจากเรื่องงี่เง่าที่เถียงกันว่า ไทยากิต้องกินจากหัวหรือหาง…ต่อด้วยร้านขายของเล่น เป็นรูปจั๊กจั่นสานที่อาโอมิเนะแอบมอง พอเขาทักว่าชอบเหรอ อีกฝ่ายก็โกรธขึ้นมา(คงจะอาย) แถมยังเถียงกันเรื่องเครื่องรางและความเชื่อ สุดท้ายก็ทะเลาะกัน แยกย้ายกลับบ้าน
 
แต่วันต่อมา อีกฝ่ายก็โทรหา พร้อมสัญญากันว่า ปีนี้จะมาด้วยกันอีก…
 
…แต่ก็อย่างที่เห็นตอนนี้…
 
คิเสะไปร้านของเล่นซึ่งปีนี้มาขายที่เดิม หยิบจั๊กจั่นสานตัวสีดำเมี่ยมขึ้นมาแล้วจ่ายเงิน กะว่าจะไปเขียนชื่ออาโอมิเนะ แล้วดีดเล่นเวลาโมโหอีกฝ่าย
 
ขากลับไม่ต้องรีบร้อนเหมือนตอนมา คิเสะเดินเอื่อยๆ ซึบซับบรรยากาศงานเทศกาล…ร้านไทยากิต้นเหตุ…ม้าหินที่เขาเคยลงนั่ง แต่ลื่นหิมะจนก้นกระแทก มีอีกฝ่ายหัวเราะเยาะเป็นฉากหลัง…โคมไฟประดับที่ปีนี้เปลี่ยนสีเล็กน้อย…สองคนข้างหน้า ใส่เสื้อกีฬาคนละทีม แต่เดินด้วยกัน
 
คิดถึง
 
….อยากให้นายมาอยู่ตรงนี้เหลือเกิน…
 
คิเสะสูดลมหายใจลึก รู้สึกเจ็บอก…เขาเดินไปใต้ร่มไม้…อยากจะหลบผู้คน ปรับสีหน้าให้ปกติเสียก่อน
 
ตอนที่กำลังทรุดตัวลงนั่งยองๆ เสียงหนึ่งก็ทัก
 
“…ไม่เข็ดเลยนะ เดี๋ยวก็ก้นกระแทกอีกหรอก”
 
คิเสะสะดุ้งเฮือก ยืดตัวตรง แล้วเสียหลักหงายหลัง แต่มือใหญ่โผล่พรวดจากเงามืดใต้ต้นไม้ มาคว้าต้นแขนเอาไว้ได้ก่อน การหกล้มดูจะเล็กน้อยไปเลย เทียบกับภาพตรงหน้า!!
 
“@$$((*&^^%$#@!!!! อู้!!!!!”  
 
“เจ้าบ้า!!! จะร้องทำไม ฉันเอง ฉัน!!!!”
 
คิเสะหุบปากฉับ ค่อยๆเหลือกตามองคนที่เอามืออุดปากและล็อกเอวเขาอยู่  “อาโอ…มิเนจจิ…”
 
“เออ จะตกใจอะไรนักหนา?”  อีกฝ่ายพ่นลมหายใจ คลายวงแขนออกเล็กน้อย
 
“ก็…ก็….”  คิเสะทำตาปริบๆ  “อยู่ดีๆมีมือดำๆมาคว้าจากเงามืด”
 
จบคำ แขนใหญ่ก็รัดคอจนต้องดิ้นอ่อกแอ่กๆ  “คนอุตส่าห์ช่วย หนอยยยยย”
 
“พอแล้วๆ!”  คนถูกรัดตีแขนป้าบๆๆ “แล้วนี่นายมาได้ยังไง เห็นบอกว่าไม่สนใจเคาท์ดาวน์อะไรแล้วนี่นา”
 
“อ้อ ใช่”  อาโอมิเนะตอบ  “เคาท์ดาวน์อะไรน่ะ ช่างหัวมันเถอะ แค่มาเจอกัน เวลาไหนก็ไม่สำคัญ”
 
คำตอบห้วนๆเรียบๆที่ได้ยินนั้น กลับทำให้หัวใจอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก…ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายรำคาญหรือไม่ใส่ใจ…แต่เป็นคนไม่ยึดติดกับห้วงเวลาต่างหาก
 
คิเสะก้มหน้าลง…อับอาย….ที่ตัวเองยึดติดกับช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง…ทั้งที่สามารถทำให้ทุกเวลามีความพิเศษได้เสมอ
 
“ขอโทษนะ…ฉันนึกว่านายจะไม่มาแล้ว ก็เลยไปไหว้พระคนเดียวแล้วล่ะ” เขาสารภาพ และยื่นสิ่งที่ต้องการให้  “ส่วนนี่…เครื่องราง…นายคงไม่อยากได้ แต่ฉันอยากให้เก็บไว้น่ะ”
 
อาโอมิเนะไม่ตอบ…เพียงแค่แบมือ รับของที่ส่งมาให้ และเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ
 
“นึกถึงตอนที่พวกเราทะเลาะกันปีก่อน” คนได้รับยิ้มออกมา “ปีนี้ไม่ทำอีกแล้วนะ”
 
คิเสะยิ้มตอบกลับไป ด้วยหัวใจที่อุ่นซ่าน แล้วต้องเลิกคิ้วสูง เมื่ออีกคนดึงมือของเขาไป แล้ววางอะไรบางอย่างลงมา เครื่องราง 2 ชิ้น  “เอ๋? ของฉันเหรอ? ทำไม?”
 
อาโอมิเนะไม่ตอบ…ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าปั้นยาก ถ้าเป็นเวลาปกติคิเสะคงเลี่ยง แต่ตอนนี้ เขามั่นใจว่าถามได้  
 
เพิ่มความมั่นใจ ด้วยการกอดแขนอ้อน “เพราะอะไรเหรอ บอกหน่อยสิ”
 
คนตรงหน้าเสมองไปทางอื่น แล้วตอบ  “….ก็แค่ห่วง….”
 
ถึงตอนนี้ คิเสะยิ้มออกมาได้จากใจ…เขากอดคนตัวใหญ่เอาไว้ หอมข้างแก้ม  “ขอบคุณนะ…”
 
อีกฝ่ายดันแขนเขาออก แล้วเป็นฝ่ายรวบกอดแนบแน่นแทน ดันแผ่นหลังติดต้นไม้…ก่อนจะกดจูบอุ่นซ่านลงที่ริมฝีปาก…ลิ้นร้อนๆไล้เลีย…
 
คิเสะไม่เคยรู้มาก่อนว่าสวรรค์อยู่ใต้ต้นไม้ได้ด้วย….มีความสุขเหลือเกิน
 
สองคนหยอกเย้ากันในที่ลับตา ก่อนจะผละออกจากกัน…ความเก้อเขินทำเอาเข้าหน้าไม่ติด
 
“อ่ะ…เอ่อ…ฉันขอดูเครื่องรางนะ”  คิเสะหาเรื่องทำแก้อาย เขาหยิบของที่ได้ออกมาดู…เป็นเครื่องรางขอให้สุขภาพดี และ….
 
 
….คลอดปลอดภัย….
 
“หมายความว่ายังไง…..อาโอมิเนจจิ…….”
 
อีกฝ่ายเสตาหลบ ใบหน้าดำเข้มขึ้นเพราะเลือดสูบฉีด แอบเลียริมฝีปากเหมือนยังไม่พอกับจูบเมื่อครู่ ก่อนเฉลย
 
“เห็นบางที…นายบ่นว่าเจ็บหลังมีเซ็กซ์กัน…เลยคิดว่าอันนี้น่าจะช่วยได้”
 
เป็นเหตุผลที่สมเป็นอาโอมิเนจจิ คิเสะคิดในใจ
 
แล้วเรื่องทะเลาะ ก็ระเบิดขึ้นพร้อมกันกับพลุวันเข้าปีใหม่พอดี
 
– Happy New Year 2014-
 
สุขสันต์ปีใหม่ทุกคนนะคะ ปีนี้มาโชก็จะพยายามผลิตงานให้ได้เยอะกว่าเคยนะ ,,- -,,
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Advertisements