macho_luglio 's cargo, Mostly fanfictions.

Archive for April, 2016

[Batman v Superman Fanfiction : BrucexAlfred] “Unrequited love”

[Batman v Superman Fanfiction : BrucexAlfred]

“Unrequited love”

 

macho_luglio

 

Warning : angst(?) / NSFW

 

อัลเฟรดไล่ตรวจเช็คและปิดไฟบริเวณส่วนทำงานทีละแห่ง อันที่จริงเขาจะใช้แผงควบคุมกลางจัดการทั้งหมดก็ได้ แต่เป็นความรู้สึกส่วนตัวมากกว่า ว่าการเห็นทุกอย่างเข้าที่ด้วยตานั้นน่าเชื่อถือกว่ามองจอ

 

และ ‘บรูซ เวย์น’ คืองานสุดท้ายของเขาในทุกๆ วันตลอดหลายสิบปี …เมื่อเช็คในแท็บเล็ตก็พบว่าอีกฝ่ายอยู่ในห้องพักส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว…กับสาวสวยหน้าใหม่

 

อยู่ๆ เกิดคำถามในหัว…เขาเลิกส่งเจ้านายเข้านอนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

 

ก่อนขึ้นไฮสกูล หรือก่อนหน้านั้นอีก

 

ระยะเวลาที่ไม่ได้เอ่ยราตรีสวัสดิ์ให้กันนั้น กินเวลาอยู่ราวสี่ห้าปีได้…และสานต่อใหม่อีกครั้ง เมื่อ ‘คุณหนู’ ของเขาเติบโตเป็นมาสเตอร์…เป็นการบอกราตรีสวัสดิ์ และ อรุณสวัสดิ์บนเตียงด้วยกัน…

 

และห่างร้างไป…เมื่อวัยของเขามากขึ้น

 

บรูซ เวย์น คือชายที่ควรจะได้รับทุกอย่างที่ดีพร้อม สำหรับผู้เป็นพ่อบ้าน อาจารย์ ข้ารับใช้ แต่ไม่สามารถควงออกงานได้ ควรจะหยุดลงที่ใด เขารู้ดี

 

อัลเฟรดคิดว่าตนเองได้ใช้เวลาฉันท์คนรักอย่างคุ้มค่าที่สุดแล้ว อย่างน้อยเขาก็เคยได้รับความเสน่หาอย่างท่วมท้น เคยได้อยู่เคียงข้าง ร่วมต่อสู้ หรือแม้แต่กอดบรูซ เวย์นเอาไว้ในยามที่สูญเสีย…

 

เพียงแต่…ยังเสียดายสัญญาบางอย่าง…

 

ระหว่างคิด ขาก็เดินไปยังจุดหมาย อัลเฟรดยังคงเชื่อถือหลักการพิสูจน์ด้วยตนเอง ครั้งนี้อาจไม่เห็นด้วยตา แต่ได้ยินเสียงบทรักเร่าร้อนลอดออกมาจากห้องพักของเจ้านาย

 

ฟังจนมั่นใจว่าไม่มีปัญหาอะไรแน่แล้ว จึงกลับห้องพักของตนเอง

 

เป็นกิจวัตรที่เขาเคยชิน

 

O-o-o-o-o-o-o-o-o

 

ยามเช้า เขาได้รับข้อความจากแม่บ้านว่าขอลางาน…รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาไม่น้อย เพราะวันนี้เป็นวันหยุด วางแผนไว้ว่าจะกลับไปยังอพาตเมนต์ส่วนตัว สำหรับการทำงานเกือบเจ็ดวัน คงมีแต่ที่นั่นที่สามารถพักผ่อนได้อย่างแท้จริง

 

แต่จะปล่อยให้เจ้านายตื่นมาหิวโซคงไม่ดีนัก อัลเฟรดตัดสินใจเข้าครัว  เลือกจะทำอาหารเช้าง่าย ๆ เตรียมเอาไว้…คิดอยู่หลายอึดใจ ก่อนจะลงไปยัง ‘ถ้ำ’ เพื่อใช้เครื่องชงกาแฟในนั้น แทนที่จะเสียเวลากับการชงด้วยไซฟอนในครัว

 

อัลเฟรดไม่เคยเกี่ยงว่าต้องใช้เวลามากเท่าใด เพื่อให้เจ้านายได้รับสิ่งที่ดีที่สุด แต่เฉพาะตอนที่เขาอยากกลับบ้านเท่านั้น ที่ขอย่นเวลาให้ไวขึ้นสักนิด

 

น่าเสียดาย…เพราะขณะที่กำลังรินกาแฟหอมกรุ่นลงถ้วยเป็นขั้นตอนสุดท้าย เจ้านายเดินลงมาเสียก่อน

 

“ไม่ใส่ผ้ากันเปื้อน จะไปไหน?” บรูซ เวย์น ทักเรื่องเสื้อผ้าของพ่อบ้าน ทั้งที่ตนเองใส่แค่กางเกงนอนขายาวตัวเดียว

 

“มาสเตอร์บรูซ คุณคงจะลืม ว่าวันนี้เป็นวันหยุดของผม” อัลเฟรดส่งถ้วยให้เจ้านาย คิ้วขมวดเข้าหากัน “สเตฟานีขอลาเพราะป่วย เกรงว่าวันนี้คุณต้องออกไปทานอาหารข้างนอกทั้งวัน”

 

“แย่จริง…” พูดพลางยกกาแฟขึ้นจิบ

 

พ่อบ้านไม่พูดอะไรต่อ หันไปตั้งค่าเครื่องชงกาแฟให้เป็นระบบคงความร้อนพร้อมกดดื่ม เผื่ออีกฝ่ายต้องการเติม…แต่แล้วไออุ่นกลับแผ่มาสัมผัสแผ่นหลัง ด้วยความชิดใกล้…

 

“จะแค่กดกาแฟให้เหรอ…” บรูซ เวย์น ถามด้วยเสียงเบา  “วันนี้รู้สึกไม่อยากออกไปไหน ช่วยอยู่ต่อได้รึเปล่า”

 

ลมหายใจที่ไล้ผ่านต้นคอนั้น…ไม่ว่าจะด้วยบังเอิญหรือจงใจ…ก็รู้สึกปั่นป่วน

 

หากยังตอบได้ด้วยเสียงเยือกเย็น  “ผมเตรียมมื้อเช้าไว้ให้ที่ห้องทานอาหารแล้ว ส่วนมื้ออื่น…ขอความกรุณาอย่าละเมิดสิทธิในการพักผ่อนของคนแก่เลย” หมายความว่าให้ไปหากินเอง

 

“อัลเฟรด…” เสียงต่ำคล้ายออกคำสั่งหากแฝงความเว้าวอน

 

“สุภาพสตรีเมื่อคืนคือใคร” พ่อบ้านถามพลางเลี่ยงไปด้านข้างให้พ้นระยะใกล้

 

แว่วเสียงเจ้านายถอนหายใจเบา ๆ ก่อนตอบ “ซัลมาร์ ผู้ประกาศข่าวช่องaaaคนใหม่”

 

“ระวังกิจวัตรประจำวันของบรูซ เวย์น จะกลายเป็นสกู๊ปใหม่นะครับ โดยเฉพาะเรื่อง ‘ในบ้าน’ …”

 

“ฉันรู้ ฉันรู้” คนถูกเตือนย้ำคำ “ที่นี่ไม่ได้มีห้องเยอะให้หลบซ่อนเหมือนคฤหาสน์เก่า”

 

อัลเฟรดพยักหน้า ก่อนจะใช้หัวแม่มือดันแว่นตาขึ้น…บางครั้งเจ้านายก็เผลอเข้าใกล้หรือออดอ้อนเขา…ซึ่งไม่ควรจะให้ใครมาเห็น แม้จะไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้นในที่แห่งนี้

 

ไม่มีอีกแน่นอน…

 

“ขอตัวก่อนนะครับ ขอให้มีวันหยุดที่ดี” อัลเฟรดยิ้มบริการ สาวเท้าผ่านหน้าเจ้านายไป

 

ก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อฝ่ามือใหญ่เอื้อมมาหา แต่เพราะเขาเดินเร็วเกิน มือนั้นจึงเฉียดเพียงแค่เสื้อผ้า

 

“…ขอให้มีวันหยุดที่ดี”

 

…….

………..

 

อัลเฟรดพุ่งตัวเข้ารถด้วยหัวใจเต้นถี่ สตาร์ทเครื่องอย่างรีบร้อน ทะยานออกจากอาณาเขตคฤหาสน์ตระกูลเวย์นอันกว้างใหญ่ เมื่อพ้นเลี้ยวเข้าถนนหลวงแล้ว จึงหักพวงมาลัยเทียบจอดข้างทาง…หายใจหนัก

 

แผ่นหลังยังหลอนสัมผัสจากมือเจ้านาย…ร่างกายที่ควรจะเสื่อมถอยด้วยวัยกลับตื่นตัวอย่างห้ามไม่อยู่…ซิปกางเกงถูกปลดออก…ค่อยๆ กำมือไล่จากนิ้วก้อยขึ้นมาจนถึงนิ้วชี้…กระชับแล้วรูดรั้งขึ้นลง

 

หน้าผากถูไถกับพวงมาลัยจนแดงเรื่อ อัลเฟรดกัดริมฝีปากเอาไว้ ห้ามไม่ให้หลุดชื่อใครบางคนยามปลดปล่อย…

 

O-o-o-o-o-o-o-o-o

 

ในอพาตเมนต์เรียบง่ายนั้น มีเพียงแสงสว่างจากหน้าจอสมาร์ทโฟนที่เพิ่งใช้งานเสร็จ

 

อัลเฟรดเหม่อมองฝุ่นที่เริ่มก่อตัวตามขอบหน้าต่าง ยังไม่รวมถึงจุดอื่น…กับคฤหาสน์เวย์นนั้น ละอองสักนิดยังไม่เคยมี แต่เพราะเป็นสถานที่ของตนเอง จึงปล่อยปละละเลยได้อย่างสะดวกใจ

 

ในห้องนี้ เขาสามารถทำได้ทุกอย่าง…พักผ่อน ปล่อยใจ ไม่ต้องเป็น ‘อัลเฟรด เพนนีเวิร์ท’ เป็นแค่ตาแก่ธรรมดา จะเฉื่อยชา…หรือตัณหากลับ…ก็ได้

 

เขานั่งดื่มเบียร์อยู่บนขอบโซฟา ฝนข้างนอกโปรยปราย และหนาเม็ดขึ้นเรื่อย ๆ จนเกือบจะกลบเสียงเสียบกุญแจและเปิดประตู

 

เจ้าของห้องไม่ลุกขึ้นต้อนรับ เพียงแค่หันไปมองและยิ้มแผ่วบาง

 

อึดใจต่อมา ผู้มาหาตรงเข้ารวบกอด…อัลเฟรดวางมือที่มีริ้วรอยของตนเองลงไปบนลำแขนใหญ่ บีบเบา ๆ เหมือนเอาใจ  “ทานมื้อเช้ามาเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”

 

“อืม…” คำตอบดังอยู่แค่นั้นเพราะไม่สนใจพูด ริมฝีปากถูกใช้ไปกับการบุกรุกขมับ แก้ม คาง และเลื่อนลงไปยังลำคอ มือเหนี่ยวเอวให้เข้ามาบดเบียดร่าง

 

อัลเฟรดไม่กอดตอบ แต่อำนวยความสะดวกด้วยการปลดกระดุมเสื้อตนเอง มือสั่นเทาด้วยความกังวลใจทุกครั้งที่ ‘สิ่งนี้’ เริ่ม

 

“…รังเกียจสภาพของผมหรือยัง”

 

คำถามนี้กรีดหัวใจตนเองเสมอ

 

แม้คำตอบทุกครั้งจะประโลมใจรักษาแผลเสมอ

 

“ไม่เลย…”

 

รอยยิ้มของอีกฝ่ายนั้น…ชวนให้ดีใจและเสียใจ

 

“บรูซ…”

 

อัลเฟรดกระซิบชื่อคนตรงหน้าในขณะที่ปลดกระดุมและซิปกางเกงอีกฝ่ายออก เขาดันร่างสูงใหญ่ให้นั่งบนโซฟา ถอดกางเกงของตนเองออกแล้วขึ้นคร่อมหน้าตักกว้าง

 

คนอยู่ข้างล่างช่วยอำนวยความสะดวกให้ มือหนึ่งสวมถุงยางพลางรูดรั้งตนเอง อีกมือปรนเปรออัลเฟรด…ที่กำลังคลายด้านหลังให้พร้อมรับความใคร่

 

จะทำท่านี้ได้อีกกี่ปีกัน…คนสูงวัยคิด รู้สึกตึงบริเวณหัวเข่าที่ต้องรับน้ำหนักตัว ยามที่หย่อนบั้นท้ายลงไปสวมสอด…

 

“ไม่ว่าจะมีริ้วรอยแค่ไหน ไม่ว่ากล้ามเนื้อจะหย่อนยานเท่าไหร่” บรูซกระซิบปนเสียงกระสัน “…แต่ ‘ตรงนั้น’ ยังแน่นเสมอ”

 

อัลเฟรดกัดฟันจนเผลอบีบรัดอีกฝ่ายอย่างไม่ตั้งใจ

 

และได้รับการตอบโต้อย่างสาสม จนเสียงกระแทกกระทั้นดังก้องห้อง…ไอร้อนจากร่างกายทำให้เกิดฝ้าขาวแผ่วจางบนกระจกหน้าต่าง สปริงโซฟากรีดร้องระรัว ก่อนจะหยุดลงเมื่ออัลเฟรดส่งสัญญาณว่าไม่ไหวแล้ว…อีกฝ่ายดันเขาให้ลงนอนบนโซฟา ยกขาขึ้นแล้วสอดใส่เข้ามาอีก แผ่นหลังเบียดหนังโซฟาจนร้อนแสบ ในขณะที่หัวนมเสียดกับแผ่นอกที่เต็มไปด้วยขนหยาบ…ความใคร่แล่นพล่านเหมือนเครื่องชงกาแฟที่ใกล้เดือด และถึงขีดสุดเมื่อคนรุกรานยันขาลงกับพื้นแล้วยัดเยียดแนบแน่น…ความร้อนระเบิดอยู่ในร่างของอัลเฟรด…ร้อนจนแทบลวกแม้มีถุงยางหุ้มห่ออยู่

 

เมื่อตัณหาถูกสนอง สติก็กลับคืนมา เจ้าของห้องผละออกจากอ้อมแขนเร่าร้อนนั่น ด้วยขออ้างว่าต้องเตรียมทำความสะอาดห้อง

 

O-o-o-o-o-o-o-o-o

 

บ่ายคล้อยแล้ว พวกเขายังไม่ได้ทานมื้อเที่ยงกัน

 

เสียงบ่นด้วยความหิวลอยข้ามโซฟาไปมาในห้อง ในขณะที่เจ้าของห้องกำลังดูดฝุ่น แม้จะแก่ขึ้น แต่หูของเขายังใช้การได้ดี โดยเฉพาะเวลาที่กระดิ่งหน้าประตูดังขึ้น บ่งบอกว่าพิซซ่าที่สั่งไว้มาถึง เขาปิดเครื่องแล้วเดินตรงไปยังประตู

 

ไม่ทันคิด…ว่าคนที่มาเยือนอาจจะมาโดยพลการ

 

“มาสเตอร์บรูซ…”

 

“…แค่อยากลองแวะมาอพาตเมนต์ของคุณบ้างน่ะ”

 

บรูซ เวย์น ยืนอยู่หน้าประตูห้อง

 

กำลังจะก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของเขา

 

ในหัวของอัลเฟรดราวกับมีน้ำแข็งและเปลวไฟรวมกันอยู่ สมองที่มึนชาเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย…จะพูดอย่างไร จะทำอย่างไรกับคนในห้อง—-

 

ราวกับมีสักอย่างในร่างกายแตกหัก…เศษร้าวกระเทาะออก

 

พอดีเลยไม่ใช่หรือ ใช้เศษเสี้ยวคมปลาบนี้…ตัดให้ขาด

 

“…คงจะไม่สะดวกเท่าไหร่” เจ้าของห้องยิ้มแผ่ว พลางเปิดประตูให้กว้างขึ้น เผยให้เห็นด้านใน

 

‘บรูซ’ ที่นั่งเปลือยอกอยู่บนโซฟาค้อมหัวให้ ‘บรูซ เวย์น’ …เขาตกใจนิดหน่อยที่เห็นเจ้านายของอัลเฟรดมา แต่ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร

 

บรูซ เวย์น นิ่ง…

 

ถอยห่างประตูไปก้าวหนึ่ง แต่ไม่ได้หันหลังหนี

 

อัลเฟรดรู้ดีว่าเจ้านายต้องการคำอธิบาย จึงเดินตามออกไปนอกห้อง ปิดประตู

 

…หลายอึดใจทีเดียว กว่าบรูซ เวย์น จะเอ่ยปาก

 

“เขาอายุเท่าไหร่”

 

“น้อยกว่าผมไม่กี่ปีครับ” อัลเฟรดตอบ…แม้จะสูงวัยพอกัน หากบรูซยังมีร่างกายกำยำล่ำสัน

 

“คบกันมานานแค่ไหน”

 

“….นานพอดู”

 

“ไม่เคยรู้มาก่อนเลย” เจ้านายพ่นลมหายใจยาว

 

“ผมไม่ได้บอกเอง มันไม่จำเป็น”

 

“จะบอกว่ามันเป็นเรื่องของ ‘ผู้ใหญ่’ หรือยังไง”

 

อัลเฟรดยิ้มขำ ภาพคุณหนูบรูซในวัยเยาว์ซ้อนขึ้นมา…คุณหนูผู้ไม่พอใจเวลาเขาไม่ยอมบอกเรื่องที่เด็กยังไม่ควรรู้

 

“เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวต่างหากครับ”

 

บรูซ เวย์น ยิ้มออกมา…ราวกับเพิ่งรู้ว่าควรจะเข้าใจเหตุผล

 

ก่อนจะเริ่มคำถามสุดท้าย

 

“…มีความสุขดีไหม”

 

คราวนี้ อัลเฟรดไม่สามารถตอบได้ทันที

 

…จนกระทั่งประตูด้านหลังแง้มออก มือใหญ่ยื่นออกมากุมมือของเขาเอาไว้…เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยอย่างอ่อนโยนจากหลังประตู

 

“ผมรักเขา…และจะดูแลเขาให้ดีที่สุด”

 

อัลเฟรดสูดลมหายใจเข้าลึก…

 

“ผมมีความสุขดี…” เขาตอบออกไปในที่สุด…ด้วยรอยยิ้ม

 

ดวงตาคนเฒ่าคงจะฝ้าฟาง ถึงเห็นว่าชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมตรงหน้า ปรากฎแววตาโศกลึก

 

“ดีแล้ว” บรูซ เวย์น พยักหน้า ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

 

…….

………..

 

อัลเฟรดมองส่งจนเจ้านายลับหาย ก่อนจะกลับเข้ามาในห้อง

 

“ขอบคุณนะ”

 

“เขา…คล้ายผมนะ” ‘บรูซ’ เกาคาง “ไม่สิ จะให้ดีต้องบอกว่า ผมคล้ายเขา ถูกไหม”

 

“……” คนถูกถามไม่ตอบ…เขาไม่ต้องการเปรียบเทียบใครกับใคร

 

ผ่านไปหลายนาที กว่าคนถามจะเข้าใจว่าไม่ควร เขาเดาะลิ้น ก่อนจะเดินมายืนใกล้ ๆ มือใหญ่บีบนวดบ่าผอม

 

“ผมขอโทษ…”  ริมฝีปากกดลงบนหัวไหล่ กำลังจะขยับขึ้นไปหาลำคออยู่แล้ว ถ้าอีกฝ่ายไม่ขยับเป็นเชิงเตือน เขาเปลี่ยนมายืนต่อหน้า ย่อตัวลงมาในระยะที่ริมฝีปากห่างกันแค่คืบ  “แต่ผมทำถูกใช่ไหมวันนี้…ขอรางวัลสักหน่อยสิ”

 

อัลเฟรดยิ้ม สบตากับคนที่เพิ่งจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วย

 

…แล้วส่งเงินสดปึกหนึ่งใส่มืออีกฝ่าย…

 

“ขอบคุณมาก แม้จะเจอเรื่องไม่คาดคิด แต่ก็ทำได้ดีทุกอย่าง”

 

“ขอบคุณเช่นกัน” บรูซขยิบตาอย่างมีเสน่ห์

 

“เหนื่อยมามากแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะ” คนซื้อบริการบอก

 

ร่างใหญ่ใส่เสื้อให้เรียบร้อย เดินไปดื่มน้ำ เช็คสิ่งของอีกครั้ง…เมื่อหันมาก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังเหม่อออกไปไกล

 

“อัลเฟรด…พิซซ่าผมไม่กินแล้วนะ ไม่ต้องเก็บเผื่อ”

 

เจ้าของห้องถึงได้รู้สึกตัว ว่าพิซซ่ายังไม่มาส่งเสียที …จะว่าไป เกือบเผลอทักเจ้านายว่าเป็นคนส่งพิซซ่า มาสเตอร์บรูซอาจจะตกใจว่าเขาสั่งของแบบนี้มาทานด้วยหรือ

 

“อ้อ อีกอย่างนะ”

 

อัลเฟรดเลิกคิ้วใส่

 

“ผมไม่รังเกียจคุณ…จริงๆ”

 

อัลเฟรดยิ้มให้…ไม่ได้รู้สึกดี แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแย่

 

O-o-o-o-o-o-o-o-o

 

วันทำงานเวียนมาอีกครั้ง

 

ทุกอย่างต้องเรียบร้อยเพื่อมาสเตอร์ หน้าที่ต้องไม่บกพร่อง ยิ่งได้รับการพักผ่อนเพียงพอและปลดปล่อยอารมณ์ขุ่นข้องไปจนหมดแล้ว ยิ่งพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่

 

อัลเฟรดสวมผ้ากันเปื้อนทับเสื้อและไทด์เรียบกริบ เดินตรงไปยัง ‘ถ้ำ’ เพื่อเริ่มงานประจำ

 

ที่นั่น…เขาพบมาสเตอร์บรูซกำลังฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ

 

ใบหน้ายามหลับที่ไม่ได้เห็นมานานนั้น…ทำให้เขาต้องนิ่งมอง…ความเหนื่อยจากการผดุงความยุติธรรม ความหนักจากอดีตที่คอยหลอกหลอน ส่งผลให้เส้นผมตามขมับทั้งสองของบรูซ เวย์น เริ่มมีสีขาวแซม

 

ตอนที่คนแก่กว่าเริ่มมีผมขาวนั้น…อีกฝ่ายสัญญาว่าจะขอเคียงข้างและหัวหงอกไปด้วยกัน

 

เสียดายสัญญานั้น…

 

อัลเฟรดถอนใจ…เขาบอกตัวเองว่าจะไม่คิดมาก แต่กลับอดคิดถึงไม่ได้…อาจจะไม่ได้ปวดลึกเหมือนแรก ๆ ที่เลิกรา หากยังหน่วงหนืด

 

เขาเลือกเอง ที่จะสนับสนุนและเคียงข้าง โดยไม่หวังอะไร

 

และจะต้องทำให้ได้

 

….พ่อบ้านสูงวัยบรรจงห่มผ้าให้กับเจ้านาย แอบสัมผัสผมขาวกลุ่มนั้นเบา ๆ …

 

“อัล….”

 

เสียงละเมอดังแผ่ว…

 

แต่กรีดใจลึกจนน้ำร้อนแทบทะลักออกจากตา

 

อัลเฟรดบีบมือแน่น กัดฟันจนเจ็บ…

 

รู้สึกอ่อนแอขึ้นมา หางตาเหลือบไปเห็นเครื่องทำกาแฟ เขาหยิบแก้ว กดเครื่องดื่มออกมา หวังว่าความร้อนจากกาแฟจะช่วยปลอบประโลม ไม่ก็ลวกหัวใจให้ตายด้านไปเลยก็ได้…

 

เขาวางแก้วกาแฟลง รู้สึกมันไม่ช่วยอะไร…รีบเดินออกมาจากตรงนั้น ออกมาจากคนที่ละเมอเรียกชื่อเขาด้วยความเคยชิน ออกไปให้ไกลด้วยกลัวเจ้านายจะรู้ความในใจ

 

…รัก…รักแม้ทุกอย่างจะจบลงไปแล้ว…

 

 

-End-

 

…มือใหญ่บีบแน่น…ก่อนจะหยิบถ้วยกาแฟที่ใครบางคนดื่มค้างไว้ขึ้นมา

ประทับริมฝีปากลงไปบนรอยจางๆ ที่เหลืออยู่

…ยังรัก…

 

Unrequited love-

 

 

แจวเรือน้อยลอยสราญ—– แค่ก…คือ…ก็แอบพีคคู่นี้อยู่เงียบ ๆ ค่ะ อัลเฟรดเวอร์ชันนี้ แซ่บเหลือเกิน…

ปกติต้องเป็นซุปแบทแน่นอน แต่…เวอร์ชันนี้ มาโชไม่ไหวค่ะ พี่บรูซเมะเหลือเกิน เอื้อออออออออ

 

อยากแต่งต่อ แต่ยังไม่มีไอเดียเรื่องยาว ก…ก็ไว้แค่นี้ก่อนนะ _(:3J L)_

ปล. จั่วหัวไว้ว่า BvS แล้วไหนซุป—–

 

Advertisements

[The Jungle Book Drabble : BalooXBagheera] Fine.

[The Jungle Book Drabble : BalooXBagheera] Fine.

by macho_luglio

เก็บรวบรวมจากทวิตเตอร์ของมาโชเองค่ะ พาย #เรือหมีเสือดำ วันละนิด  ,,- -,,

“บากีร่า..บากีร่าาา” หมีเฒ่าร้องเรียกเสือดำจากคบไม้ที่ต่ำกว่า ในขณะที่ฝ่ายถูกเรียกไม่ชายตาลงมามอง (1)

“ข้าจะพักเงียบๆ” บากีร่าหาวจนเห็นเขี้ยวขาวสะท้อนแดด แม้ไม่ก้มคางลงมา แต่หางตาแอบเหลือบมอง “สูงกว่านี้เจ้าก็ขึ้นมาแล้ว” (2)

บาลูส่งเสียงในลำคอ “นี่ข้าก็มองแต่เจ้าตลอดเวลาปีนขึ้นแล้ว แต่มัน—” ก่อนจะตาวาวเมื่อนึกได้ “เพราครั้งนี้เจ้าไม่มองข้า” (3)

หูสีดำกำมะหยี่กระดิกเล็กน้อย… “ตาเฒ่าเอ๋ย…ข้าไม่มองแล้วเกี่ยวกับแรงเจ้าตรงไหนกัน” (4)

“แรงใจ” บาลูว่าแล้วยิ้มร่วนจนตาหยีปิด (5)

บากีร่านิ่งไป…ถอนหายใจเบาๆก่อนจะบอก “ก้มหลัง” ก่อนจะสั่งย้ำเมื่อหมีตัวใหญ่ทำหน้างง “ข้าจะลงไปหา” (6)

“ระวังเล็บเจ้าด้วยล่ะ! เก็บเล็บ” หมีตัวใหญ่ว่าก่อนจะค้อมหลังลง บากีร่าหย่อนตัวลงมาจากที่สูง อุ้งเท้าสัมผัสขนสีน้ำตาลหยาบ (7)

เสือดำคิดในใจว่าคงได้พักเสียที แต่เจ้าหมีเฒ่าพลิกตัวขึ้นมา อุ้งเท้าหน้าโอบร่างดำสนิทเอาไว้แนบอกพลางบอก “แบบนี้สิดี” (8)

บากีร่าเงื้อกรงเล็บขึ้น…………….แต่ก็ทำไม่ลง..ทำไมนักล่าต้องยอมลงให้ตาเฒ่าอุ้ยอ้ายนี้ทุกครั้งกัน (9)

เหตุผลในหัวจางหายไป เมื่อลิ้นสากแลบเลียไปตามใบหน้าเสือดำอย่างรักใคร่…ร่างใหญ่อุ่นๆก็แสนสบายกว่าคบไม้นัก (10)

บากีร่าถอนหายใจ…ครั้งนี้ไม่ใช่หน่าย…เสือดำหรี่ตา เอนซบลงนอน ปล่อยให้อุ้งเท้าหมีลูบขนนุ่มกำมะหยี่ไปเรื่อยๆ (11)

“ก็ดี…” บากีร่ากระซิบก่อนจะเข้าสู่นิทรา (12 จบ)

เย้ /เก็บไม้พาย/

ยังไม่ว่างแต่งยาวๆเพราะค้างบรูซอัลเฟรดอยู่ ขอพาย #เรือหมีเสือดำ นิดๆหน่อยๆ แบบว่าคิดตึ๋ง (- -,,

[The Jungle book Fanfiction : BalooXBagheera] Wild Honey.

[The Jungle book Fanfiction : BalooXBagheera] Wild Honey.

by macho_luglio

 

ลมเหมันต์พัดกรายมาชายป่า ผืนดินใต้อุ้งเท้าของเสือดำแห้งและเย็น…บากีร่ามองยอดไม้ ใบสีน้ำตาลกรอบบ่งบอกว่าไม่สามารถผลิผลได้อีก…ฤดูหนาวกล่อมป่าเข้าสู่นิทรา และสัตว์น้อยใหญ่หลายชนิดเข้าจำศีล

 

ใบไม้แห้งสุมเป็นกองอยู่หน้าปากถ้ำของบาลู เกะกะจนแม้แต่ฝีเท้าเบาแค่ไหนยังทำให้เกิดเสียง หูของร่างที่นอนขดอยู่ใกล้ผนังถ้ำกระดิกรับ

 

“ยังไม่หลับหรือตาเฒ่า” บากีร่าถาม

 

เสียงที่ตอบกลับนั้นงัวเงียปนดีใจ “ได้ผลเสียด้วย…”

 

“ได้ผล?”

 

“เมาคลีสุมใบไม้เอาไว้ปากถ้ำ ใครย่างเข้ามาข้าจะรู้” บาลูขยับขึ้นนั่ง เข้าหน้าหนาวแล้วยิ่งเชื่องช้า

 

“ไม่มีตัวอะไรเข้าถ้ำมาจับหมีกินหรอก” บากีร่าพ่นลมหายใจ

 

“มีเจ้าเข้ามาก็พอ”

 

รอยยิ้มโค้งขึ้นกับดวงตาปรือของหมีชราทำให้แววตาของเสือดำอ่อนแสงลง…มันเดินเข้าไปนั่งใกล้เจ้าของถ้ำ มองเสบียงที่พร่องไปเกินครึ่งแล้วแม้เพิ่งเข้าฤดูหนาว

 

“ผลาญไปเสียเยอะ จะพอไหม” เสือดำบ่นด้วยความห่วงใย “โดยเฉพาะน้ำผึ้ง เจ้าฟาดไปหมดแล้ว”

 

“ใครบอกว่าข้าฟาดเรียบ มดต่างหาก มด” บาลูย้ำตัวการ แววตาหงุดหงิดอย่างหาดูได้ยาก “ลมหนาวมาวันแรก ข้ายังเพลินอยู่กับลูกไม้ที่ร่วงลงพื้น กลับมา…พวกมันก็ชักแถวขนไปหมดแล้ว ข้า—”

 

บากีร่าแทรกขึ้นมากลางคัน “เจ้าเลยกินมดแทนสินะ”

 

“แสนรู้จริงเจ้า”

 

เขี้ยวขาวแสยะพ้นมุมปากดำสนิท บอกว่าไม่ค่อยชอบใจคำว่าแสนรู้นัก บาลูหัวเราะร่วน เอนหัวมาหา…อิงหน้าผากเข้ากับเสือดำอย่างไม่กลัวถูกขย้ำคอหอย

 

“บากีร่าเอ๋ย…ข้าไม่มีน้ำผึ้งก็อยู่ได้…เพราะอะไร ตอบข้าที”

 

“เล่นเล่ห์อะไรอีกตาเฒ่า” เสือดำหรี่ตา…หากไม่ขยับหนี

 

“เพราะเจ้ามาหา…” หมีตัวใหญ่เกลือกขนสีน้ำตาลหยาบเข้ากับขนดำราวกำมะหยี่ “ดวงตาของเจ้า…สีต่างกับน้ำผึ้งตรงไหนกัน…เจ้าเป็นน้ำผึ้งป่าของข้าอย่างไรล่ะ”

 

บากีร่านิ่งไป…ก่อนจะเอียงหัวหนีหน้าผากบาลู…ไปซบกับอกหนาแทน

 

“ซ้ำเจ้ายังอบอุ่นขนาดนี้…จะให้ข้าอยู่ในฤดูหนาวทั้งปีก็ยอม” บาลูกอดเสือดำไว้พลางคาดเดา  “เมาคลีไปหมู่บ้านแล้วสินะ เจ้าถึงได้ดูเงียบเหงาขนาดนี้”

 

“อืม…” บากีร่ารับคำ…แม้จะห่วงและเหงาเพียงใด การให้เมาคลีได้ไปอยู่กับแม่แท้ๆ บ้าง ก็เป็นเรื่องถูกต้อง ซ้ำยังมีดอกไม้แดงไว้ผิงคลายหนาว เป็นกฎที่บากีร่าตั้งเอง แต่กลับทำใจยากเสียเหลือเกิน

 

“ข้าก็เหงาเช่นกัน” บาลูยอมรับเสียงหม่น “เวลาที่ลูกโตและออกจากอกไป…พ่อแม่คงรู้สึกเช่นนี้สินะ”

 

“อืม…” บากีร่ายอมรับความจริงนั้นด้วยเสียงแผ่วจาง


“แต่…” หมีตัวใหญ่ยิ้ม “พ่อ ก็ยังมี แม่ นี่นา…ข้า ก็ยังมี เจ้า”

 

ครั้งนี้บากีร่าไม่ตอบ…มันขบเขี้ยวลงไปยังแผ่นอกเจ้าหมีเบาๆ ในขณะหมีเฒ่าลูบไล้ผิวเปลือยใต้ลำคอที่มันซ่อนเอาไว้อย่างรักใคร่

 

ฤดูหนาวที่มีน้ำผึ้งป่าอยู่ใกล้มือ คงจะไม่ทารุณเกินไปแน่นอน

 

-end-

 

 

#เรือหมีเสือดำ แฮ่ก ๆ สั้นไปหน่อย เป็นซีนสั้นๆ ที่ปิ๊งและอยากเขียนค่ะ โฮวววว แต่ถ้าเป็นเรื่องยาว คงต้อง AU แบบมีร่างคนเสียแล้ว เราไม่สามารถ…ด้วยสัตว์จริงๆ #ตบะซูไม่พอ

 

ว่าแต่ ขอไปอ่านเวอร์ชันคลาสสิคให้ครบก่อน รู้สึกก๊าวใจ อันที่จริงถ้ามีเชียร์คานมาเอี่ยวคงแซ่บเนอะ—-