macho_luglio 's cargo, Mostly fanfictions.

Archive for 25/09/2016

[Yume100TH Fanfiction] One Last Wish. – 5

[Yume100TH Fanfiction] One Last Wish. – 5

 

Macho_luglio

Paring : Apollo x Ster

 

Note : ตอนที่ 5 แว้วววว แอร๊ว ๆ ๆ ๆ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและคอมเมนต์กันมาเสมอนะคะ ดีใจ ได้อ่านคอมเมนต์นี่แหล่ะคือแรงใจในการแต่งต่อชั้นเยี่ยมเลยค่ะ!!! ไม่เหงาาาาาา (- -,,

ตอนนี้ก็คืบหน้าขึ้นค่ะ…แต่…เหมือนจะคืบหน้าฝ่ายเดียววุ้ย… /กุมหัว

หญิงทำแท็กเล่นในทวิตเอาไว้ เลยมาแปะในด้วยค่ะ เอิ๊กกกก

 

16-09-25-10-52-07-324_deco

 

ตอนก่อนหน้าค่ะ 1 / 2 / 3 / 4

 

อพอลโลลืมตาตื่น

 

แสงอาทิตย์จากมุมสูง บ่งบอกว่าไม่ใช่เวลาเช้าตรู่ เจ้าชายแห่งแฟลร์รูจลูบใบหน้าตนเอง เพราะพักผ่อนเต็มที่ จึงไม่เหลืออาการปวดหัว แม้จะรู้สึกมึนงงอยู่บ้าง…นานแค่ไหนแล้ว ที่เขาไม่ได้หลับสนิทขนาดนี้

 

นึกอะไรได้ เขาหันไปสำรวจข้างตัวทั้งซ้ายขวา…แต่กลับไร้เงาของชแตร์…หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว

 

มือใหญ่เอื้อมไปคว้ากระดิ่งขึ้นมาสั่น ไม่ถึงอึดใจ หัวหน้าข้ารับใช้ก็ขออนุญาตเข้ามา พร้อมข้ารับใช้อีกสี่คน สองคนจัดวางโต๊ะอาหารข้างเตียง อีกสองคนจัดการเตรียมน้ำสำหรับอาบในห้องน้ำ

 

อพอลโลหยิบเสต็กชิ้นใหญ่เข้าปาก…ดูเหมือนข้ารับใช้จะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด  “นี่มันเวลาอะไรแล้ว คนอื่น ๆ ไปไหนกันหมด”

 

“ตอนนี้บ่ายคล้อยแล้ว คนที่เหลือกำลังเร่งซ่อมแซมห้องอาหารขอรับ” รายงายพลางค้อมศีรษะให้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตา กระซิบเบา “…ส่วนท่านชแตร์ เข้าไปในเมืองหลวงขอรับ”

 

“เข้าไปในเมืองทำไมทุกวัน”  ตั้งแต่อยู่ร่วมกันมา เขาไม่เคยเห็นอีกฝ่ายอยู่ติดที่เลยสักครั้ง “ไหนบอกว่าเจ้านั่นชอบเดินทางกลางคืน พักผ่อนตอนกลางวัน”

 

“อาจจะกำลังปรับตัวให้เข้ากับอัลสโตเรียก็เป็นได้…” หัวหน้าข้ารับใช้คาดเดา ยกกาน้ำชามารินใส่ถ้วยของเจ้าชาย “แต่วันนี้ท่านชแตร์ไปปราบปีศาจกินฝันน่ะขอรับ”

 

“อะไรนะ!!!”

 

อพอลโลกระแทกกำปั้นลงกับโต๊ะจนอาหารกระเด็น หัวหน้าข้ารับใช้ถอยหลังไปเล็กน้อย ส่วนคนอื่น ๆ นั้นไม่กล้าขยับจากจุดที่ยืนอยู่

 

“ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ ไม่ได้เรื่อง!” เขาผุดลุกขึ้นจากเตียง เดินตรงไปยังส่วนแต่งตัว ปากก็ยังบ่นไม่หยุด “ทีหลังหากมีเหตุให้รีบปลุกฉัน!”

 

“ท่านอพอลโลขอรับ….” ชายสูงวัยเดินเข้ามาใกล้ ลดเสียงให้ได้ยินเพียงสองคน “กระหม่อมว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะสืบเรื่องพลังของท่านชแตร์ จึงถือวิสาสะดำเนินการไปก่อนท่านจะตื่น”

 

อพอลโลครุ่นคิด ก่อนจะตอบ “…ว่ามา”

 

หัวหน้าข้ารับใช้กระซิบต่อ “การต่อสู้เริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว เสียงอึกทึกลดลงไปมาก ป่านนี้คงใกล้สงบ เมื่อเช้ามีโองการจากองค์ราชาให้กองทหารตามท่านชแตร์ไป…หนึ่งในนั้นมีคนของกระหม่อมอยู่ และจะติดตามไปจนถึงท้องพระโรง”

 

แผนการนั้น ทำให้เจ้าชายหนุ่มแค่นหัวเราะ คว้าถุงเงินที่กองอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งส่งให้  “โชคดีที่ในอัลสโตเรียมีคนเล่นการเมืองเก่งแบบท่านอยู่ ขอบใจมาก”

 

อีกฝ่ายยื่นมือมารับถุงเงินนั้นแล้วเก็บลงกระเป๋าเสื้ออย่างรวดเร็ว “ยินดีที่ได้รับใช้ท่านขอรับ โปรดพักผ่อนต่อเถิด”

 

อพอลโลตอบประโยคนั้น ด้วยการหยิบอาวุธขนาดมหึมาขึ้นพาดบ่า ปรากฎเปลวเพลิงบาง ๆ หล่อเลี้ยงรอบคมดาบสีแดงราวกับเลือด

 

“ฉันไม่ยอมพลาดเรื่องสนุกแบบนี้หรอก”

 

———

 

ยามเย็นแล้ว เมื่อชแตร์มาถึงท้องพระโรงแห่งอัลสโตเรีย ส่วนเอซนั้น ถูกส่งไปทำแผลเสียก่อน

 

“…เหนื่อยท่านแล้ว เจ้าชายน้อย”  องค์ราชามีสีหน้าโล่งใจเมื่อเห็นว่าผู้มาเข้าเฝ้าไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่กระนั้นน้ำเสียงก็เจือไปด้วยความกังวล  “ท่านเป็นแขกบ้านแขกเมืองแท้ ๆ กลับต้องมาต่อสู้เพื่อพวกเรา ข้าละอายใจจริง ๆ”

 

“อย่ากล่าวเช่นนั้นเลยขอรับฝ่าบาท” ชแตร์ค้อมศีรษะให้ “เป็นหน้าที่ของเจ้าชายในการต่อสู้กับปีศาจ ไม่ว่าจะอยู่อาณาจักรไหน”

 

“ขอบคุณ…” มือใหญ่ประทับลงบนหน้าอกตนเอง แสดงถึงความซาบซึ้ง “แม้อัลสโตเรียจะมีลูกชายคนอื่นของเราคอยปกป้อง แต่เราต้องยอมรับว่าพอขาดอาร์วีไป ทุกอย่างก็ดูลำบากกว่าเดิม”

 

“เพราะท่านอาร์วีเป็นนักดาบอันดับหนึ่ง ไม่แปลกหรอกขอรับที่จะเห็นความแตกต่าง”  มือขาวกระชับด้ามดาบสีขาวนวลที่ห้อยอยู่ข้างเอว  “กระหม่อมไม่ชำนาญดาบสักเท่าไหร่ จึงชื่นชมเขามาก…และผู้มีความสามารถเช่นเขา ย่อมต้องเป็นความหวังที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้อื่น”

 

“เราถึงต้องยอมให้เขาไป…” องค์ราชาถอนหายใจยาว

 

เจ้าชายทุกอาณาจักรมีอำนาจพิเศษในการต่อกรกับปีศาจกินฝัน

 

แต่ใช่ว่าทุกคนจะคู่ควรกับการเคียงข้างเจ้าหญิงแห่งทรอยแมร์…

 

เช่นเขา…ที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

 

“สโนว์ฟีเลีย…โฮไร…ต่างก็ต้องเสียสละไม่ต่างจากที่นี่”  ไม่ใช่แค่อาณาจักร แต่รวมถึงจิตใจของผู้เป็นพ่อ ดวงตาของชายสูงวัยจึงหม่นหมอง  

 

“แต่ถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง…” ชแตร์ฝืนยิ้มให้ แม้ใจจะอิจฉาผู้ได้รับเกียรติเหล่านั้น แต่อีกด้านก็เข้าใจความรู้สึกที่ต้องจากครอบครัว

 

“ใช่ ดังนั้นพวกเราต้องอยู่ให้ได้” เจ้าแผ่นดินยิ้มตอบ  “ด้วยกำลังของเราเอง จนกว่าจะวายชนม์”

 

ผู้ฟังเจ็บในอก…ด้วยวัยขององค์ราชา ไม่ควรมีหน้าที่ต้องสู้รบเพื่อบ้านเมืองแล้ว แต่อัลสโตเรียไร้รัชทายาทประจำเมือง เจ้าชายคนอื่นก็ยังเยาว์เกินกว่าจะรับภาระใหญ่

 

หากมีสิ่งใดที่เขาพอจะทำได้…

 

“ฝ่าบาท…”  ชแตร์ลดกายลงคุกเข่า “กระหม่อมมีบางสิ่งอยากให้ท่าน”

 

มือขาวยกขึ้นป้องริมฝีปาก สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะไถ่ถอนออกมา อุณหภูมิรอบตัวของชแตร์เย็นลงอย่างรวดเร็วจนองค์ราชาและทหารในบริเวณนั้นรู้สึกได้

 

แสงสีขาวนวลปรากฎขึ้นกลางฝ่ามือ ก่อตัวขึ้นเป็นดาวตกที่หมุนวน ชแตร์หลับตากระซิบคำอธิษฐานยาวนานกว่าปกติ ดาวดวงน้อยหมุนรุนแรงขึ้นและทวีความสว่างจนเจิดจ้า ก่อนจะหยุดนิ่ง

 

แขนเพรียวยื่นของกำนัลให้…

 

องค์ราชามองดาวตกที่งดงามราวกับอัญมณีสีขาวนั้นด้วยสีหน้าตื่นตะลึง ก่อนจะเอ่ยเสียงดัง

 

“ทุกคนออกไปให้หมด! เราจะคุยกับชแตร์เพียงลำพัง!”

 

เหล่าทหารรับคำ รีบโค้งคำนับแล้วจากไป

 

“ชแตร์” ชายสูงวัยลุกขึ้นจากบัลลังก์ เดินลงมาบีบไหล่เจ้าของชื่อ  “ทำไมท่านถึงทำแบบนี้”

 

“ท…ทำไมน่ะหรือ…”  ชแตร์งุนงง หากตอบไปตามที่คิด “ดาวตกดวงนี้ กระหม่อมอยากให้ท่านติดตัวเอาไว้ เพียงแค่อธิษฐานแล้วปล่อยขึ้นท้องฟ้า ความปรารถนาก็จะสำเร็จหนึ่งอย่าง…เผื่อวันใดมีเหตุฉุกเฉินขึ้นมา กระหม่อมหวังว่ามันจะช่วยคุ้มครองท่านได้”

 

“เรารู้ว่าพลังของท่านมีอำนาจแค่ไหน” องค์ราชากัดฟัน  “และเราก็รู้ด้วย ว่ามันสร้างมาจากชีวิตของท่าน! เจ้าหญิงแห่งทรอยแมร์บอกเราหมดแล้ว ทำไมถึงต้องผลาญชีวิตตนเอง!”

 

“อึก…”  เจ้าชายแห่งมีเทียร์เวลอับจนคำพูด เขาคิดว่าองค์ราชาไม่รู้จึงได้ทำลงไป  “…หากชีวิตของกระหม่อมทำประโยชน์ต่อท่านและอัลสโตเรียได้ ก็ไม่เสียหายนี่ขอรับ”

 

เจ้าแผ่นดินมองคนตรงหน้า ด้วยสายตาเหมือนมองเด็กน้อยหลงทาง “เรารับฝากท่านมา เพื่อประคับประคอง…ไม่ใช่ทำลายท่าน ดาวแห่งคำอธิษฐานนี้เรารับไว้ไม่ได้”

 

“แต่ว่า…” ชแตร์อยากจะค้าน หากต้องเก็บถ้อยคำไว้ในใจ

 

เขารู้สึกว่าตนเองช่างไร้ค่า…

 

….

……….

…………..

 

ท่ามกลางความเงียบนั้น มือใหญ่ของราชาวางลงบนศีรษะ ราวกับพ่อปฏิบัติต่อลูก…ค่อย ๆ ลูบเส้นผมสีเงินนั้น

 

“เจ้าชายน้อย…ท่านยังไม่เข้าใจคำว่า ‘ชีวิต’ ดีนัก…อย่ารีบร้อนเลย ดาวดวงนี้ท่านเก็บเอาไว้กับตัวเถิด..มันคือชีวิตของท่าน ท่านต้องเรียนรู้จากมันให้มากกว่านี้”

 

ความอบอุ่นและห่วงใยนั้นช่วยปลอบขวัญ ชแตร์พยักหน้ารับ…ดาวดวงน้อยนั้นจึงถูกบรรจุลงในสร้อยนาฬิกาทราย

 

…โดยหารู้ไม่ ว่าอีกฟากของกำแพงมีใครบางคนรับฟังอยู่ทุกอย่าง

 

———

 

เย็นวันนั้น ชแตร์อยู่ร่วมรับประทานอาหารกับองค์ราชา จนเมื่อดาวขึ้นพราวเต็มฟ้าเขาจึงเดินทางกลับ

 

เอซแวะมารับเจ้านายหลังทำแผลบนฝ่ามือเสร็จ เขากังวลเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางอ่อนแรงของเจ้าชายแห่งมีเทียร์เวล เพราะตอนฟาดฟันกับปีศาจจนถึงก่อนเข้าเฝ้าทุกอย่างยังปกติ แต่เมื่อกลับออกมาช่างดูเหนื่อยล้า

 

องครักษ์จึงรีบจัดการให้เจ้าชายรีบอาบน้ำและพักผ่อน แต่อ้อนวอนยังไง อีกฝ่ายก็ไม่ยอมเข้าไปพักในห้องปีกตะวันตก…สุดท้ายจึงมาจบที่เตนท์หลังเดิม…เพิ่มเติมคือเครื่องนอนนุ่มที่เขาจัดการปูไว้ให้อย่างเรียบร้อยแล้ว

 

เอซนั่งก่อกองไฟรักษาการณ์อยู่หน้าค่ายพักแรม ในขณะที่เจ้าชายของเขาหลับสนิท

 

ก่อนจะต้องเด้งตัวขึ้นจากพื้น เพราะเสียงฝีเท้าหลายคู่ประชิดเข้ามา เกือบจะชักอาวุธโจมตีออกไปแล้ว หากไม่เห็นเสียก่อนว่าเป็นผู้ใด

 

“ท่านอพอลโล”  ทหารหนุ่มค้อมศีรษะให้พลางสังเกต…

 

เจ้าชายแห่งแฟลร์รูจอยู่ในชุดลำลองสะอาดสะอ้าน ไม่ได้พกอาวุธ แต่พาทหารยามตามมาด้วยถึงสิบนาย…และผิวกายแกร่งของเจ้าชายนั้น แผ่ไอร้อนกรุ่น

 

เอซรีบกันท่า “ตอนนี้ท่านชแตร์เข้านอนแล้วขอรับ หากมีธุระรบกวนท่านมาพรุ่งนี้ดีกว่า”

 

“ธุระของฉัน เจ้านั่นไม่จำเป็นต้องตื่นหรอก” อพอลโลแสยะยิ้มร้ายกาจ ก่อนจะดีดนิ้ว

 

แหเหล็กขนาดใหญ่พุ่งมาครอบร่างของเอซทันที! เขาพยายามแกะมันออกโดยไว แต่ทหารอีกสิบนายกลับเข้ามาล้อมกรอบ ช่วยกันยื้อยุดเอาไว้ เขาเตะถีบพวกนั้นกระเด็นไปหลายคน

 

“พวกแก!!!” เอซนั้นเป็นองครักษ์อันดับหนึ่งในอาณาจักร แต่อีกฝ่ายก็เป็นเหล่าทหารมีฝีมือและจำนวนมากกว่า แหถูกรวบจนแน่น ใครสักคนในกลุ่มคว้าผ้ามายัดปากเขาเอาไว้ เอซหมดทางสู้ ได้แต่ถลึงตามองทุกคนอย่างเดือดดาล “อื้อ!!!!”

 

“อืม…คิดไม่ผิดจริง ๆ ที่เรียกทหารมาเยอะ ไม่งั้นคงจับแกไม่ไหว” อพอลโลยืนกอดอกมองผลงานอย่างอารมณ์ดี ก่อนบอกอีกฝ่ายเป็นเชิงปลอบ “วางใจเถอะ ฉันไม่ได้มาทำร้ายเขาหรอก แค่ต้องการความช่วยเหลือ”

 

จบคำ เอซยิ่งดิ้นอย่างคลุ้มคลั่ง  “อื้อ!!!! อ่าแอ่ะอ้องอ้านอะแอร์!!!!”   

 

“เอาตัวไปได้แล้ว พรุ่งนี้เช้าค่อยปล่อยออกมา”  เจ้าชายแห่งไฟสั่งเสียงเฉียบขาด

 

ทหารทั้งสิบนายพยักหน้ารับ แล้วแบกเอซที่ยังอาละวาดไม่หยุดไป โดยพยายามเงียบเสียงให้มากที่สุด ไม่ก็อึดใจก็หายลับจากสายตา…

 

อพอลโลได้รับแจ้งจากสายสืบว่าชแตร์กลับมายังไง จึงวางแผนกำจัดเสี้ยนหนามอย่างเจ้าเอซออกไป…ทว่าเมื่อเหลืออยู่ตัวคนเดียว กลับรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก… ยืนสงบใจอยู่พักหนึ่ง จึงตัดสินใจมุดเข้าไปในเตนท์ที่พักหลังย่อม…

 

เพราะวันนี้ออกไปสู้ ร่างกายจึงร้อนผ่าวขึ้นมาอีก และคนเดียวที่จะช่วยให้เขาสงบได้ ก็กำลังหลับสนิทอยู่ตรงหน้า…เขาต้องการนอนกอดอีกฝ่าย

 

เจ้าชายผู้ยิ่งใหญ่ไม่เคยรู้สึกเก้กังอย่างนี้มาก่อน เมื่อต้องค่อย ๆ คลานเข่าขึ้นไปบนฟูกที่ชแตร์นอนอยู่…ถ้าอีกฝ่ายตื่นขึ้นมาแล้วคว้าดาบแทงเขาไส้ไหล หรือระเบิดเขาเป็นจุลด้วยพลังของดวงดาวล่ะ

 

จนเมื่อไต่ขึ้นมาคร่อมร่างอีกฝ่ายเอาไว้ ถึงได้สังเกตเห็นความผิดปกติ…ใบหน้าขาวนั้นซีดเซียว หว่างคิ้วขมวดเข้าหากันน้อย ๆ ราวกับกำลังทุกข์ทรมาน…เขาลองสัมผัสแก้มนวล…เย็นจัดเสียจนน่ากลัวและดูจะไม่รับรู้ถึงการมาของเขา

 

อพอลโลเอนกายลงนอน แล้วดึงร่างเล็กกว่าเข้ามากอดเอาไว้ ไอเย็นเข้าปะทะช่วยลดอุณหภูมิของเขาลงด้วย…หากในใจตอนนี้ คืออยากจะให้ความอบอุ่นกับอีกฝ่าย

 

หัวใจเต้นแรงขึ้น…เมื่อรู้สึกถึงแขนเพรียวโอบตอบ ฝ่ามือบางยึดแน่นอยู่บนแผ่นหลังกว้าง ราวกับหาที่พึ่งให้พ้นความหนาวเย็นอันทรมาน…เขายิ่งกระชับวงแขนแน่น

 

ผ่านไปหลายนาที หัวใจที่เต้นรัวเกินหน้าที่ค่อยสงบ…ร่างน้อยในอ้อมแขนอุ่นขึ้น รวมถึงตัวเขาที่เย็นลง…อุณหภูมิทั้งสองฝ่ายเท่าเทียมราวกับเป็นคน ๆ เดียวกัน…

 

อพอลโลคลายวงแขนออก ขยับเปลี่ยนท่าให้ศีรษะอีกฝ่ายหนุนบนต้นแขนของเขา…ทอดมองใบหน้าละมุนในระยะใกล้

 

ริมฝีปากบางของชแตร์…กลับมาเจือสีแดงระเรื่ออีกครั้ง

 

ความรู้สึกไม่ถูกต้องตีกับความกระหายใคร่ในหัว

 

สุดท้าย…อพอลโลจุมพิตริมฝีปากยั่วเย้านั้น…หวานยวนใจเสียจนเผลอจาบจ้วง แล้วต้องซ่านลึกเมื่อลิ้นอุ่นสนองตอบอย่างเผลอตัว

 

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน…เพราะกว่าจะผละออก  ริมฝีปากของชแตร์ก็บวมขึ้นเล็กน้อย

 

ส่วนอพอลโลนั้น จำต้องหักห้ามเอาไว้…เพราะกลัวหัวใจเจ้ากรรมจะระเบิดตายด้วยแรงเต้นถี่รัว

 

…เขา…พอใจในตัวอีกฝ่ายมากเหลือเกิน…

 

TBC

 

ตอน 6 ตื่นมาเผชิญหน้ากันแน่ค่ะ (///___///

Advertisements