macho_luglio 's cargo, Mostly fanfictions.

เป็นเรื่องเดียวกับที่เคยลงใน Wattpad นะคะ ย้ายมารวมกันให้หาง่ายน่ะ (- -,,

[Yume100TH Fanfiction] Scars.

 

macho_luglio

 

Paring : Jay x Alfred

12801109_967770066610947_1845682054203036416_n

NSFW

-เผื่อฟังประกอบ-

 

required : บทนำของเจย์, บทที่3ของอัลเฟรด (และถ้าอ่านบทความสัมพันธ์ของเจ้าชายก็จะดีจ้า)

 

Notes :

  • รายละเอียดบางจุดอาจมีการ ‘มโน’ ขึ้นมาบ้าง เนื่องจากออฟฟิเชียลไม่ได้ระบุชัดนะคะ (;w;
  • เนื่องจากเจ้าหญิงมาช้วย(กร๊าก)ได้เจย์มาก่อนอัลเฟรด จึงขอเรียงลำดับการพบตามนั้นเน้อ

 

 

ระฆังโบสถ์กังวานมาจากที่ห่างไกล…เห็นเพียงยอดหอคอยกับแสงสะท้อนจุดเล็กบนเนื้อโลหะ ณ ริมขอบฟ้า

 

อัลเฟรดถอนสายตาจากทิวทัศน์ เมื่อข้าหลวงขอความเห็นเกี่ยวกับงานต้อนรับเจ้าหญิงแห่งทรอยแมร์….อาณาจักรโดมิเนียของเขาห่างร้างจากงานรื่นเริงระดับนี้มานานพอดู…ตั้งแต่บาดหมางกับอาณาจักรโนพรี

 

หลังจากกำหนดงบและขอบเขตของงาน อัลเฟรดสั่งให้เตรียมไวน์ที่บ่มไว้เท่าอายุเจ้าหญิง ข้าหลวงกล่าวชื่นชมกับการเลือกสรรครั้งนี้ และยื่นรายนามผู้ถูกเชิญมาให้เลือกเป็นงานสุดท้าย…ไม่รู้ว่าแสงตะวันลับหายไปตอนไหน หันไปนอกหน้าต่างอีกหน หอคอยที่อยู่ห่างไกลลาจากไปในความมืดแห่งรัตติกาลเสียแล้ว

 

เขาจ้องมองขอบฟ้ามืดดำ…รู้สึกที่สายตาเหล่าข้าหลวงทิ่มแทงอยู่บนหลังมือ…เจ้าชายแค่นยิ้มเศร้า ก่อนจะจรดปากกา ‘ขีดฆ่า’ หมึกดำผ่านชื่อหนึ่งที่ใส่มาแค่พอเป็นพิธี

 

———

 

งานต้อนรับเจ้าหญิงดำเนินไปอย่างราบรื่น บรรยากาศชื่นมื่นอย่างยิ่ง

 

อัลเฟรดค้อมศีรษะให้กับเจ้าหญิงแห่งทรอยแมร์อีกครั้งในค่ำคืนนี้ เป็นธรรมเนียมเล็ก ๆ ที่เจ้าภาพและอาคันตุกะจะเต้นรำด้วยกันครั้งสุดท้ายก่อนงานเลิก…เจ้าชายก้าวเท้า พาเจ้าหญิงที่อายุห่างกันมากพลิ้วไปตามฟลอร์

 

แม้ริมฝีปากจะยิ้มแย้ม หากมีแววกังวลฉายอยู่ในดวงตาของเจ้าหญิงแห่งทรอยแมร์…

 

“เต้นรำกับคนอายุมาก คงไม่น่าอภิรมณ์เท่าไหร่ใช่ไหม” อัลเฟรดกระซิบถามร่างที่ประคองไว้

 

“ม…ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ” สาวน้อยส่ายหน้ารัว ก่อนจะกัดริมฝีปากเข้าหากันแล้วมองตรงมา  “คือว่า…”

 

ผู้ฟังคลี่ยิ้มละมุน ใจจดจ่อว่าเจ้าหญิงพูดอะไร แต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วจนร่องระหว่างดวงตาลึกกว่าเดิม เมื่อจดหมายซองน้อยถูกยื่นมาให้

 

“นี่คือ?….”

 

ไม่ได้คำตอบ องค์หญิงแห่งทรอยแมร์บรรจงสอดซองจดหมายเข้ามายังสาบเสื้อสูทของอัลเฟรด

 

“รับไว้ด้วยนะคะ ได้โปรดเปิดอ่านตอนคุณอยู่ลำพัง…”

 

แก้มนวลที่แดงเรื่อนั้น ทำให้อัลเฟรดหลุดยิ้มออกมา เขาแกล้งหยอกด้วยการกุมมือเล็กเอาไว้ เมื่อครู่ยังอาจหาญส่งจดหมายมาถึงอก ตอนนี้กลับสั่นเบา ๆ เสียอย่างนั้น

 

“ตามบัญชา…”

 

เพลงบรรเลงอันแสนยาวนานจบลงในที่สุด พ่อบ้านขนปุยประจำตัวเจ้าหญิงเดินมารับเจ้านาย อัลเฟรดค้อมศีรษะให้เธอเป็นการบอกลา นึกเอ็นดูทั้งความใจกล้าและความเขินอายนั้น

 

หลังรับรายงานจากข้าหลวง งานก็จบลงอย่างเป็นทางการ อัลเฟรดถอนหายใจ…ปลดเสื้อคลุมที่ยาวระพื้นออกมาพาดแขนไว้ ตั้งใจว่าจะเดินทางกลับห้องพัก

 

เสียงกระดาษในอกเสื้อสูทด้านในขยับ….เขามองรอบด้านว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ก่อนจะดึงจดหมายออกมาเปิด ตัวอักษรเล็กและกลม บอกเป็นนัยว่าผู้เขียนคือสาวน้อยเยาว์วัย

 

‘อยากจะพบคุณ ที่นอกรั้ววังสักครั้ง จะรอที่ประตูหลังอุทยานที่เราเคยเดินด้วยกัน’

 

คนอ่านยกยิ้ม…แม้จะไม่ได้ลงชื่อ แต่ช่างเป็นเนื้อความเชิญชวนที่ใจกล้าเสียเหลือเกิน

 

มือใหญ่บรรจงพับจดหมาย ตวัดเสื้อคลุมขึ้นสวมอีกครั้ง กระซิบบอกข้าหลวงที่ไว้ใจว่าคืนนี้จะออกไปพักผ่อนหย่อนใจ และอาจไม่กลับ

 

———

 

ด้านหลังอุทยานในเวลาเกือบเที่ยงคืนนั้นไร้ผู้คน

 

อัลเฟรดสูดกลิ่นดอกไม้ราตรีที่ลอยมาพร้อมเกสร…คืนนี้ลมแรงกว่าปกติ หอบเอาใบไม้และกลีบดอกร่วงโรยปลิวไปทั่ว น่ากลัวจะมีพายุ เขาห่วงฝ่ายที่นัดหมายขึ้นมา…ผู้หญิงคนเดียวท่ามกลางความมืดและลมกรรโชก คงไม่ปลอดภัยนัก

 

นัยน์ตาสีแดงโชนแสง ดึงความสามารถจากสายเลือดแวมไพร์ของบิดาออกมา ในความมืดปรากฎไอร้อนของสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ เป็นแสงสีแดงเรืองออกมาจากร่าง วัตถุต่าง ๆ ที่ไม่มีชีวิตก็ปรากฎเป็นเค้าโครงเด่นชัดพร้อมแสงสีฟ้าซีดเย็น

 

…ร่างหนึ่งแฝงกายอยู่หลังกำแพงวัง…เหมือนมนุษย์ แต่ไม่ใช่…แสงที่เรืองออกมานั้นเป็นสีม่วงอ่อนจาง เกิดจากการผสานระหว่างสีแดงและฟ้า

 

ทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิต อัลเฟรดรู้ทันทีว่าเป็นใคร พวกครึ่ง ๆ กลาง ๆ ‘เช่นเดียวกับเขา’

 

ดูเหมือนอีกฝ่ายกำลังตามหาเขาอยู่เช่นกัน เพราะทั้งที่อยู่ห่างไกล  ร่างนั้นกลับหันหลังมาอย่างถูกทิศ

 

ไม่กี่อึดใจ ‘เจย์’ ก็มายืนอยู่ไม่ห่าง

 

“ทำหน้าอย่างกับเห็นผีเลย” ผู้มาเยือนยิ้มจาง ยกมือขึ้นเกาท้ายทอยตามนิสัย

 

“ใกล้เคียง…” อัลเฟรดไม่คลายคิ้วที่ขมวดแน่น ดึงจดหมายที่เมื่อครู่ยังทะนุถนอมออกมาทิ้ง “นายเล่นกลอะไร?”

 

เจย์มองซองจดหมายหล่นลงพื้น  “ไม่ได้เล่นกลอะไร แค่ขอให้เจ้าหญิงช่วยส่งข่าว”

 

“จงใจให้ฉันคิดว่าเธอเขียนเองสินะ” มือที่จับเสื้อคลุมเอาไว้ บีบแน่นขึ้น

 

“ถ้าฉันเขียนเอง…ป่านนี้จดหมายคงเป็นขี้เถ้าอยู่ในเตาไฟ” เจย์หยิบซองเปื้อนฝุ่นขึ้นมามอง ก่อนจะเก็บเข้ากระเป๋ากางเกง “นายคงไม่รู้ว่าฉันรู้จักกับเธอ ถึงได้ยอมออกมา”

 

“แน่นอน” อัลเฟรดกดเสียงต่ำ

 

ความหมางเมินทางวาจาอาจทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนถูกขับไล่ แต่นัยน์ตาคนพูดที่เสมองไปทางอื่นนั้นแสดงออกถึงความปวดใจ เจย์ยิ้มบาง ๆ ออกมา

 

“ไม่มีจดหมายไปถึงฉัน” แขกไม่ได้รับเชิญขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม “พวกข้าหลวงคงไม่อนุญาตสินะ”

 

เจ้าชายแห่งโดมิเนียถอนหายใจ…เขารู้สึกสมเพชตัวเองทุกครั้งเมื่อถูกกดดันให้ตัดสัมพันธ์กับอดีตสหาย…ในโนพรีเองก็ปฎิบัติกับเจย์อย่างย่ำแย่ โดมิเนียก็ไม่เต็มใจต้อนรับ

 

เพราะเจย์เหมือน ‘แผลเป็น’ ที่ไม่มีวันลบเลือนระหว่างสองอาณาจักร

 

ทว่าเจ้าตัวดูจะไม่ทุกข์ทนกับชะตากรรมตนเองนัก นัยน์ตาอ่อนโยนทอดมองอดีตเพื่อนรัก แม้อีกฝ่ายจะไม่ใส่ใจอยากหันมา

 

“…เกิดอะไรขึ้นกับนายเหรอ อัล…”

 

“นายห่วงเรื่องตัวเองก่อนเถอะ ลักลอบเข้ามาในโดมิเนียแบบนี้” อัลเฟรดแค่นหัวเราะ “จะมีอะไรเกิดขึ้นกับฉันได้ วัน ๆ ก็มีแต่วางแผนสู้กับปีศาจ งานราชการ งานต้อนรับ—”

 

เจย์พูดขึ้นก่อนอีกฝ่ายจะจบประโยค “และดูแลเจ้าหญิง ทั้งกลางวันกลางคืน”

 

อัลเฟรดนิ่งไป…เจย์ไม่อาจใช้ชีวิตอยู่กลางแสงตะวัน แต่กลับรู้เรื่องที่เขาพาเจ้าหญิงชมเมือง เพราะมีสายสืบที่จ้างไว้…

 

และไม่ใช่ครั้งแรก ที่เขาถูกสะกดรอย

 

“แต่ระหว่างนายและเธอ ยังไม่มีอะไรเกินเลย” เจย์ยังคงเอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวล “เอาล่ะ…กลับมาที่คำถามแรก เกิดอะไรขึ้นกับนาย…นายพยายามจะหาใครมา แล้วลืมฉันใช่ไหม”

 

คนฟังเงียบ…คำตอบก็คือคำถามที่อีกฝ่ายเอ่ย ครบถ้วน

 

….ไม่ใช่ครั้งแรกที่อัลเฟรดถูกจับตามอง เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขา ‘นอกใจ’

 

พยายามลืม พยายามหาใครสักคนมาทดแทน…

 

“ทั้งที่ฉัน มีแค่นายเท่านั้น”

 

…อัลเฟรดสูดลมหายใจ…เขาต้องเป็นฝ่ายมีใหม่ เพราะเจย์ยึดติดกับเขาเสียเหลือเกิน

 

และตอนนี้ความอ่อนโยนอันแสนคุกคาม กำลังคืบคลานเข้าใกล้…เจย์ดึงมือของเขาไปสัมผัสข้างลำคอ ก่อนจะรั้งให้สอดเข้าไปใต้ปกเสื้อ อัลเฟรดชักมือกลับอย่างตระหนก รู้ดีว่าสิ่งที่รอปลายนิ้วอยู่คืออะไร….รอยเขี้ยวจากบิดาของเขา

 

แผลร้ายที่ทำให้มิตรภาพของพวกเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล แผลร้ายที่ทิ้งรอยไว้บนร่างกายของเจย์ แต่ฝังลึกลงในใจของเขา

 

เกลียด

 

“นายไม่ชอบแผลนี้ แต่ฉันนึกขอบคุณเสมอ”

 

เจย์ยิ้มละมุนท่ามกลางลมกรรโชกแรง ผมหยักศกประกายเขียวทองปลิวมาละข้างแก้มของอัลเฟรด ทำให้เขาเพิ่งรู้ตัวว่าอีกฝ่ายฉวยโอกาสเข้ามาใกล้เพียงใด

 

“ขอบคุณ ที่มอบโลกแห่งแวมไพร์ ขอบคุณที่ทำให้ฉันเป็นเหมือนนาย”

 

“ไม่เหมือน” อัลเฟรดเขม่นมอง แก้ความเข้าใจนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน “นายสูญเสียดวงตะวันไปตลอดกาล ในขณะที่ฉันไม่ควรได้รับความอบอุ่นนั้นเลย”

 

“ตะวันอะไรนั่น…ไม่ต้องการหรอก” เจย์หลับตาลง สวมกอดและก้มลงซุกใบหน้ากับบ่า “…ตั้งแต่ได้รักนาย ก็ไม่มีอะไรอบอุ่นและร้อนแรงกว่าอีกแล้ว”

 

สายฝนเสียดแทงลงมาจากฟ้า กระหน่ำลงบนใบหน้าของอัลเฟรด

 

เจย์เคยพูดกับเขาเช่นนั้นสองครั้ง…ครั้งแรกในหอพักลับตาผู้คน…อบอุ่นและอ่อนหวาน ครั้งที่สองคือตอนพากันมาพบบิดา สารภาพความลับ ขอความเห็นใจและคำอวยพร

 

เขาไม่เคยรู้

 

ไม่เคยรู้ว่าบิดาคิดเช่นไร หวงลูก…หรือริษยาลูก ถึงได้พรากเอาชีวิตคนธรรมดาไปจากเจย์…สองอาณาจักรสะบั้นความสัมพันธ์กันทันที พร้อมกับความรักครั้งแรกของเขาที่ย่อยยับลง อัลเฟรดหลีกหนีเจย์ ด้วยความรู้สึกผิดแทนบิดา

 

แต่เจย์ไม่ยอมลบเลือนหาย…ดั่งแผลเป็นที่ติดตัว เจ็บเตือน

 

และเขาเองก็เป็นคนป่วย ที่เผลอลูบไล้แผลเป็นทุกครั้งที่เสียวปลาบ…

 

ท่ามกลางหยดน้ำเย็นจัด ลิ้นร้อนของเจย์สัมผัสข้างลำคอขาว คมเขี้ยวครูดผิวเนื้อสั่นเทา ในขณะที่มือเย็นลูบโลมแผ่นหลังและบั้นท้าย….เล็บแหลมเกี่ยวกางเกงผ้าของอัลเฟรดลงทีละน้อย

 

ทั้งที่ปฏิบัติอย่างอ่อนโยน แต่กลับแฝงด้วยความรักอันบ้าคลั่ง

 

อัลเฟรดจิกเล็บลงกับบ่ากว้างเมื่อเจย์ลดตัวลงคุกเข่าต่อหน้า…ศีรษะของอีกฝ่ายหายลับเข้าไปใต้เสื้อคลุมตัวใหญ่…เมื่อริมฝีปากของเจย์หยอกล้อกับความอ่อนไหว เขาสะบัดหน้าขึ้นจนผมที่จัดเอาไว้รุ่ยหลุด ซ้ำยังเผลอกัดฟันแรงจนเขี้ยวคมบาดริมฝีปากเมื่อเจย์สอดนิ้วชื้น ๆ เข้าไปร่างของเขาโดยไม่เตือน เขาขยับขาขัดขืน แต่อีกฝ่ายไม่เลิกรา ยิ่งคลึงควานช่องทางที่ห่างร้างให้ขยายออก ความอัปยศแล่นริ้วจนนึกโกรธ

 

…หากตัณหาในเนื้อแท้ ทรงอำนาจกว่า

 

เจย์อุทานออกมาเมื่ออกเสื้อถูกกระชากขึ้นจนต้องลุกยืนเต็มความสูง นัยน์ตาสีแดงแห่งแวมไพร์สองคู่สบประสาน

 

“พูด…” อัลเฟรดเอ่ยเสียงต่ำ ด้วยสติที่เลือนลางใกล้ขาดกลางพายุฝน

 

เจย์ยิ้ม…ยิ้มอย่างสาสมใจ เปล่งเสียงดังเมื่อเอ่ยขึ้นท่ามกลางฟ้ากระหน่ำไม่ขาดสาย

 

“ฉันรักนาย หากไม่ได้นายฉันยอมตาย”

 

คนฟังยกยิ้มมุมปาก…แล้วเหวี่ยงร่างของเพื่อนรักจนลอยไปกระแทกต้นไม้ใหญ่ เจย์เจ็บจนต้องครางออกมา หากไม่มีเวลาให้โอดครวญ เขารีบร้อนปลดกางเกงตัวเองลง เมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินมาหา

 

นอกจากด้านล่างที่เจย์รูดปลดไว้ อัลเฟรดไม่ยอมถอดเสื้อผ้าชิ้นใดออก…เอวได้รูปขึ้นคร่อมเหนือความใคร่ที่แข็งชันของเจย์  บีบลำคอคนใต้ร่างเอาไว้ขณะกดบั้นท้ายลงสวมสอด…

 

เจย์ถึงกับตาพร่าเมื่อถูกดูดกลืนเข้าไป ความคับแน่นนั้นน่ากลัวจะทำให้ช่องทางร้อนบาดเจ็บได้ เขาพยายามจะห้ามอัลเฟรด แต่กลับถูกบีบคอแน่นขึ้น พร้อมเอวที่เริ่มขย่มรัวเร็ว

 

อัลเฟรดขยับตามใจตนเอง ร่อนและกดลึกตามแต่ปรารถนา…ด่าทอและย้ำเตือนตัวเองว่าเขาไม่ได้ปล่อยใจไปกับคำรัก แค่ช่วยปลดปล่อยให้กับคนที่ยอมตาย

 

“ร…รั….ก….ฉันรัก….”  เสียงของเจย์ขาดห้วงไปกับลมหายใจกระเส่า ทั้งที่เมื่อครู่คิดห่วงใย แต่ตอนนี้เอวกลับสวนขึ้นกระแทกอย่างบ้าคลั่ง

 

คนถูกบอกรักครางเสียงต่ำ ปัดป้องมือที่กำลังบีบคลึงและลวนลามไปทั่วกาย อัลเฟรดขยับริมฝีปากจะพูด หากไร้เสียงฟังได้ศัพท์ …หยุดคำรักนั่นเสียที แทบจะตะโกนในใจ เขาหลับตาแน่น

 

อึดใจที่ประมาท เจย์ตวัดร่างของอัลเฟรดลงพื้นดิน คนพลาดท่าไม่มีโอกาสแก้ตัว ถูกกดทับทั้งร่างและสอดใส่ราวกับปีศาจร่วมรัก

 

เขี้ยวคมเฉี่ยวบาดริมฝีปากกันและกันเพราะการจุมพิตทั้งที่ร่างสะเทือน เจย์ขบกัดลงไปตามแผลเดิมที่เริ่มจางบนร่างของอัลเฟรด

 

“กัดฉันสิ อัล…ประทับตราว่าเป็นเจ้าของฉัน” คำวอนขอนั้นเคล้าเสียงหอบ

 

ริมฝีปากของคนถูกขอเผยอกว้าง…ก่อนจะกลับลำ ขบฟันแน่น…ช่องทางลึกล้ำรัดอย่างรุนแรง อัลเฟรดถึงจุดหมาย…

 

แรงรัดนั้นส่งให้เจย์สะท้านไปทั้งตัว เขาปลดปล่อยออกมา…ความร้อนล้นนองไปทั่วบั้นท้ายที่รองอยู่

 

ไม่มีทาง

 

ไม่มีทางจะซ้ำรอย…ของใคร

 

ทิฐิรักษาได้ แต่สติไม่อาจทนต่อ…อัลเฟรดปิดตาลงอย่างอ่อนล้า…หลับไปทั้งที่มีคนเบื้องบนคาอยู่ในร่าง

 

เจย์ถอนหายใจหนัก…เขาผิดหวังอีกครา

 

ผู้มาเยือนประคองร่างที่หลับไปขึ้นมากอด เส้นผมที่หลุดรุ่ยทำให้ใบหน้ราของอัลเฟรดดูคล้ายสมัยยังเยาว์…ความรักของเขาไม่เคยเปลี่ยนไปตามกาลเวลา…ซ้ำยังหนักหนาเสียจนเพื่อนรักลำบากใจ

 

เมื่อไหร่…อัลจะยอมรับ…เขาต้องการแผลเป็นอันใหม่ที่มาจองจำและยืนยันว่าใครคือเจ้าของร่างนี้ ด้วยพิธีกรรมแปลกประหลาดของแวมไพร์

 

พายุฝนสร่างซาไปโดยไม่ทันสังเกต เพราะพายุตัณหานั้นรุนแรงกว่า…ดาวประจำเมืองใกล้ตกลับขอบฟ้า บ่งบอกว่าจะถึงอรุณรุ่ง

 

เจย์จัดเสื้อผ้าสองคนให้เรียบร้อย แล้วช้อนร่างของอัลเฟรดขึ้นมาในอ้อมแขน…สิ่งนึงที่อัลเฟรดไม่รู้ คือเขาไม่ได้มาหา แต่มาพาอีกฝ่ายไป…

 

ให้ห่างจากเจ้าหญิงแห่งทรอยแมร์ จะไม่ยอมให้ผิดพลาดซ้ำสองเหมือนครั้งภรรยเก่าของอีกฝ่าย

 

จะไม่มีใครครอบครองหัวใจเจ้าชายแห่งโดมิเนียได้อีก นอกจากเขา

 

End

เจ้าชายสายสีเขียวน่ะ…น่ากลัวนะคะ /สั่นกึกๆๆๆ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: