macho_luglio 's cargo, Mostly fanfictions.

Archive for 17/09/2016

[Yume100TH Fanfiction] One Last Wish. – 3

[Yume100TH Fanfiction] One Last Wish. – 3

 

Macho_luglio

Paring : Apollo x Ster

 

Note : กระดึ๊บ ๆ มาจนถึงตอน 3 ปกติมาช้วยเป็นสายดราม่า(?) แต่เขียนเรื่องนี้โชเน็นไอเบา ๆ รู้สึกมีความสุขจังค่ะ ,,- -,,

 

อพอลโลในมุมมองของเราเท่าที่เล่นมานี่…ก็ตามที่อ่านค่ะ โผงผาง ขี้วีน ทำอะไรเดาไม่ค่อยได้ ชแตร์นี่เหมือนขั้วตรงข้าม ติดจะดูถูกตัวเอง เป็นปมใหญ่ของเจ้าตัวเลยเนอะ แต่ถึงจุดนึงก็คงจะฟาดกลับแน่นอนค่ะ รอชมได้ 5555

 

และจากคอมเมนต์ตอนก่อน เอซก็ได้ตำแหน่งนางกำนัลไปอย่างเป็นทางการแล้วนะคะ กร๊ากกกก คือมันก็เป็นทหารแหล่ะ แต่บทมันตามต้อย ๆ XD (ตั้งใจสร้างมาให้เป็นตัวช่วยดำเนินเรื่องนิดหน่อย กลายเป็นสนุกกับชะตากรรมไปด้วย)

 

อนึ่ง แม้ตอน 1-2 ไม่ได้บรรยายไว้ แต่สองเจ้าชายไม่ได้เดินทางมาอัลสโตเรียด้วยตัวเปล่านะ มีสัมภาระแบกกันมาด้วยเน้อ เอิ๊กกกก /ลืมเขียน—

 

แถมรูปน้องแมวค่ะ ไปเจอในคลิปมา แว้บแรกที่เห็นอุทานเลยว่า นี่มันชแตรรรรร์ ❤

16-09-11-22-12-17-906_deco

 

 

-ยามเช้า วังรัชทายาทแห่งอัลสโตเรีย-

 

อากาศภายนอกกำลังเย็นสบาย แต่เหล่าข้ารับใช้ที่กำลังยืนอยู่แทบชิดผนังหรูหราของห้องรับประทานอาหาร ต่างมีเหงื่อผุดซึมเต็มใบหน้า…ด้วยความตึงเครียด และด้วยไอร้อนจากร่างกายขององค์ชายแห่งแฟลร์รูจ

 

อพอลโลนั่งอยู่ตำแหน่งหัวโต๊ะ จ้องมองอาหารชุดใหญ่ที่พร้อมนานแล้ว แต่กลับไร้วี่แววผู้ต้องมาร่วมโต๊ะอีกคน

 

“ท่านอพอลโลขอรับ….” หัวหน้าข้ารับใช้ปลุกใจกล้าขึ้นพูด “เชิญรับประทานก่อนเถอะขอรับ ท่านชแตร์คงจะ—”

 

ไม่ทันขาดคำ แขนแกร่งงัดโต๊ะขนาดใหญ่หลายฟุตจนล้มคว่ำ เสียงดังสนั่นจนสาวใช้กรีดร้องกันระงม

 

“เจ้านั่นอยู่ไหน…”  อพอลโลแค่นเสียงต่ำ

 

“ท่านชแตร์อาจจะ—-”  ยังไม่ทันจบคำก็ถูกตวาดเสียก่อน

 

“หมายถึงเจ้าเอซ! ลิ่วล้อของอาร์วีน่ะ!!!” ดวงตาเปี่ยมไปด้วยเปลวเพลิงกราดมอง “ตอนนี้เจ้านั่นไปตามชแตร์อยู่ต้อย ๆ ให้เจ้านั่นมาพบฉัน!”

 

หัวหน้าข้ารับใช้แอบบ่นในใจว่าจะรู้ไหมว่าใคร เล่นไม่ออกชื่อแต่แรก “ท่านหัวหน้าองค์รักษ์ อาจจะเข้าไปรายงานตัวในวัง—-”

 

“ตามมา!!!”

 

“ขอรับ!!!”

 

คราวนี้หัวหน้าพ่อบ้านไม่รอช้า เขาสาวเท้าไปยังมุมห้อง เปิดหน้าต่างที่อยู่ใกล้บริเวณนั้น แล้วหยิบกรงนกพิราบสื่อสารที่แขวนอยู่ใกล้ ๆ …

 

อพอลโลรู้สึกเหลือจะทนกับภาพตรงหน้า ความโบราณของเมืองนี้มันช่าง!!!

 

“พอ!!! ฉันจะไปตามหาเอง!”  เจ้าชายแห่งแฟลร์รูจลุกขึ้นจนเก้าอี้ลมฟาด ตวัดเสื้อขึ้นคลุมไหล่ แต่ก่อนจะจากไปยังหันกลับมาแค่นเสียงขู่  “ถ้าคราวหน้ายังเห็นใช้นกพิราบสื่อสารอีก ฉันจะเผากินให้หมด!!!”

 

———

 

แดดรำไรส่องผ่านใบไม้ลงมา เกิดเป็นแสงสีเขียวจางฉายลงบนผ้าใบสีขาว

 

นิ้วเรียวเกลี่ยละอองน้ำค้างบนหลังคาเตนท์ จนมารวมกันเป็นหยดน้ำใหญ่ ความเย็นสดชื่นนั้นช่างแปลกใหม่สำหรับชแตร์ เพราะที่ผ่านมาเขามักจะเดินทางอยู่ในที่แห้งแล้งกว่านี้นัก

 

“ท่านชแตร์ขอรับ! น้ำจากลำธารสำหรับล้างหน้าขอรับ”

 

เอซเดินมาพร้อมถังไม้ขนาดแขนโอบ เขาค่อย ๆ วางลงบนพื้นหน้าที่พักแรมชั่วคราวของเจ้าชายแห่งมีเทียร์เวล…เตนท์ที่พกมาเอง

 

เพราะชแตร์เห็นห้อง ‘ชายา’ เมื่อคืนแล้ว ถึงกับคว้าสัมภาระออกมานอกวังโดยไม่ฟังคำอ้อนวอนของเอซ โชคยังดีที่ข้างกำแพงของปีกตะวันตกมีสนามหญ้าและต้นไม้ใหญ่ ชแตร์จึงตัดสินใจตั้งค่ายที่นี่

 

“ขอบคุณนะ” พูดจบก็ถอดเสื้อคลุมกันหนาวออก นั่งลงใช้มือวักน้ำขึ้นมาจรดริมฝีปาก ดื่มแก้กระหาย

 

“ท่านชแตร์!!!” เอซร้องลั่น

 

“อะไร?” เจ้าของชื่อถามหน้านิ่ง

 

“น้ำสำหรับล้างหน้าขอรับ ท่านจะดื่มไม่ได้” ทหารหนุ่มโบกไม้โบกมือ

 

“…น้ำนี่สะอาดดีออก ตอนเราเดินทางมาถึงก็เห็นชาวบ้านดื่มกัน”

 

“แต่…แต่…ท่านเป็นเชื้อพระวงศ์” เอซทำปากพะงาบ ๆ

 

ชแตร์กระพริบตาสองที ก่อนจะวักน้ำขึ้นมาดื่มและล้างหน้าต่อ

 

“เฮ้อ….” คราวนี้ทหารหนุ่มนั่งลงอย่างทำใจ “อันที่จริง…ท่านชแตร์ควรเข้าไปใช้ห้องน้ำในวังนะขอรับ ทำแบบนี้ใครมาเห็นเข้าจะ…”

 

“เอซ…” เสียงนุ่มเรียกผู้ติดตามชั่วคราวขณะใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดใบหน้า “อย่าปฎิบัติกับเราเป็นพิเศษเลย เราแค่ผู้มาอาศัยชั่วคราว”

 

“ท่านก็พูดแบบนี้อีกแล้ว” เอซถอนหายใจ เขานั้นมารับใช้ด้วยใจจริง…

 

…แต่ที่ห่วงตอนนี้ คือเจ้าชายรูปงามผู้สวมเสื้อแขนกุดสีดำ กำลังวักน้ำล้างตัวจนเปียกปอน…ใครมาเห็นจะคิดยังไง…

 

….

………

……………..

 

“มาอยู่นี่เองรึ” เสียงต่ำห้าวทัก

 

เอซสะดุ้งเฮือก ในใจอุทานไม่เป็นภาษาไปแล้ว ทำไมคนที่มาเจอคนแรกต้องเป็นเจ้าชายแห่งแฟลร์รูจด้วย

 

“ท่านอพอลโล…” ทหารหนุ่มตั้งสติแล้วปั้นยิ้ม “ท่านไม่จำเป็นต้องลำบากเลย ทำไมไม่ให้ข้ารับใช้ปล่อยพิราบ—-”

 

“ขืนพูดถึงนกส่งข่าวอีก จะจับย่างให้หมดทั้งอัลสโตเรีย” ดวงตาวาวโรจน์นั้น บอกว่าจริงจัง

 

“ชแตร์!”

 

“…มีธุระอะไร”  เจ้าของชื่อเพียงแค่ปรายตาข้างเดียว ไม่ได้หันหน้ามามอง

 

“นายทำผิดสัญญาตั้้งแต่วันแรก ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าให้ไปร่วมโต๊ะด้วย”  อพอลโลชี้นิิ้วไปรอบบริเวณ  “แล้วนี่อะไร? ใฝ่ต่ำออกมานอนในสนามหญ้า แล้วแต่งตัวแบบนั้นไม่คิดว่ามันล่อแหลมหรือไง”

 

“เรื่องสัญญาฉันผิดจริง ขอโทษด้วย” ชแตร์ซับหยดน้ำบนใบหน้า เอ่ยด้วยเสียงเรียบนิ่ง “ส่วนที่นอน ฉันพอใจตรงนี้”

 

“โฮ่…เอาแต่ใจมากกว่าที่เห็นนะ” ริมฝีปากเหยียดยิ้มเสแสร้ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง  “หรือเพราะเจ้านี่มันตามใจจนเกินเหตุ ถึงกล้าผิดสัญญา…ฉันควรจะลงโทษมันแทนใช่ไหม”

 

…เอซผู้ซวยเสมอ ถอยหลังโดยอัตโนมัติ…

 

“เอซ…”  ชแตร์เดินมาขวางระหว่างทหารกับอีกคน ส่งถุงผ้าที่ด้านในบรรจุเพชรพลอยเอาไว้ “ช่วยนำไปแลกเป็นเงินตราของอาณาจักรนี้ให้เราที ไม่ต้องรีบ”

 

“ต…แต่”  เอซมีสีหน้าลังเลหนัก จะให้เขาทิ้งเจ้านายไปในขณะที่เจ้าชายจอมป่าเถื่อนนั่นกำลังโกรธงั้นเหรอ

 

“ไปเถอะ” ประโยคต่อมาเป็นเสียงกระซิบ “…มีนายอยู่ เราจะกังวลจนสู้เต็มที่ไม่ได้”

 

ความซาบซึ้งระคนเสียใจที่ตนเองช่างไร้ค่าทำให้เอซต้องกัดฟัน เขาค้อมหัวคำนับเร็ว ๆ ก่อนรีบจากไปอย่างจำใจ

 

จึงเหลือเพียงเจ้าชายสองคนในที่แห่งนี้…

 

“นายนี่มันน่าสนใจจริง ๆ!”  อพอลโลหัวเราะดังลั่น  “แม้จะถูกใจ แต่ฉันก็ต้องลงโทษล่ะนะ!”

 

ชแตร์เงียบขรึมขณะสวมถุงมือสีดำทีละข้าง เมื่อกำหมัดพร้อมสู้ สร้อยนาฬิกาทรายตรงหน้าอกของชแตร์ก็เปล่งแสงแทนคำตอบ

 

เปลวไฟพวยพุ่งเข้าหาเป้าหมาย ร่างเพรียวกระโดดพ้นไปด้านข้างได้อย่างเฉียดฉิว อพอลโลบังคับไฟให้ไล่ตามไม่ลดละ แต่ชแตร์กลับหลบหลีกพลางพุ่งเข้ามาอย่างไม่กลัวเกรง พริบตาที่ไฟขาดช่วง มือเรียวก็คว้าเข้าบริเวณลำคอของอีกฝ่าย แต่อพอลโลเบี่ยงหนี สิ่งที่ติดมือมาจึงมีแค่เสื้อคลุมของเจ้าชายแห่งแฟลร์รูจเท่านั้น เขาเขวี้ยงมันทิ้งลงพื้น

 

อพอลโลหงุดหงิด ดูเหมือนเขาจะประเมินความคล่องแคล่วและดุดันผิดรูปลักษณ์ของอีกฝ่ายพลาดไป เมื่อประมาทไม่ได้แล้วจึงต้องจัดการให้เร็วที่สุด! อกเสื้อของเขาไหม้เป็นจุล เผยให้เห็นรอยสักราชสีห์บนแผ่นอกที่เหมือนจะคำรามออกมาได้จริง ก้อนไฟมหึมาปรากฎตรงหน้า ก่อนจะพุ่งออกไป!

 

ชแตร์รู้ว่าต้องตั้งรับอย่างไร แต่ชะงักไปอึดใจเมื่อกำลังจะเรียกดาวตก…ทว่าหากไม่ใช้พลังตอนนี้ เขาก็อาจจะตายลงที่นี่…ดาวตกดวงเท่าปลายนิ้วปรากฎขึ้นจากลมหายใจเฮือกใหญ่ ชแตร์อธิษฐานคำพิทักษ์ตนใส่ลงไปแล้วกระแทกมันออกไปเบื้องหน้า

 

เป็นอีกครั้งที่เพลิงโลกันต์แดงฉานเข้าปะทะกับแสงดาราอันเย็นเยือก สองพลังบดขยี้หักล้างกันและกัน เนิ่นนานหลายนาที สุดท้ายต่างสลายไปจนสิ้น…

 

อพอลโลกระอักลมหายใจอย่างเจ็บปวด เขาทรุดลงไปคุกเข่ามือกุมอกแน่น…ในขณะที่ชแตร์ก็ซวนเซอย่างไร้เรี่ยวแรง แผ่นหลังชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ก่อนทั้งร่างจะหล่นสู่พื้น

 

แม้จะเจ็บปวด แต่ครั้งนี้อพอลโลจับสังเกตได้ทุกอย่าง…ครั้งแรกที่สู้กัน เพราะชแตร์นั่งอยู่บนหลังม้าจึงไม่เห็นชัด แต่ครั้งนี้…

 

“…พลังของนาย ผลาญพลังชีวิตสินะ”  

 

ดวงตาคู่งามหรี่ลง ก่อนตอบ “ใช่…ส่วนพลังของนาย ก็พร้อมจะฆ่าเจ้าของ”

 

สายลมพัดเอื่อยอ่อน ค่อย ๆ พาเขม่าควันที่คละคลุ้งให้ลอยหาย…ผ่านไปหลายอึดใจ อพอลโลจึงแค่นหัวเราะออกมา  “พวกเราต่างก็มีจุดอ่อน…ที่ขัดขวางไม่ให้สมปรารถนา”

 

ชแตร์หลับตาลง…ความปรารถนาเหรอ เขาพอจะรู้แล้วว่าอพอลโลต้องการอะไร จึงตามมาตอแยเขา

 

“นายคงกำลังสนใจพลังอธิษฐานของแดนดาวตกสินะ…ตัดใจเสียเถอะ”

 

“เพราะอะไร” เจ้าชายแห่งแฟลร์รูจขมวดคิ้ว

 

“ฉันจะให้กำเนิดดาวตกและคำอธิษฐานที่ทรงพลังได้ ก็ต่อเมื่อฉันบริสุทธิ์ใจที่จะช่วยเหลือ…”

 

‘สงสาร เห็นใจ เมตตา…รักใคร่’ คือต้นกำเนิดคำอธิษฐานที่จะสัมฤทธิ์ผล

 

อพอลโลนิ่งไป…ก่อนจะสำนึกได้ เสียงทุ้มเอ่ยลอดไรฟัน “นายไม่มีความรู้สึกอยากจะช่วยฉันสินะ”

 

ชแตร์ตอบง่ายดาย “ใช่”

 

…เสียงลมหวีดหวิวพัดผ่านไปอีกอึดใจใหญ่ ก่อนเสียงหัวเราะดังก้องของเจ้าชายแห่งไฟจะระเบิดออกมา

 

“ดี!!! ดีมาก!!!” ทั้งที่ควรจะโกรธที่ถูกตอกหน้าว่าไม่รู้สึกรู้สาอะไรด้วย อพอลโลกลับถูกใจในความซื่อตรงอันล้ำค่าของเจ้าชายแห่งมีเทียร์เวลคนนี้

 

…หมอนี่ชอบให้คนบอกเกลียดสินะ…ชแตร์คาดเดา ก่อนจะระแวดระวังตัว เมื่ออีกฝ่ายลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาหา

 

“เรามาเริ่มกันใหม่” อพอลโลเอ่ยเสียงมั่นคง “ฉันจะสร้างมิตรภาพกับนายจนกว่าจะสร้างดาวตกให้ฉันได้”

 

คนฟังอึ้งไปครู่หนึ่ง…ก่อนรอยยิ้มละมุนจะปรากฎที่มุมปากโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจ

 

ทำเอาคนมองตาค้าง

 

“ตกลง” ชแตร์ถอนหายใจ ค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นเผชิญหน้า ถอดถุงมือออก แล้วยื่นมือขวาให้ “ลองพยายามดู”

 

“…ทำอะไร”  อพอลโลมองมือเรียวที่ยื่นมา

 

เจ้าของมืออธิบายด้วยเสียงเรียบ “จับมือ เป็นสัญลักษณ์สากลที่อาณาจักรส่วนใหญ่ใช้ แสดงถึงความตกลงระหว่างกัน”

 

“อ้อ…”  มือใหญ่ข้างขวายื่นมาบ้าง อีกฝ่ายขยับมาสัมผัส ทำสัญลักษณ์ให้ถูกต้อง “มือนายเย็น”

 

“เป็นเรื่องปกติของราชวงศ์มีเทียร์เวล”  ชแตร์บอกเหตุผลด้วยความเคยชิน

 

ก่อนจะเบิกตากว้างกว่าปกติ…

 

เพราะขนาดมือที่ต่างกันเกินไป จาก ‘จับมือ’ น่าจะเรียกว่าอพอลโลกุมมือชแตร์เอาไว้แทบมิด สัมผัสเย็นนั้นทำให้ความร้อนในมือของเขาจางลง แสนสบายอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน…มือใหญ่ดึงหลังมือเล็กขึ้นมาแนบแก้ม…หลับตาลง…ยิ้มอย่างพึงใจ

 

ชแตร์ตกใจจนตัวชา พยายามดึงมือออกแต่แทบไม่ขยับ แล้วเกือบจะตัวแข็งเมื่อจมูกโด่งคมกับริมฝีปากของอีกฝ่ายเริ่มซุกไซ้

 

“ทั้งเย็น…ทั้งหอม…”

 

ขาดคำ ชแตร์กระชากมือออกทันที แถมยังถอยห่างอย่างไม่ไว้หน้า

 

“…นายอย่าถูกตัวฉันอีกนะ”  เจ้าชายแห่งมีเทียร์เวลชักไม่แน่ใจแล้วว่าจะสร้างมิตรภาพกับคนแบบนี้ไหวไหม

 

“อะไรกันเล่า” อพอลโลเดาะลิ้น ก่อนจะผุดยิ้ม  “นายเป็นฝ่ายยื่นมือให้นะ…อ่อยกันก่อน”

 

อ่อย…

 

…อ่อยงั้นเหรอ…

 

“ดูท่าสานต่อวันนี้คงไม่เหมาะสินะ โอเค ฉันยอมให้ ถือว่าเห็นแก่มิตรภาพ”  อพอลโลจงใจเน้นคำสุดท้ายก่อนจะหันหลังเดินจากไปในทางที่มา…พลางยกมือที่ยังเหลือกลิ่นหอมและไอเย็นขึ้นมาเชยชม

 

….

………

……………..

 

“ท่านชแตร์ขอรับ! ปลอดภัยไหม”  เอซที่ไปแลกเงินเรียบร้อยและกระหืดกระหอบกลับมา ต้องชะงักหัวแทบทิ่มเมื่อพบว่าเจ้านายของตนอยู่คนเดียว…

 

แต่ทำหน้าราวกับถูกแช่แข็งไปแล้ว

 

“ท…ท่านชแตร์!”  ทหารหนุ่มวิ่งวนไปทั่วค่าย ต้มน้ำอย่างรีบร้อนหวังว่าจะช่วยคลายหนาวให้เจ้านายอย่างด่วน

 

ดูเหมือน ‘มิตรภาพ’ จะเริ่มต้นแล้ว…

 

TBC

เพิ่งรู้ตัวว่าสู้กันอีกแล้ว…ตอนหน้าจะสู้กันน้อยลงค่ะ สัญญาาาาาาาา

Advertisements