macho_luglio 's cargo, Mostly fanfictions.

[Novel] Cassette – 1 : Animals

 

macho_luglio

in association with KidKyan

 

คำอธิบายก่อนอ่าน

  • TLเป็นเรื่องในอนาคตนะคะ เทคโนโลยีจะทันสมัยกว่าปัจจุบัน(2016) แต่ก็ไม่ถึงกับล้ำมากเน้อ
  • สถานที่ มโนทั้งสิ้น!!! ว๊ะฮ่าๆๆๆๆ
  • ตัวละครหลักในเรื่อง คือคาร์จากการโรลเพลย์ของมาโชกับแคน เอามาต่อยอดน่ะ (- -,,
  • ตัวละครที่เหลือ ก็มโนไงล่ะ! #อะเกน
  • ขอความกรุณาอย่าคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตนะคะ
  • ภาพประกอบเป็นสิทธิของคะแยนเท่านั้น

 

 

15-12-16-23-50-48-434_deco

 

 

บอกได้ยากว่าระหว่างอพาตเมนต์กับคนอาศัย ฝ่ายไหนอายุมากกว่ากัน

 

‘สกายฟอล’ ยืนเอาหน้าผากอิงกรอบบนของประตู จิบกาแฟรอบเช้าขณะทอดสายตาไปยังประตูลิฟต์สุดโถงทางเดิน…ตัวเลขเรืองแสงบนจอกับเสียงเหล็กเคลื่อน เป็นการยืนยันว่าลิฟต์ยังคงทำงานอยู่ แม้จะอืดอาดราวหนอนไต่ขึ้นยอดไม้…นาน ๆ ทีเขาจะใช้บริการมันสักหน เฉพาะเวลาขนของ

 

เครื่องดื่มพร่องไปครึ่งแก้ว เสียง ‘ติ๊ง’ จึงดังขึ้น ประตูเหล็กแยกกว้าง บุรุษไปรษณีย์คนหนึ่งก้าวออกมา แก่ชราไม่ต่างจากลิฟต์

 

“วันนี้มาเร็วนะครับ ems เหรอ”  สกายฟอลหยอกพลาง ‘มุด’ ออกมาจากห้องพัก ใช่ว่าประตูจะเล็กไม่ได้มาตรฐาน เขาต่างหากที่เกินมาตรฐาน

 

“เพิ่งถอยไม้เท้าใหม่มาน่ะ คล่องดี” ชายชรายิ้มกว้าง ร่องริ้วบนผิวหน้าลึกพอ ๆ กับรอยขูดบนป้ายชื่อระบุตำแหน่งพนักงานอาวุโส “เอ้า จดหมายของนาย ประทับตรา— ไม่สิ แสกนรับของด้วย”

 

“ในที่สุดก็ยกเลิกการเซ็นลงกระดาษแล้วสินะ” มือใหญ่รับแท็บเล็ตมา ก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนของตัวเองออกมาถือเทียบ อุปกรณ์สองเครื่องแข่งกันเลื่อนหน้าจอ ราวกับพูดคุยตอบโต้กันอยู่ ลงท้ายด้วยแถวข้อความขอคำสั่งเสียงจากเจ้าของ “ยืนยัน”

 

บุรุษไปรษณีย์รับเครื่องของตัวเองคืน “ใช่แล้ว ต่อไปผมคงได้จับกระดาษเฉพาะเวลามาส่งจดหมายของคุณ…จะว่าไปก็เป็นงานเดียวที่ผมได้ทำตอนนี้ล่ะนะ อย่าทะเลาะกับเจ้าของจดหมายจนเขาเลิกส่งล่ะ ไม่งั้นผมตกงานแน่”

 

“ผมจะระวัง” สกายฟอลยิ้มกว้าง

 

ยุคสมัยเปลี่ยนแปลง ข้าวของเปลี่ยนไป

 

ระบบสื่อสารไร้สายครอบคลุมเกือบสมบูรณ์แบบ สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวสามารถทำธุรกรรมและกิจกรรมได้เกือบทุกอย่าง…โลกของความสะดวกสบาย สิ่งของในอดีตจึงเริ่มลดหาย และกลายเป็นของมีค่าในกลุ่มนักสะสม

 

“ว่าแต่…” ชายรุ่นหลานถามขึ้น “เมื่อไหร่คุณจะยอมขายกระเป๋าใบนั้นให้ผมซักที”

 

“เฮอะ! ไม่มีทาง” บุรุษไปรษณีย์แค่นหัวเราะ ใช้มือตบกระเป๋าหนังแท้เก่าคร่ำคร่าข้างตัวอย่างเหนือกว่า “รอให้ผมเข้าโลงก่อนค่อยไปขอซื้อจากเมียผมแล้วกัน”

 

“ถึงตอนนั้นราคามันต้องพุ่งไปเป็นล้านแน่ ๆ ไม่ ๆ ๆ” สกายฟอลส่ายหัว “ใจแข็งชะมัด”

 

“ถึงเราจะรู้จักกันมานาน แต่ผมไม่ยอมปล่อยของหรอกนะ….ไว้เกษียณแล้วจะคิดดูอีกทีถ้าคุณให้ราคาสูงพอ” ชายชราขยิบตาหยอก “ลาก่อน คุณสกายฟอล”

 

เจ้าของสถานที่ยกแก้วกาแฟขึ้นสูงเหมือนดื่มให้เกียรติ เขามองร่างงองุ้มยกไม้เท้าปลายสามแฉกเดินเข้าลิฟต์ จนประตูเหล็กปิดสนิทจึงละสายตา และเข้าห้องพักของตนเอง

 

มือใหญ่ยกซองจดหมายขึ้นส่องไฟเพดาน หาจุดที่สามารถฉีกซองได้โดยไม่โดนกระดาษที่อยู่ด้านใน เมื่อแกะออกจึงพบจดหมาย…แม้ตัวกระดาษจะเก่าจนเกือบกรอบ แต่หมึกซึมที่ตวัดเขียนยังสดใหม่…ลายมือสวยงาม บางเส้นเป๋หรือเป็นรอยคลื่นไปบ้าง คงเพราะมือที่สั่นเทา… pen friend คนนี้ของเขากำลังจะมีอายุเก้าสิบปีในเดือนหน้า

 

แม้ตอนนี้เขาจะอายุห้าสิบปีแล้ว…แต่คาดว่าจะยังได้ครองแชมป์คนเล่น pen friend อายุน้อยที่สุดแน่นอน

 

สกายฟอลอ่านจดหมายนั้นรอบนึงแล้วนำไปปักไว้บนกระดานไม้ก๊อก กะว่าเลิกงานจะมาเขียนตอบ หลังจากนั้นจึงหมุนตัวมายืนหน้า loft bed  เลือกชุดทำงานที่แขวนไว้ด้านล่างออกมาสวม หมุนตัวอีกรอบไปหากระจก เช็คดูว่าหนวดเคราบนใบหน้าไม่รกเกินจนชวนให้เจ้านายด่า จัดการรวบผมยาวประบ่าด้วยเชือกสีดำ เอื้อมมือคว้ากระเป๋าหนังใบย่อม…พร้อมแล้วที่จะออกจากห้องพักเล็ก ๆ ไม่สมตัว

 

เขาดึงหูฟังอินเอียร์จากกระเป๋าขึ้นมาสวม ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างได้ จึงย้อนกลับมายังโต๊ะทำงาน

 

คาสเซ็ตรุ่นเก่าวางเรียง หันสันออกอย่างเป็นระเบียบอยู่บนหิ้ง…ยืนเลือกอยู่หลายอึดใจ ใช้เวลานานเสียยิ่งกว่าตอนแต่งตัว

 

แต่ถึงทุกเช้าจะเลือกนานแค่ไหน จะอยากฟังอัลบั้มอื่นเท่าใด สุดท้ายกลับหยิบตลับเดิมมาทุกที…เป็นเทปแบบอัดเอง ไม่ใช่อัลบั้มมีลิขสิทธิ์ กล่องใส่จึงใสแจ๋วไร้ปก ตัวคาสเซ็ตเป็นพลาสติกสีดำด้าน มีสติกเกอร์แปะบอกด้าน A และ B …ไม่มีชื่อเพลงหรืออะไรอีก เพราะเขาจำรายละเอียดด้านในได้ขึ้นใจ

 

มือใหญ่หยิบคาสเซ็ตที่มีรอยขีดข่วนใส่เครื่องเล่นอย่างเบามือ…กลัวมันจะหลุดออกเป็นชิ้นตามอายุ เสียงเครื่องกลดังออดแอดเมื่อเทปเริ่มหมุน…เพลงหลั่งไหลจากหัวอ่าน ผ่านสายหูฟังเข้าสู่โสตประสาท กลบเสียงปิดประตูและกดล็อกห้องเสียสนิท

 

สกายฟอลเดินออกจากที่พักไปยังสถานีรถไฟฟ้า กิจวัตรประจำวันเขาไม่เคยเปลี่ยนไป มีแต่เวลาและสิ่งของรอบตัวที่เปลี่ยนแปลง…ยี่สิบปีแล้ว…

 

ทุกครั้ง ความหลังเมื่อยี่สิบปี จะทบทวนไปมาอยู่ในระยะเวลาสิบกว่านาทีบนรถไฟ…เมื่อถึงที่หมาย ก็จบลง

 

แต่ครั้งนี้ ดูจะต่างออกไป จังหวะที่เขาก้าวเข้าขบวน หางตาเหมือนเห็นใครบางคนยืนอยู่

 

ผิวเผือดสี ผมขาวโพลน

 

โครงหน้าที่หลอกหลอนเขาในฝันนับครั้งไม่ถ้วน

 

สกายฟอลหันไปมอง แต่กลับไม่เจอเป้าหมาย เสียงก่นด่าของผู้โดยสารคนอื่นไล่หลังมา ข้อหาเกะกะขวางประตูทั้งที่ตัวใหญ่อย่างกับหมี จะย้อนออกก็ไม่ได้ คลื่นฝูงชนผลักให้ไหลเข้ารถไฟไปในที่สุด

 

…เขาคงจะตาฝาด

 

———

 

สิบกว่านาทีบนรถไฟผ่านไปราวพริบตา

 

สมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อทำหน้าที่จ่ายค่าโดยสาร แผงกั้นเปิดให้ผ่าน…เดินลงจากสถานี ผ่านหมู่ตึกละลานตาและสี่แยก ตรงมาอีกเล็กน้อยจึงถึงไซต์งานก่อสร้าง…สถานที่ทำงานของเขา

 

แผงประตูทางเข้ายืนยันข้อมูลจากสมาร์ทโฟน ตามมาด้วยการแสกนร่างกาย เสียงเตือนอันคุ้นเคยดังขึ้น แล้วประตูก็เริ่มทักทายเขาด้วยเสียงของสาวน้อย

 

“/สวัสดีคุณสกายฟอล เราตรวจพบโลหะผิดปกติในกระเป๋า โปรดแสดง/”

 

คนฟังเดาะลิ้นใส่ขณะดึงเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตออกมา “ทำไมไม่เคยจำสักที ก็เครื่องเดิม”

 

“/โปรดยืนยันชนิดของเครื่อง ชื่อการค้า พร้อมชื่อรุ่น/”

 

“เครื่องเล่นเทปคาสเซ็ต Walky รุ่น พ่อมึง”

 

“/เครื่องเล่นเทปคาสเซ็ต Walky รุ่น พ่อมึง/” แสกนเนอร์ทวนซ้ำไม่ผิดเพี้ยน

 

เสียงจากลำโพง ‘พนักงานรักษาความปลอดภัย’ ดังขึ้นทันที “เฮ้ย ๆ ลุงสกาย อย่าเอาคำหยาบคายมาให้ ‘ลูกสาว’ ของผมจำสิ”

 

“บอกลูกสาวนายให้เลิกจู้จี้ทุกวันก่อนสิ” สกายฟอลหัวเราะ โบกมือใส่กล้อง “อรุณสวัสดิ์ เคร็ก”

 

“หวัดดีคร้าบ—-” ปลายทางตอบพร้อมหาวต่อท้าย “ผมว่าลุงเลิกใช้เครื่องนั้นจะง่ายกว่าให้ผมเซ็ตค่าลูกสาวใหม่ สมาร์ทโฟนก็ฟังเพลงได้ หาร้านแอนทีคให้ช่วยแปรสัญญาณจากเทปเป็นดิจิตอลสิ”

 

“ไม่” สกายฟอลตอบหนักแน่น “มันเป็นเรื่องของความรู้สึก”

 

“ไม่เข้าใจ!” เสียงแกรก ๆ ดังออกมาจากลำโพง เคร็กคงกำลังเกาหัวแน่ ๆ

 

“บาย—” เขาตัดบทแล้วรีบก้าวขาผ่านทาง ไม่งั้นอาจจะโดนแกล้งเอาประตูหนีบ

 

ผ่านด่านแรกเข้ามาได้ ก็ถึงห้องล็อกเกอร์…พนักงานทุกคนต้องเก็บข้าวของส่วนตัวและเปลี่ยนรองเท้าสำหรับงานก่อสร้าง สกายฟอลเก็บเครื่องเล่นเทปแล้วหยิบโทรศัพท์สำหรับงาน ออกจากห้องเข้าสู่ส่วนต่อไป

 

โครงสร้างของตึกหนึ่งร้อยชั้นดูน่าสะพรึงกลัว แม้จะรักษาความปลอดภัยเข้มงวดทุกขั้นตอน แต่ขึ้นชื่อว่างานก่อสร้าง อันตรายเกิดขึ้นได้เสมอ…หมู่ตึกบริเวณนี้เป็นขององค์กรเดียวกัน และเพิ่มจำนวนเรื่อย ๆ ยี่สิบปีที่ผ่านมาเขาวนเวียนอยู่แต่กับที่ดินผืนนี้ราวกับคำสาปไม่มีวันจบ

 

ช่วยไม่ได้นะ มันเป็นหน้าที่ของพนักงานระดับสูง…สูงนี่คือเขาเป็นคนควบคุมเครนขนาดมหึมา…

 

ลิฟต์ไต่ระดับขึ้นมาจนถึงชั้นสุดท้าย รอยต่อระหว่างประตูกับพื้นเดี๋ยวแคบเดี๋ยวห่างตามแรงลมที่โยกคลอนกล่องเหล็ก  ถ้าก้าวพลาดนี่คงได้ลงไปนอนแหลกคาพื้น…สกายฟอลเข้าประจำห้องคนขับ ขณะรอให้เครื่องจักรเริ่มทำงาน เขาคว้ากล้องส่องทางไกลส่องออกไปยังตึกระฟ้าอีกฟาก

 

แล้วต้องดึงโทรศัพท์มากดโทรออกอย่างหัวเสีย เมื่อเห็นร่างหนึ่งนั่งหันหลังให้หน้าต่าง

 

“ไอ้เวรเอ้ย!” สกายฟอลแทบจะพ่นน้ำลายใส่เครื่อง “ปิดม่านเดี๋ยวนี้”

 

“พูดกับเจ้านายแบบนี้อีกแล้ว” ปลายสายถอนหายใจ เงาที่เห็นลิบ ๆ หมุนเก้าอี้หันมา “กระจกก็ปิดอยู่ จะกลัวอะไร”

 

“ขอเหอะ ให้ฉันทำงานอย่างสบายหน่อย ขี้เกียจจะถือปืนแต่เช้า” บ่นพลางส่องหาศัตรูรอบทิศ เท้าเขี่ยเอาสไนเปอร์กระบอกยาวออกมาจากใต้เบาะนั่ง “แล้วนี่นอนค้างบนตึกอีกแล้วเหรอ ไอ้ห่วยเอ้ย”

 

อีกฝ่ายไม่ตอบ แขนที่เหลือเพียงข้างเดียวยกขึ้นมา…ไม่ต้องซูมก็รู้ว่ากำลังกระดกนิ้วกลางใส่ โทรศัพท์ถูกตัดสาย ม่านตวัดปิด

 

“ไอ้…..” สบถไม่ออกไปหลายวินาที ก่อนจะถอนหายใจออกมา…

 

งานที่ทำประจำของสกายฟอลคือการขับเครน…แต่งานที่แท้จริงคือคอยเฝ้าระวังกบาลของเจ้านาย ไม่ให้เป็นรูหรือหลุดหาย

 

ซึ่งตอบตามตรง อย่างแรกง่ายกว่าเยอะ

 

———

 

หนึ่งวันอันน่าเบื่อผ่านไป สกายฟอลลากสังขารกลับที่พัก

 

ฝีเท้าเงียบกริบก้าวขึ้นบันได หยุดยืนหน้าห้องของตนเอง สอดกุญแจ แล้วพบว่า…ประตูไม่ได้ล็อก….ที่นี่ไม่มีใครกล้าบุกรุกมาหลายปี สันหลังของเขาเย็นวาบ ขณะค่อย ๆ แง้มประตู

 

ในห้องเงียบกริบ เขาย่องเข้าไปอย่างระมัดระวัง สำรวจในตู้ ในห้องน้ำ และทุกจุดที่อาจมีคนหลบซ่อน ก่อนจะประเมินสภาพ…ห้องไม่ได้พังพินาศ หากมีร่องรอยการรื้อค้น…เวรเอ้ย ของสะสมของเขาถูกเล่นงานแล้วแน่นอน

 

ทว่าเมื่อลงมือสำรวจอย่างละเอียด กลับพบว่า ‘แผ่นเสียงไวนิล’ ที่มีราคาที่สุด ไม่ถูกแตะต้องเลย…โจรมันโง่หรือไง แต่สิ่งที่ถูกรื้อค้นกระจัดกระจายกว่าคือแถวเทปคาสเซ็ต แต่ก็ไม่มีตลับไหนสูญหาย

 

ความคิดแล่นปลาบเข้ามาในหัว สกายฟอลสะบัดหน้าไปทางหน้าต่าง แนบตัวกับผนัง มองลงไปด้านล่าง…

 

ผมขาวโพลนซ่อนอยู่ใต้ฮู้ดสีดำ ปลายจมูกเผือดสีที่เขาไม่เคยลืม… ร่างเล็กย่อมนั้นยืนนิ่ง มองขึ้นมายังหน้าต่างเหมือนจะลอบสังเกต

 

สกายฟอลถอยออกมาจากหน้าต่าง ปลดสัมภาระบนตัว แล้วสาวเท้าออกจากห้อง บังคับหัวใจที่เริ่มเต้นหนักให้สงบอย่างยากเย็น ซอยเท้าถี่รัวลงจากบันได พยายามเบาฝีเท้า

 

แต่ความรีบเร่ง ทำให้ทุกอย่างพัง

 

/เอี๊ยด……/

 

บันไดเหล็กโทรม ๆ ส่งเสียงประท้วง กลายเป็นสัญญาณเตือนให้คนด้านล่างรู้ตัว สกายฟอลสบถอย่างหยาบคายเมื่ออีกฝ่ายออกวิ่งสุดแรง เขากระโจนลงมาจากบันไดชั้นสอง แล้วออกไล่ล่า

 

“นัตเก็ต!!!”

 

ชื่อที่ตะโกนออกไปนั้นทำให้คนหนีชะงัก แต่ก็เพียงแค่หันคอกลับมาเหลือบมอง ซ้ำยังเร่งฝีเท้าขึ้นอีก พ้นเขตอพาตเมนต์คือทางลาดลง พวกเขาไล่กวดกันอย่างรวดเร็วจนสกายฟอลรู้สึกถึงฝ่าเท้าที่กำลังพองขึ้นมา เขาเสียเปรียบเพราะน้ำหนักตัว

 

เส้นทางลาดนี้คดเป็นรูปตัว Z แค่คนร้ายหมุนตัวเลี้ยวตรงหัวมุมก็พ้นสายตาเขา ถ้าวิ่งธรรมดาคงไม่ทันแน่

 

จบความคิด เขากระโดดขึ้นไปบนขอบปูนกั้นทาง กระโจนลงสู่ด้านล่าง กะว่าจะตัดหน้าคนหนี แต่เหมือนจะกะระยะผิดไป ร่างใหญ่จึงโถมใส่ร่างย่อมกว่าสุดแรง เข่าและแขนปวดปลาบทันทีที่ร่วงลงพื้น…ส่วนคนร้าย…บี้แบนติดถนน

 

“รู้สึกเลยว่าตัวเองแก่ขึ้น…” สกายฟอลพึมพำ กดสายตาลงมองใต้ร่าง… “แกเองก็แก่ลงไปเยอะเหมือนกัน…”

 

‘นัตเก็ต’ ในความทรงจำของสกายฟอล คือเด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ด…แต่ตอนนี้ใต้ร่างของเขาคือผู้ชายอายุสามสิบเจ็ดที่กำลังโอดครวญเจ็บปวด

 

ทว่า…เพราะรอยกระบนใบหน้านั้นหรือ…อีกฝ่ายจึงดูเป็นคนเดิมเหลือเกิน

 

เขามีเรื่องมากมายจะถามผู้บุกรุก แกมาทำไม แกต้องการอะไร แกรู้ได้อย่างไร

 

แต่สิ่งที่ทำ…คือการก้มลงจูบริมฝีปากซีดเซียวนั่น….

 

แว่วเสียงเรียกชื่อของเขาจากปากเล็ก ๆ …ก่อนหมัดแข็งจะอัดเข้าเต็มชายโครง!!!

 

ร่างใหญ่งอตัวอย่างเจ็บปวด ทรุดฮวบจนหน้าผากโขกพื้น เขายันแขนขึ้นอีกครั้ง…มองสบดวงตาสีดำตัดกับคิ้วเข้มหนา…รู้สึกถึงเลือดร้อน ๆ อาบไล้ลงมาจากหน้าผาก หยดใส่จุดกระจาง ๆ บนใบหน้าคนด้านล่าง

 

สกายฟอลแสยะยิ้มสู้กับดวงตาแข็งตึง

 

ก่อนจะเงื้อหมัด อัดเข้ากลางลำตัวร่างข้างใต้ ทีเดียวสลบ

 

Animals

TBC

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: