macho_luglio 's cargo, Mostly fanfictions.

[Yume100TH Fanfiction] One Last Wish. – 1

Macho_luglio

 

Paring : Apollo x Ster

16-09-09-17-27-54-047_deco

Note : ตามเนื้อหาในเกมแล้ว สองคนนี้ไม่เคยเจอกันนะคะ แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเพียง ‘จิ้น’ ของมาโชค่ะ เป็นเจ้าชาย5ดาวได้ฟรีจากล็อกอินทั้งคู่ รันทด(?)สมกันดี(?) ขอตั้งชื่อแท็กว่า #ฟิควายเจ้าชายล็อกอิน ,,- -,,

ส่วนเจ้าหญิงแห่งทรอยแมร์ในเรื่อง ก็ถือว่าเป็นตัวแทนของทุกคนนะคะ แม้จะรู้สึกว่านางใจร้ายจังวุ้ย…แต่ช่วยไม่ได้ เจ้าหญิงพาออกศึกได้ทีละ5คนเองงงงง / พามาอยู่อัลสโตเรียเพราะไกลดี(…) ท่านพ่ออาร์วีกับทหารก็มโนมาเป็นตัวประกอบค่ะ (- -,,

 

อ่านแล้ว เมนต์มาคุยกันนะคะ ชิปนี้ดั่งเรือแพ เหงาาาา

 

———

‘ถ้าเธอมอบพลังให้ ฉันจะพิชิตทุกอย่าง!!!’

‘พลังของฉันมีแค่ปลุกนิทรากับกำจัดปีศาจกินฝัน…ปราบกบฎไม่ได้หรอก’

‘ถ้าไม่มีพลังก็ปกครองไม่ได้!’

‘…มีสิ่งที่สำคัญกว่าพลังวิเศษอยู่นะคะ แต่ต้องอาศัยใครสักคนมาช่วยคุณ’

‘เธอยังไงล่ะ’

‘ฉันไม่ใช่คน ๆ นั้นของคุณหรอก’

‘นั่นเธอจะไปไหน? อย่าบอกนะว่าพาฉันมาปล่อยทิ้งไว้ที่นี่แบบนี้!’

‘ขอโทษด้วยนะคะ…พักให้สบายแล้วค่อย ๆ ทบทวนเถอะนะ’

———

‘เธอปลุกฉันขึ้นมา บงการให้ฉันอยู่ต่อ แล้วทำไมฉันถึงไปด้วยไม่ได้…’

‘…ในสงครามน่ะ คนที่จะรอด มีแต่คนที่รักชีวิตเท่านั้น ฉันพาคุณไปไม่ได้หรอก’

‘………’

‘รักษาชีวิตตนเองเอาไว้ให้ได้สิ คุณน่ะ…ใช้ชีวิตไม่คุ้มเอาเสียเลยนะ’

———

 

– อัลสโตเรีย แดนอัศวิน –

 

แม้จะเป็นแสงตะวันยามเย็นแล้วก็ยังสว่างเกินไปสำหรับชแตร์…มือเรียวขาวยกขึ้นป้องหน้าผากเอาไว้ขณะเดินไปตามถนนเส้นเล็กซึ่งทอดยาวจากชายป่าเข้าสู่ตัวเมืองอัลสโตเรีย ที่พัก…ไม่สิ คุกทางใจที่เจ้าหญิงแห่งทรอยแมร์ส่งเขามาอยู่

 

ถึงแสงแดดจะเจิดจ้า แต่อากาศนั้นเย็นสบาย การเดินเท้าของเจ้าชายผู้เคยแต่ขี่ดาวตกบนท้องฟ้าจึงไม่ทรมานนัก…ชแตร์หยุดฝีเท้าเมื่อถนนพาดผ่านเนินสูง มองหาทหารจากวังที่ควรจะมารับตามคำกล่าวของเจ้าชายอาร์วี ทว่าป่านนี้ยังไม่เห็นวี่แวว…อันที่จริงเขาก็เข้าใกล้กำแพงเมืองมากแล้ว

 

เพราะมีอัศวินอันเลื่องลือ เมืองนี้ย่อมต้องผ่านสงครามอันหนักหน่วง ใกล้ผืนป่าร่มรื่นมีซากกำแพงอิงแอบ  ในทุ่งหญ้าอุดมสมบูรณ์มีป้อมปราการเก่าตั้งอยู่ เสมือนแผลเป็นจาง ๆ บอกเล่าอดีต

 

ทว่า ทิวทัศน์อันสุขสงบจุดหนึ่งถูกก่อกวนด้วยเปลวไฟพวยพุ่งขึ้นฟ้า ใกล้ป้อมปราการรักษาคูเมือง ชแตร์ได้ยินเสียงตะโกนห้ามปรามของคนจำนวนมาก สลับกับเสียงคำรามหนึ่งเสียงลอยมาตามลม ทหารกลุ่มใหญ่กำลังตั้งแนวป้องกันด้วยโล่…ประชันหน้ากับคนเพียงคนเดียว

 

ผู้อาวุโสบางท่านเคยกล่าวไว้ ว่าผู้ที่มีศักดิ์เท่าเทียมจะมองกันออก…อีกฝ่ายคงเป็นเจ้าชายเช่นเดียวกับเขา…แม้จะมีลักษณะตรงข้ามโดยสิ้นเชิง

 

“ท่านชแตร์!!! ท่านชแตร์ใช่ไหมขอรับ!”

 

เพราะมัวแต่สนใจเหตุปะทะ จึงไม่ทันสังเกตจนม้าตัวใหญ่วิ่งมาใกล้ ชแตร์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า ทหารบนหลังม้ารีบลงมาทำความเคารพ

 

“กระหม่อมคือ เอซ องครักษ์ประจำตัวของเจ้าชายอาร์วี ขออภัยที่มาต้อนรับล่าช้าขอรับ นกพิราบนำสาส์นจากเจ้าชายอาร์วี่เพิ่งจะมาถึงเมื่อสักครู่นี่เอง”

 

…ข่าวแจ้งเรื่องของเขาควรจะมาถึงตั้งแต่เมื่อสามวันก่อนไม่ใช่หรือ…แล้ววิธีส่ง…เมืองนี้ช่างโบราณนัก

 

“ช่างเถอะ เราไม่ถือสา” หมายความตามที่พูด “พาเราไปเข้าเฝ้าองค์ราชาเถอะ”

 

“ขอรับ ขออภัยที่ไม่ได้เตรียมรถม้ามา เชิญขึ้นม้าขอรับ” ทหารหนุ่มจูงม้าศึกมาใกล้ ก่อนจะผายมือออกให้จับเป็นหลัก

 

ชแตร์นิ่งคิด…เหมือนโดนหวังดีเพราะเห็นว่าอ่อนแอ…แต่ก็ไม่อยากปฏิเสธให้เสียน้ำใจจึงวางมือลงบนมืออีกฝ่าย

 

ปฏิกริยาของเอซนั้น เป็นไปตามคาด  “เอ๊ะ!?”

 

“มือเราเย็นเป็นปกติ ไม่ต้องกังวลหรอก”  เจ้าชายบอกด้วยสีหน้าเรียบ

 

“…เช่นนี้เอง” เอซพยักหน้า พยายามท่องว่าเจ้าชายแต่ละอาณาจักรนั้นต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะคน “ก่อนหน้านี้กระหม่อมได้ต้อนรับเจ้าชายอพอลโลแห่งอาณาจักรแฟลร์รูจ รอบกายของท่านร้อนเหมือนไฟเลยล่ะขอรับ”

 

“อพอลโล” ชแตร์ทวนชื่อ รู้ทันทีว่าเป็นนามของใคร

 

“ท่านที่กำลังจะย่างเหล่าทหารยามอยู่หน้าป้อมคูเมืองนั่นแหล่ะขอรับ…” ทหารหนุ่มถอนหายใจก่อนจะเริ่มจูงม้าให้ออกเดินไปตามถนน “ไม่ต้องห่วงนะขอรับ กระหม่อมจะพาท่านชแตร์อ้อมไปเข้าประตูเมืองทิศตะวันออก”

 

“ทำไมต้องอ้อมล่ะ”

 

เสียงเรียบ ๆ นั้น ทำให้เอซเบิกตาขึ้น “…ก…ก็ประตูทิศใต้ ท่านอพอลโลกำลังใช้…”

 

“เราเองก็เป็นเจ้าชายเช่นเดียวกับเขา…เราด้อยกว่าจนต้องหลีกทางให้หรือ”

 

ถ้าไม่ติดว่าจูงม้า เอซคงยกมือขึ้นมากุมหัว…เอาแล้วไง การเมืองชัด ๆ …แต่ดูแล้วเจ้าชายแห่งมีเทียร์เวลผู้นี้ดูสงบนิ่ง คงไม่เกิดเรื่องแบบอีกท่าน…

 

“หามิได้ขอรับ แขกสำคัญของอัลสโตเรีย ย่อมได้รับการปฏิบัติเสมอกัน”

 

ทหารหนุ่มก้มหัวให้เป็นเชิงเคารพ ก่อนจะชักม้าให้ออกเดินไม่ช้าไม่เร็วเกินไป ไม่นานก็ถึงป้อมประตูเมือง

 

ที่นั่น เจ้าชายแห่งแฟลร์รูจกำลังแผลงฤทธิ์ ลูกไฟจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากแขน กระแทกแนวโล่ของเหล่าทหารให้ถอยร่นไปทีละก้าว จนเกือบจะตกคูน้ำอยู่รอมร่อ

 

“โฮ่! พวกเจ้าฝีมือไม่เลวนี่ ยันเอาไว้ได้แบบนี้ทั้งที่ควรจะกระเด็นไปนานแล้ว” อพอลโลเผยยิ้มผยอง “แต่ครั้งต่อไปไม่รอดแน่!”

 

“ท่านอพอลโลโปรดเมตตาด้วย!” เอซตะโกนปราม

 

“หืม? องค์รักษ์ของอาร์วีอย่างนั้นรึ” ดวงตาสีแดงเพลิงกราดมอง เผื่อแผ่ไปยังคนบนหลังม้า “แล้วนั่นรับใครมาอีก อัลสโตเรียเป็นโรงแรมไปแล้วหรือไง”

 

“หามิได้ขอรับ…ท่านอพอลโล โปรดสงบใจแล้วตามกระหม่อมไปเข้าเฝ้าองค์ราชาด้วยกันเถิด”

 

“เข้าเฝ้า? ราชาต้องออกมาต้อนรับสิถึงจะถูก” อพอลโลแสยะยิ้ม “ต้อนรับผู้จะมาช่วยปกครองเมืองนี้”

 

เอซทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “ใช้คำพูดแบบนั้นไม่ได้นะขอรับ…ก็เพราะแบบนี้ ท่านถึงได้ติดแหงกอยู่หน้าป้อมไง”

 

ขาดคำ เอซรีบตะปบปากตัวเอง ทว่า…สายไปแล้ว

 

อพอลโลคิ้วกระตุก เบนเป้าหมายจากกองทหารตรงหน้ามาที่องครักษ์ทันที แขนขวามีเปลวไฟก่อตัว พริบตาเดียวก็เลื้อยออกไปในอากาศราวกับอสรพิษร้าย

 

เอซยกแขนขึ้นป้องกัน ในใจคิดไปแล้วว่าทางบ้านจะจัดงานศพของตนยังไง แต่แล้วกลับรู้สึกถึงสายลมเย็นพัดผ่าน ม้าศึกกระโจนมายืนขวางหน้าเอาไว้

 

ชแตร์มองเปลวไฟที่วนเวียนหมายจะล้อมกรอบเขาแล้วยกมืออังริมฝีปาก ดาวตกดวงน้อยเท่าปลายเล็บปรากฎออกมาจากลมหายใจ คำอธิษฐานกระซิบตาม พริบตาหลังจากนั้นแสงสีเงินก็สว่างวาบ ส่งไอเย็นดับพลังไฟให้มอดดับ แต่ถึงอย่างนั้นแรงจากการปะทะของสองพลัง ก็ทำให้เกิดสะเก็ดไฟลูกน้อยกระเด็นเฉี่ยวใบหน้าขาวจนเกิดรอยแดง

 

อพอลโลได้รับผลกระทบเช่นกัน ร่างของเขาถูกไอเย็นปะทะ หากเป็นคนปกติคงจะหนาวสั่นจับไข้ แต่กลับกลายเป็นช่วยให้ไอร้อนทั่วร่างสงบลง

 

“นาย…”  เจ้าชายแห่งไฟแปลกใจไม่น้อย เป็นครั้งแรกที่ต้องเพ่งมองอีกฝ่าย…ดวงตาสีฟ้ากระจ่างราวกับรวมดาวทั้งนภาเอาไว้ ผิวกายขาวจัด เส้นผมสีเงินพลิ้วไหว…รับรู้ได้ทันทีว่าสูงส่ง

 

“แม้จะมาจากอาณาจักรยิ่งใหญ่แค่ไหน ยศยังเป็นแค่เจ้าชาย ควรจะให้เกียรติราชา” ชแตร์ส่งสายตาเย็นชาใส่ “ธรรมเนียมสากล ไม่รู้จักหรือ”

 

หากเป็นเวลาปกติอพอลโลคงเดือดดาลอีกรอบ แต่ตอนนี้เขากำลังพอใจเสียมากกว่า…เพราะมีผู้ที่มีพลังพอจะต้านทานไฟของเขาได้

 

นั่นหมายความว่า ลิ่มที่ตอกหัวใจของเขาอยู่อาจจะถอนออก หรือนี่จะเป็นคนที่เจ้าหญิงแห่งทรอยแมร์เคยบอกเอาไว้

 

คิดได้อย่างนั้น แม้ภายในอกจะยังคงร้อนผ่าวด้วยคำสาป แต่น้ำเสียงกลับผ่อนคลายขึ้น “ชื่ออะไร เป็นคนของอาณาจักรไหน”

 

ผลจากการใช้พลังทำให้เริ่มวิงเวียน แต่ชแตร์เลือกจะฝืนวางท่าเพิกเฉย ชักม้าให้เดินข้ามคูเข้าเมืองไปอย่างเงียบ ๆ

 

“ท่านนั้นคือเจ้าชายชแตร์แห่งมีเทียร์เวล แดนดาวตกขอรับ” เอซตอบแทน ขณะเร่งฝีเท้าติดตามเจ้าของนามเข้าเมืองไป

 

“แดนแห่งคำอธิษฐาน” อพอลโลแสยะยิ้มอย่างมีความหมาย ก่อนจะออกเดินบ้าง

 

แน่นอนว่าทหารยามแหวกทางให้อย่างแตกตื่น

 

———

 

ท้องพระโรงแห่งอัลสโตเรียอาจจะไม่หรูหราเท่าอาณาจักรใหญ่ หากโอ่อ่าและมีมนต์ขลัง

 

องค์ราชาประทับอยู่บนบัลลังก์สง่างาม ดวงหน้าของท่านคือต้นแบบของเจ้าชายอาร์วี่ หากสูงวัยและดูน่าเกรงขามกว่ามาก

 

“ยินดีต้อนรับเจ้าชายอพอลโล และ เจ้าชายชแตร์”

 

ชแตร์เป็นฝ่ายค้อมศีรษะลงก่อน ต่อด้วยอพอลโล องค์ราชามองพลางยิ้ม เพิ่มความอารีบนใบหน้านั้นขึ้นมาเล็กน้อย

 

“เราได้รับข่าวจากลูกชายแล้ว ครั้งนี้เพราะเจ้าหญิงแห่งทรอยแมร์ขอร้องมา เราจึงอนุญาตให้ท่านชแตร์มาพำนัก…และท่านอพอลโลมาลี้ภัย”

 

ชแตร์ได้ยินเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจจากลำคอคนที่ยืนอยู่ด้านข้าง…ลี้ภัยเหรอ

 

“ขอบคุณองค์ราชาที่เมตตา” ชแตร์ค้อมศีรษะอีกรอบ “คงจะขอรบกวนจนกว่าเจ้าหญิงจะกลับมาครับ”

 

“ท่าทางจะนานพอควร…”  สายตาที่ทอดลงมาจากบัลลังก์ครั้งนี้เป็นเปี่ยมไปด้วยความกังวลจากพ่อถึงลูก   “พวกท่านจะพักนานแค่ไหนเราไม่ว่า เพียงแต่…”

 

สองเจ้าชายสบตากับองค์ราชา

 

“เพียงแต่…ด้วยเหตุผลทางการเมือง เราไม่อาจให้ท่านทั้งสองพักในวังหลวง คงต้องส่งไปอยู่ที่วังนอกกำแพงเมือง แต่ก็ไม่ได้ห่างไกลความเจริญหรอกนะ”

 

“กระหม่อมไม่มีปัญหา” ชแตร์ตอบรับอย่างง่ายดาย

 

แต่อพอลโลนั้น คนละเรื่อง “ไม่คิดว่าเป็นการลดเกียรติของเราหรือ?”

 

น้ำเสียงขุ่นข้องนั้น กลับทำให้ราชาหัวเราะร่วน “ท่านลั่นวาจาอะไรไว้หน้าประตูเมืองล่ะ เล่นเอาเหล่าข้าหลวงของเราเดือดดาลกันใหญ่ อีกอย่าง ในราชวงศ์เดียวกันยังมีการอาฆาตปองร้าย นับประสาอะไรกับเจ้าชายจากแดนอื่น…ข้อนี้ท่านน่าจะรู้ดีไม่ใช่หรืออพอลโล”

 

…ท่าทางครอบครัวจะไม่อบอุ่น ชแตร์สรุปเองในใจเมื่อเหลือบมองเสี้ยวหน้าแข็งกร้าว

 

“อย่าคิดว่าเป็นการลดเกียรติเลย แม้จะอยู่นอกเขต แต่ก็ถือเป็นวังของเจ้าชาย เพียงแต่…..” คราวนี้องค์ราชามีสีหน้ากังวลจริงจัง  “วังนั้นเดิมเป็นของอาร์วี และมีแห่งเดียว พวกท่านต้องอยู่ด้วยกัน ได้หรือไม่”

 

ชแตร์ถอนหายใจ…เขาน่ะยังไงก็ได้ แต่…

 

“ไม่มีปัญหา”

 

‘อะไรนะ’ ชแตร์ถึงกับหันไปมองคนข้าง ๆ อย่างไม่เชื่อหู องค์ราชาก็เช่นเดียวกัน ตอนแรกท่านคิดว่าเจ้าชายจอมปัญหาต้องปฏิเสธ จึงจะให้อพอลโลไปอยู่วังนอกเมือง และหาคฤหาสน์ให้ชแตร์พักอยู่ภายในเมือง

 

“เราไม่จำเป็นต้องพักในวังก็ได้…” ชแตร์คิดเหมือนกับองค์ราชา

 

“ทำไม เราสองคนเป็นเจ้าชาย ยศเท่ากันจะพักด้วยกันไม่ได้หรือ” อพอลโลเลิกคิ้ว “หรือฉันไม่มีเกียรติพอให้นายอยู่ด้วย”

 

คนฟังอึ้ง ไม่นึกว่าเหตุผลที่เขาสั่งสอนอีกฝ่ายไปจะย้อนมาหาตัวเขา “เปล่า”

 

“ดี!” อพอลโลพยักหน้า “ขอบคุณองค์ราชามาก กระหม่อมเหนื่อยจากการเดินทาง ขอตัวก่อน”

 

หลังทำความเคารพพอเป็นพิธี อพอลโลก็หันหลังเดินออกจากท้องพระโรงไป

 

“เราคาดไม่ถึง ว่าเขาจะยอมแบ่งวังกันอยู่” องค์ราชาเอ่ยด้วยเสียงเบา

 

“กระหม่อมก็คิดเช่นกัน…” ชแตร์ตอบตามตรง

 

“เอาเป็นว่า หากกระทบกระทั่งกับเขา ก็บอกเราได้ทุกเมื่อ” รอยยิ้มเมตตาส่งให้เจ้าชายต่างแดน “เราเอ็นดูท่านมากกว่าเขา”

 

คำกล่าวนั้น เรียกรอยยิ้มจริงใจจากชแตร์ได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน

 

———

 

อพอลโลกำลังยิ้มกริ่ม…มองแสงสุดท้ายของดวงตะวันที่เส้นขอบฟ้า เบื้องบนนภามีดาราโรยรายลงมาแทนที่

 

คำอธิษฐานของเจ้านั่น…ต้องเป็นของเขา

 

TBC

Advertisements

Comments on: "[Yume100TH Fanfiction] One Last Wish. – 1" (14)

  1. Nathael said:

    ปริ้นเซสใจร้ายตรงไหนกันค่ะ เราเป็นแม่สื่อก็ต้องสร้างสถานการณ์ให้หนุ่ม ๆ เขาน่ะถูกแล้ว5555

    • คุณฮ้วงไวมั่ก!!! ทำถูกแล้วววว ที่ปลุกแล้วมาเททิ้งให้ได้กันเองใช่มั้ยคะะะะ XD

  2. ฟหวดกหฟรก่หฟวสดา่ฟกหว //โดนรีพอร์ตสแปม
    ทำดีค่ะคุณมาโช ทำดี ฮืออออ

  3. Bymtox said:

    เห้ยยยยยคือเห้ยยยยยยยอ่ะ
    เห้ยยยชอบอ่ะ!!
    อยากอ่านคู่นี้มาตั้งนานแล้วว
    เพิ่งจะเจอเรื่องแรก
    แล้วเป็นเรื่องที่แต่งดีด้วยไงงปลื้มม
    ภาษาดีมากกำลังดีมีคำศัพท์ของเจ้าชายบ้าง
    ไม่มากไม่น้อยไปอ่านง่าย
    ตัวละครก็แบบเหมือนอ่ะ
    คาแรคเตอร์เหมือนดีโอเคเลย
    เนื้อเรื่องเริ่มดีค่ะ ชอบ แบบนี้ติดตามแน่นอน
    รออัพนะไรต์! ❤

    • อร๋ายยยยยยยยย ขอบคุณค่าาา (///___/// #กลิ้งเขินไปมาอย่างรุนแรง

      ศัพท์แสงนี่ พยายามให้กลาง ๆ จริง ๆ ค่ะ ไม่งั้นจะลิเกไปเลย กร๊ากกกก / ขอบคุณมากค่า หญิงช้วยไปเปิดอ่านเนื้อเรื่อง อัพเลเวลเพื่อการนี้เลย ❤

      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ไฟท์!!

  4. เต่าค่ะ said:

    อ่านไปแล้วอมยิ้มไปค่ะะะะ (ถ้าไม่ติดว่าอยู่นอกบ้านคงอยากหาหมอนมาจิก)
    น่ารักทั้งคู่เลยยยย

    ปล.แอบขำชแตร์บ่นความโบราณของอัลสโตเรียค่ะ

    • แอร๊ยยยยย ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ค่าคุณเต่าาา ❤

      เรื่องอัลสโตเรียหญิงไม่แซะไม่ได้จริง ๆ กร๊ากกก แซะเพราะรักนะคะอาร์วี!!!

  5. โอ๊ยยยยยย นี่เจ้าหญิงไม่เรียกใจร้ายค่ะ เขาเรียกเป็นแม่สื่อ ขำความลำเอียงของราชาเหลือเกิน ฮือออ ท่านพรี่่ อย่าเอาลงไหดองน้าน้องอยากอ่านต่อ /หวนโหย

    • อุอุ ราชาชอบเด็กดี เอ็นดูวววว (- -,, /หญิงพี่ไม่ดองงง กอดดดด

  6. สวัสดีค่า ปกติไม่ค่อยได้อ่านฟิคเจ้าชายเท่าไหร่ เพราะเราเพิ่งเล่นได้ไม่นาน หลายตัวละครไม่มีเลยจะอ่านไม่ค่อยอิน อย่างอพอลโลนี่เราพลาดมากๆ เลย ลืมล็อกอินวันสุดท้าย อดเลย แต่พอมาอ่านเรื่องนี้แล้วอยากวิ่งไปตะโกนที่ชะง่อนผาว่าชอบโว้ยยยยยยยยยยยยยยย 555555 (หยาบนิดนึงขออภัย) ถึงเราจะไม่มีอพอลโล แต่ก็อ่านเรื่องนี้ลื่นไหลเลย

    ภาษาการบรรยายอะไรแบบนี้มันดูอ่านง่ายเนื้อเรื่องลื่นไหลไงไม่รู้ ชอบคาแร็คเตอร์ของชแตร์มากค่ะ คือชแตร์นี่เนื้อเรื่องก่อนจุติก็เลือนรางหลังจุติเราก็ยังดองอ่านเลยจำได้แค่สุขภาพไม่ดีเพราะละอองดาวจะหมด แต่อ่านเรื่องนี้แล้วหลงรักเลยค่ะ ดูเปราะบาง แต่ก็หยิ่งนิดๆคีพลุคมาดเจ้าชาย

    “เราเองก็เป็นเจ้าชายเช่นเดียวกับเขา…เราด้อยกว่าจนต้องหลีกทางให้หรือ” “ธรรมเนียมสากล ไม่รู้จักหรือ” โอ้ยยยย ประโยคนี้คือโดนใจมากค่า มันต้องฝีปากระดับนี้สิถึงจะไปไฝ้ว์กับอพอลโลได้ แล้วแบบให้ความรู้สึกว่า ชแตร์ไม่ได้พูดเพื่อจะกวนหรือท้าทายอะไร แค่พูดไปตามที่คิดเฉยๆ อะไรแบบนี้ เยี่ยมมากค่ะ ไปอ่านตอน 2 ละค่า อยู่วังเดียวกัน ฮรึ่ยยย เราหลงรักคู่นี้สุดติ่งเพราะฟิคเรื่องนี้เลยยยย

    • โฮกกกก ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์นะคะ แงงงงง ดีใจมากเลยยยย /ขอกอดที ❤

      ตอนได้อพอลโลมาเดี่ยว ๆ เราเคยชิปกับฟรอสต์+เกรเซียนะคะ แต่ก็ไม่พีคอะไรมาก รู้สึกยังไม่ใช่ แต่พอชแตร์มานี่ ใช่เลยยยยย คนนี้แหล่ะ คือเขาแทบจะนิสัยขั้ยตรงข้าม แต่ชีวิตมีปมคล้ายกัน ฮืออออ เลยชิปแบบหัวทิ่มเลยค่ะ (///___///

      กอด ๆ ขอบคุณที่รักคู่นี้นะคะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยเน้อ เพื่อนร่วมแพ (- -,,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: