macho_luglio 's cargo, Mostly fanfictions.

Archive for July, 2016

[Novel] Cassette – 3 : Crazy in love.

[Novel] Cassette – 3 : Crazy in love.

 

macho_luglio

in association with KidKyan

 

16-07-04-20-19-52-330_deco.jpg

ส่วนสูงตัวหลักในเรื่องค่ะ

จากซ้ายไปขวา

อิคนาซ(180cm), สกายฟอล(200cm), นัตเก็ต(175cm), เฟร(175cm)

 

 

 

 

 

ห้องเก่า ๆ ดูคับแคบกว่าเดิม เมื่อมีคนสองคนนอนแผ่อยู่บนพื้น สกายฟอลตื่นเมื่อแสงแดดส่องเปลือกตา เมื่อคืนเขาหลับไปทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ปิดมู่ลี่ให้สนิท

 

ไม่มีเวลาจะสนใจสิ่งรอบตัว มัวเมากับตัณหา…

 

คงเพราะห่างเรื่องแบบนั้นไปนาน เลยคุมตัวเองไม่ได้…เขาให้เหตุผลกับตนเอง…แม้ที่จริงรู้อยู่แก่ใจว่าเป็นเพราะร่างในอ้อมแขน

 

นัตเก็ตยังหลับสนิท…หรือไม่ก็สลบ ลำคอขาวซีดมีรอยจ้ำแดงเป็นวงใหญ่ ตำแหน่งที่เขาขบกัด…สกายฟอลไม่ใช่พวกพิถีพิถันในการประทับตราลงบนร่างคู่นอนเท่าไหร่ เขาเลือกจูบและขบเม้มตามแต่อารมณ์จะพาไป ซึ่งก็ไม่มากนัก

 

ดังนั้น รอยส่วนอื่นบนร่างของนัตเก็ตจะไม่ใช่ของเขาอย่างแน่นอน…เขาแอบสำรวจ…บนร่างเพรียวเกือบผอมนั้นมีแผลเป็นกระจายอยู่ทั่ว มันมากกว่าที่เขาเคยจำได้

 

หลายปีที่ผันผ่าน พบเจออะไรมาบ้าง

 

มือใหญ่เลื่อนไปสัมผัสรอยแผลเป็นขนาดใหญ่บนต้นขาและรอบข้อเท้าเล็ก ก่อนจะถอนหายใจ ปลดโซ่รอบคอออก รวบร่างเปลือยเปล่าขึ้นมา พาไต่บันไดขึ้นไปวางบนเตียงสูง ห่มผ้าให้มิดชิดถึงหัวไหล่

 

เจ้าของห้องยังคงล่ามโซ่ไว้ที่ข้อเท้านัตเก็ต แต่ต่อสายให้ยาวขึ้นจนสามารถไปถึงห้องน้ำได้ เขาผ่อนปรนให้ แต่ยังไม่ไว้ใจเสียทีเดียว

 

สกายฟอลอาบน้ำและแต่งตัวเตรียมไปทำงาน กิจวัตรปกติของเขาดำเนินต่อ…ซึ่งไม่รู้จะปกติได้นานแค่ไหนเมื่อนึกถึงคนที่อยู่บนเตียง

 

———

 

“เฮ้! เจ้านายโทรหาแน่ะ” เคร็กทักผ่านทางไมค์ตั้งแต่ยังไม่ผ่านแผงประตู

 

“แปลกแฮะ” สกายฟอลเลิกคิ้วสูง พลางหยิบเครื่องเล่นเทปออกมาโชว์ให้เห็นอย่างรู้ตัวเมื่อเดินผ่านเครื่องแสกน “ฉันก็ไม่ได้มาสายเสียหน่อย ทำไมรีบโทรมาตามแต่เช้า”

 

“ไม่มีคำว่าเช้าสำหรับเจ้านายหรอก ดูเหมือนเมื่อคืนจะค้างที่ออฟฟิศ” เคร็กยิ้ม “แต่ก็แปลกจริงที่โทรมาตามถึงเครื่องฉัน ทำไมไม่โทรเข้าเครื่องส่วนตัวของนาย”

 

คนฟังยักไหล่ให้เพื่อนร่วมงาน ดึงสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงออกมาดู…ลืมเปิดเครื่อง…แต่เขาจะไม่บอกเด็ดขาด ปล่อยให้ตัวเองลอยนวลไปก่อน

 

เมื่อขึ้นลิฟต์สูงลิ่วมาถึงห้องควบคุมเครน สกายฟอลจึงดึงโทรศัพท์มาต่อสายถึงเจ้านายอีกยอดตึก

 

“…ไง…สบายตัวแล้วสิ จัดไปกี่ยก?”

 

สกายฟอลเบ้ปากใส่น้ำเสียงหยอกนั่น  “…รู้แล้วสินะว่าใครมาหาฉันเมื่อวาน ติดกล้องไว้ในห้องฉันหรือไง ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่า—”

 

เสียงบ่นขาดช่วงเพราะปลายสายแทรกขึ้น “ฉันไม่ได้ติดกล้องในห้องลุง…แต่ติดรอบ ๆ ตึกต่างหาก”

 

“อ้อ เหรอ…ช่างเคารพสิทธิส่วนบุคคล”  เขาทำเสียงแสร้งเป็นซาบซึ้งกลับ

 

“ต้องระวังไว้ก่อนสิ ถ้าลุงตายไป ฉันอาจจะตายตามเพราะขาดคนคุ้มกันหัว” พูดจบก็หัวเราะร่วน

 

‘อิคนาซ บาสเตีย ลู’ เป็นเจ้านายตามกฎหมายของสกายฟอล แต่อีกด้านคืออดีตคุณหนูตัวน้อย เขาเป็นหนึ่งในบอดี้การ์ดของเจ้านายมาตั้งแต่เกิด

 

อาชีพบอดี้การ์ดในครอบครัวเป็นเหมือนมรดก พ่อของสกายฟอลเคยเป็นบอดี้การ์ดของ ‘นายใหญ่’ พ่อของอิคนาซ เมื่อพ่อจากไปเขาจึงทำหน้าที่แทน  ต่อมานายใหญ่จากไป อิคนาซขึ้นมาแทนที่ เขาอยู่ในตำแหน่งเดิมไม่เปลี่ยนแปลงอย่างยาวนาน ความสนิทและไว้ใจระหว่างกันนั้นมากกว่าลูกน้องทั่วไปอย่างเทียบไม่ติด

 

แต่มันหมดยุคเจ้าพ่อเดินกร่างไปทั่วพร้อมสมุนเป็นฝูงแล้ว อิทธิพลยังคงไว้ แต่มีธุรกิจใหญ่โตครอบทับอย่างแนบเนียน แข่งกันด้วยเงินตรา อสังหาฯ เครดิตสังคม…และแอบกำจัดกันในเงามืดอย่างเงียบ ๆ …ไม่มีใครรู้ว่าเขาคุ้มครองเจ้านายด้วยการเป็นคนขับเครนฉันใด ก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาจัดการศัตรูในคราบคนงานธรรมดาฉันนั้น

 

นอกจากเขากับเจ้านาย มีเคร็กอีกคนที่รู้ เคร็กเองเป็นหนึ่งในคนสนิท พวกเขาผ่านร้อนผ่านหนาวด้วยกันมามาก อิคนาซจึงวางตำแหน่งให้พวกเขาด้วยความไว้ใจ เคร็กคือ ‘คนเฝ้าประตู’ เขาคือ ‘คนเฝ้ากบาล’

 

“ถ้าห่วงชีวิตฉันนัก งั้นช่วยส่งคนไปสืบเรื่องของนัตเก็ตให้หน่อยแล้วกัน” สกายฟอลได้โอกาสใช้เจ้านาย

 

“สั่งไปแล้ว แต่ไม่รับประกันว่าจะได้ข่าวแน่นอน…พวกนั้นเหมือนตุ่น ดำดินได้เก่งเป็นบ้า” เจ้านายถอนหายใจ เงียบไปอึดใจก่อนจะเอ่ยต่อ “…ถามเรื่องเฟรมาบ้างรึเปล่า”

 

คนถูกถามเกาหัว รู้ว่าจะโดนด่าแน่ แต่ก็บอกไปตามตรง  “ไม่ได้ถาม…แบบว่าลืม”

 

“ไอ้เฒ่าหื่นเอ้ย!” ปลายสายด่าตามคาด “พอได้เสียบนี่ลืมทุกอย่างเลยนะ อย่างนี้เขาเรียกว่าคลั่งรัก ไร้สติ ไม่มีสมอง”

 

“แล้วปกติมีใครเสียบ ๆ อยู่แล้วถามถึงคนอื่นวะ หมดอารมณ์พอดี” สกายฟอลเถียงบ้าง แม้จะไม่ช่วยให้ดูดีขึ้นเท่าไหร่

 

ทว่า…ขณะที่เจ้านายลูกน้องกำลังสาดคำด่าแกมหยอกใส่กันอยู่นั้น เสียงหนึ่งก็ดังลั่นมาจากปลายสาย เป็นเสียงของแข็งกระแทกวัตถุทึบตัน แปร่งปร่าแปลกหู

 

“อิคนาซ?” สกายฟอลสังหรณ์ใจไม่ดี เขาได้ยินแค่เสียงหายใจ “อิคนาซ!!”

 

ผ่านไปอึดใจ เจ้านายก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่นโทรศัพท์

 

“ลุง! เปิดจอในห้องด่วนเลย มีเรื่องสนุก ๆ จะให้ดู”

 

สกายฟอลพุ่งไปยังเบาะนั่ง นอกจากระบบขับเคลื่อนเครนแล้วบนแผงควบคุมยังมีคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมตรงกับกล้องวงจรปิดทั่วหมู่ตึก เขาเลือกดูกล้องในห้องทำงานของอิคนาซ เลื่อนดูบันทึกภาพไปเหตุการณ์ไม่กี่นาทีก่อนหน้า

 

บนจอขนาดไม่ใหญ่ฉายภาพห้องทำงานกว้าง ตกแต่งโทนดำเรียบ…หน้าต่างด้านที่หันมาทางเครนเปิดม่านกว้าง ฝั่งตรงข้ามก็เช่นกัน เจ้านายของเขานั่งคุยโทรศัพท์อยู่โดยหันข้างให้หน้าต่างทั้งสองทิศ

 

เลเซอร์นำวิถีสีแดงฉาน ส่องผ่านหน้าต่างทิศตรงข้ามเข้ามา…ปลายลำแสงหยุดตรงขมับขวาของอิคนาซ

 

ตามด้วยกระสุนพยายามทะลุทะลวงหน้าต่าง ต้นกำเนิดเสียงแปลกประหลาดที่เขาได้ยินผ่านโทรศัพท์เมื่อครู่

 

สกายฟอลกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว เขาเรียกภาพจากกล้องตัวที่อยู่ใกล้จุดถูกยิง ซูมจนเห็นร่องรอยบนนั้น…กระสุนสีเงินวาวฝังลึกเข้ามา สร้างริ้วแตกเป็นลายใยแมงมุมขนาดมหึมาบนเนื้อกระจกนิรภัย…อำนาจทำลายล้างระดับนี้อาจจะเจาะรถเกราะรุ่นเก่าได้สบาย ๆ แต่มันทำได้แค่เกือบทะลุกระจกนิรภัยรุ่นท็อปของที่นี่

 

“เกือบสำเร็จแล้ว สุดยอดไหมล่ะ” อิคนาซเอามือเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ ถ้าเขามีมือครบก็คงจะตบชื่นชมไปแล้ว

 

“ไม่ต้องมายิ้มเลย ไอ้กะโหลกหนา” บอดี้การ์ดขบฟันกรอด “ดีนะที่ฉันเถียงชนะแกว่าอย่าประหยัดงบกับกระจกในห้อง…เดี๋ยวฉันจะไปหา”

 

“ไม่ต้อง” เสียงเจ้านายยังคงกลั้วห้วเราะ แต่คำที่ตามมาเล่นเอาคนฟังขำตามไม่ไหว “วันนี้อนุญาตให้ลางาน รีบกลับบ้านไปเช็คดูซิว่า ‘นกฮูก’ ยังอยู่ในกรงรึเปล่า”

 

นั่นคืออีกคำที่ใช้เรียกนัตเก็ต

 

สกายฟอลไม่ตอบอะไรกลับ แต่วางสาย แล้วออกจากห้องเครนไปอย่างรวดเร็ว

 

———

 

ในใจหวัง ว่ามันจะไม่ใช่

 

หวังว่าการหวนคืนครั้งนี้ จะไม่มีปัญหา

 

สกายฟอลระวังตัวตลอดเส้นทางที่เดินทางกลับ แม้จะรีบร้อน หากยังรักษาสติและท่าทีสงบเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์

 

แต่เมื่อเข้าสู่อาคารที่พัก ขากลับก้าวเร็วขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้

 

เขาหวัง หวังว่ามันจะไม่ใช่

 

เสียบกุญแจแล้วไขในพริบตา กระชากประตูออก

 

นัตเก็ตที่อยู่บนเตียงสูงสะดุ้งตื่น  ดวงตาสีดำงัวเงียซ่อนอยู่ใต้เส้นผมสีขาวที่ปรกหน้า

 

สกายฟอลยืนค้างอยู่เกือบนาที ก่อนจะปิดประตู แล้วเดินเข้าห้อง คว้าคนบนเตียงลงมาสู่อ้อมแขน จูบประทับลงบนขมับซ้ำเหมือนคนบ้า…

 

นัตเก็ตไม่ใช่คนร้าย…

 

———

 

อ้อมแขนใหญ่ที่กอดรวบกายนั้นมีเหงื่อท่วม…บ่งบอกว่าอีกฝ่ายรีบแค่ไหนเพื่อจะกลับมาหาเขา

 

นัตเก็ตยกแขนขึ้น แม้จะโอบแผ่นหลังกว้างได้ไม่รอบ หากเกาะเกี่ยวเอาไว้ได้แน่นหนา…อิงแก้มฟังเสียงหัวใจที่เต้นรัวค่อย ๆ ผ่อนคลายลงราวกับหายกังวล…เขาเห็นความโล่งใจในดวงตาสีน้ำตาลอำพันของสกายฟอล

 

ไม่รู้เวลาผ่านไปเท่าไหร่ขณะที่เขาลูบปลอบแผ่นหลังร้อนชื้นนั้น…หวังว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้สึก…ว่าฝ่ามือของเขาเองนั้นก็เต็มไปด้วยเหงื่อ

Crazy in love.

TBC

มาโชอยากได้คอมเมนต์จังเยย /ร้องไห้อ้อน

มีโครงการว่าจะเลือกผู้ที่คอมเมนต์สร้างสรรค์สม่ำเสมอ 3 อันดับแรกแล้วแจกหนังสือคนละชุดค่ะ อิอิ

แต่ก่อนจะแจก ก็ต้องเขียนให้จบก่อนนะ เอื้ออออ เป็นกำลังใจด้วยนะคะะะะะะ O(—[

Advertisements