macho_luglio 's cargo, Mostly fanfictions.

[Yume100TH Fanfiction] One Last Wish. – 5

 

Macho_luglio

Paring : Apollo x Ster

 

Note : ตอนที่ 5 แว้วววว แอร๊ว ๆ ๆ ๆ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและคอมเมนต์กันมาเสมอนะคะ ดีใจ ได้อ่านคอมเมนต์นี่แหล่ะคือแรงใจในการแต่งต่อชั้นเยี่ยมเลยค่ะ!!! ไม่เหงาาาาาา (- -,,

ตอนนี้ก็คืบหน้าขึ้นค่ะ…แต่…เหมือนจะคืบหน้าฝ่ายเดียววุ้ย… /กุมหัว

หญิงทำแท็กเล่นในทวิตเอาไว้ เลยมาแปะในด้วยค่ะ เอิ๊กกกก

 

16-09-25-10-52-07-324_deco

 

ตอนก่อนหน้าค่ะ 1 / 2 / 3 / 4

 

อพอลโลลืมตาตื่น

 

แสงอาทิตย์จากมุมสูง บ่งบอกว่าไม่ใช่เวลาเช้าตรู่ เจ้าชายแห่งแฟลร์รูจลูบใบหน้าตนเอง เพราะพักผ่อนเต็มที่ จึงไม่เหลืออาการปวดหัว แม้จะรู้สึกมึนงงอยู่บ้าง…นานแค่ไหนแล้ว ที่เขาไม่ได้หลับสนิทขนาดนี้

 

นึกอะไรได้ เขาหันไปสำรวจข้างตัวทั้งซ้ายขวา…แต่กลับไร้เงาของชแตร์…หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว

 

มือใหญ่เอื้อมไปคว้ากระดิ่งขึ้นมาสั่น ไม่ถึงอึดใจ หัวหน้าข้ารับใช้ก็ขออนุญาตเข้ามา พร้อมข้ารับใช้อีกสี่คน สองคนจัดวางโต๊ะอาหารข้างเตียง อีกสองคนจัดการเตรียมน้ำสำหรับอาบในห้องน้ำ

 

อพอลโลหยิบเสต็กชิ้นใหญ่เข้าปาก…ดูเหมือนข้ารับใช้จะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด  “นี่มันเวลาอะไรแล้ว คนอื่น ๆ ไปไหนกันหมด”

 

“ตอนนี้บ่ายคล้อยแล้ว คนที่เหลือกำลังเร่งซ่อมแซมห้องอาหารขอรับ” รายงายพลางค้อมศีรษะให้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตา กระซิบเบา “…ส่วนท่านชแตร์ เข้าไปในเมืองหลวงขอรับ”

 

“เข้าไปในเมืองทำไมทุกวัน”  ตั้งแต่อยู่ร่วมกันมา เขาไม่เคยเห็นอีกฝ่ายอยู่ติดที่เลยสักครั้ง “ไหนบอกว่าเจ้านั่นชอบเดินทางกลางคืน พักผ่อนตอนกลางวัน”

 

“อาจจะกำลังปรับตัวให้เข้ากับอัลสโตเรียก็เป็นได้…” หัวหน้าข้ารับใช้คาดเดา ยกกาน้ำชามารินใส่ถ้วยของเจ้าชาย “แต่วันนี้ท่านชแตร์ไปปราบปีศาจกินฝันน่ะขอรับ”

 

“อะไรนะ!!!”

 

อพอลโลกระแทกกำปั้นลงกับโต๊ะจนอาหารกระเด็น หัวหน้าข้ารับใช้ถอยหลังไปเล็กน้อย ส่วนคนอื่น ๆ นั้นไม่กล้าขยับจากจุดที่ยืนอยู่

 

“ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ ไม่ได้เรื่อง!” เขาผุดลุกขึ้นจากเตียง เดินตรงไปยังส่วนแต่งตัว ปากก็ยังบ่นไม่หยุด “ทีหลังหากมีเหตุให้รีบปลุกฉัน!”

 

“ท่านอพอลโลขอรับ….” ชายสูงวัยเดินเข้ามาใกล้ ลดเสียงให้ได้ยินเพียงสองคน “กระหม่อมว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะสืบเรื่องพลังของท่านชแตร์ จึงถือวิสาสะดำเนินการไปก่อนท่านจะตื่น”

 

อพอลโลครุ่นคิด ก่อนจะตอบ “…ว่ามา”

 

หัวหน้าข้ารับใช้กระซิบต่อ “การต่อสู้เริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว เสียงอึกทึกลดลงไปมาก ป่านนี้คงใกล้สงบ เมื่อเช้ามีโองการจากองค์ราชาให้กองทหารตามท่านชแตร์ไป…หนึ่งในนั้นมีคนของกระหม่อมอยู่ และจะติดตามไปจนถึงท้องพระโรง”

 

แผนการนั้น ทำให้เจ้าชายหนุ่มแค่นหัวเราะ คว้าถุงเงินที่กองอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งส่งให้  “โชคดีที่ในอัลสโตเรียมีคนเล่นการเมืองเก่งแบบท่านอยู่ ขอบใจมาก”

 

อีกฝ่ายยื่นมือมารับถุงเงินนั้นแล้วเก็บลงกระเป๋าเสื้ออย่างรวดเร็ว “ยินดีที่ได้รับใช้ท่านขอรับ โปรดพักผ่อนต่อเถิด”

 

อพอลโลตอบประโยคนั้น ด้วยการหยิบอาวุธขนาดมหึมาขึ้นพาดบ่า ปรากฎเปลวเพลิงบาง ๆ หล่อเลี้ยงรอบคมดาบสีแดงราวกับเลือด

 

“ฉันไม่ยอมพลาดเรื่องสนุกแบบนี้หรอก”

 

———

 

ยามเย็นแล้ว เมื่อชแตร์มาถึงท้องพระโรงแห่งอัลสโตเรีย ส่วนเอซนั้น ถูกส่งไปทำแผลเสียก่อน

 

“…เหนื่อยท่านแล้ว เจ้าชายน้อย”  องค์ราชามีสีหน้าโล่งใจเมื่อเห็นว่าผู้มาเข้าเฝ้าไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่กระนั้นน้ำเสียงก็เจือไปด้วยความกังวล  “ท่านเป็นแขกบ้านแขกเมืองแท้ ๆ กลับต้องมาต่อสู้เพื่อพวกเรา ข้าละอายใจจริง ๆ”

 

“อย่ากล่าวเช่นนั้นเลยขอรับฝ่าบาท” ชแตร์ค้อมศีรษะให้ “เป็นหน้าที่ของเจ้าชายในการต่อสู้กับปีศาจ ไม่ว่าจะอยู่อาณาจักรไหน”

 

“ขอบคุณ…” มือใหญ่ประทับลงบนหน้าอกตนเอง แสดงถึงความซาบซึ้ง “แม้อัลสโตเรียจะมีลูกชายคนอื่นของเราคอยปกป้อง แต่เราต้องยอมรับว่าพอขาดอาร์วีไป ทุกอย่างก็ดูลำบากกว่าเดิม”

 

“เพราะท่านอาร์วีเป็นนักดาบอันดับหนึ่ง ไม่แปลกหรอกขอรับที่จะเห็นความแตกต่าง”  มือขาวกระชับด้ามดาบสีขาวนวลที่ห้อยอยู่ข้างเอว  “กระหม่อมไม่ชำนาญดาบสักเท่าไหร่ จึงชื่นชมเขามาก…และผู้มีความสามารถเช่นเขา ย่อมต้องเป็นความหวังที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้อื่น”

 

“เราถึงต้องยอมให้เขาไป…” องค์ราชาถอนหายใจยาว

 

เจ้าชายทุกอาณาจักรมีอำนาจพิเศษในการต่อกรกับปีศาจกินฝัน

 

แต่ใช่ว่าทุกคนจะคู่ควรกับการเคียงข้างเจ้าหญิงแห่งทรอยแมร์…

 

เช่นเขา…ที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

 

“สโนว์ฟีเลีย…โฮไร…ต่างก็ต้องเสียสละไม่ต่างจากที่นี่”  ไม่ใช่แค่อาณาจักร แต่รวมถึงจิตใจของผู้เป็นพ่อ ดวงตาของชายสูงวัยจึงหม่นหมอง  

 

“แต่ถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง…” ชแตร์ฝืนยิ้มให้ แม้ใจจะอิจฉาผู้ได้รับเกียรติเหล่านั้น แต่อีกด้านก็เข้าใจความรู้สึกที่ต้องจากครอบครัว

 

“ใช่ ดังนั้นพวกเราต้องอยู่ให้ได้” เจ้าแผ่นดินยิ้มตอบ  “ด้วยกำลังของเราเอง จนกว่าจะวายชนม์”

 

ผู้ฟังเจ็บในอก…ด้วยวัยขององค์ราชา ไม่ควรมีหน้าที่ต้องสู้รบเพื่อบ้านเมืองแล้ว แต่อัลสโตเรียไร้รัชทายาทประจำเมือง เจ้าชายคนอื่นก็ยังเยาว์เกินกว่าจะรับภาระใหญ่

 

หากมีสิ่งใดที่เขาพอจะทำได้…

 

“ฝ่าบาท…”  ชแตร์ลดกายลงคุกเข่า “กระหม่อมมีบางสิ่งอยากให้ท่าน”

 

มือขาวยกขึ้นป้องริมฝีปาก สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะไถ่ถอนออกมา อุณหภูมิรอบตัวของชแตร์เย็นลงอย่างรวดเร็วจนองค์ราชาและทหารในบริเวณนั้นรู้สึกได้

 

แสงสีขาวนวลปรากฎขึ้นกลางฝ่ามือ ก่อตัวขึ้นเป็นดาวตกที่หมุนวน ชแตร์หลับตากระซิบคำอธิษฐานยาวนานกว่าปกติ ดาวดวงน้อยหมุนรุนแรงขึ้นและทวีความสว่างจนเจิดจ้า ก่อนจะหยุดนิ่ง

 

แขนเพรียวยื่นของกำนัลให้…

 

องค์ราชามองดาวตกที่งดงามราวกับอัญมณีสีขาวนั้นด้วยสีหน้าตื่นตะลึง ก่อนจะเอ่ยเสียงดัง

 

“ทุกคนออกไปให้หมด! เราจะคุยกับชแตร์เพียงลำพัง!”

 

เหล่าทหารรับคำ รีบโค้งคำนับแล้วจากไป

 

“ชแตร์” ชายสูงวัยลุกขึ้นจากบัลลังก์ เดินลงมาบีบไหล่เจ้าของชื่อ  “ทำไมท่านถึงทำแบบนี้”

 

“ท…ทำไมน่ะหรือ…”  ชแตร์งุนงง หากตอบไปตามที่คิด “ดาวตกดวงนี้ กระหม่อมอยากให้ท่านติดตัวเอาไว้ เพียงแค่อธิษฐานแล้วปล่อยขึ้นท้องฟ้า ความปรารถนาก็จะสำเร็จหนึ่งอย่าง…เผื่อวันใดมีเหตุฉุกเฉินขึ้นมา กระหม่อมหวังว่ามันจะช่วยคุ้มครองท่านได้”

 

“เรารู้ว่าพลังของท่านมีอำนาจแค่ไหน” องค์ราชากัดฟัน  “และเราก็รู้ด้วย ว่ามันสร้างมาจากชีวิตของท่าน! เจ้าหญิงแห่งทรอยแมร์บอกเราหมดแล้ว ทำไมถึงต้องผลาญชีวิตตนเอง!”

 

“อึก…”  เจ้าชายแห่งมีเทียร์เวลอับจนคำพูด เขาคิดว่าองค์ราชาไม่รู้จึงได้ทำลงไป  “…หากชีวิตของกระหม่อมทำประโยชน์ต่อท่านและอัลสโตเรียได้ ก็ไม่เสียหายนี่ขอรับ”

 

เจ้าแผ่นดินมองคนตรงหน้า ด้วยสายตาเหมือนมองเด็กน้อยหลงทาง “เรารับฝากท่านมา เพื่อประคับประคอง…ไม่ใช่ทำลายท่าน ดาวแห่งคำอธิษฐานนี้เรารับไว้ไม่ได้”

 

“แต่ว่า…” ชแตร์อยากจะค้าน หากต้องเก็บถ้อยคำไว้ในใจ

 

เขารู้สึกว่าตนเองช่างไร้ค่า…

 

….

……….

…………..

 

ท่ามกลางความเงียบนั้น มือใหญ่ของราชาวางลงบนศีรษะ ราวกับพ่อปฏิบัติต่อลูก…ค่อย ๆ ลูบเส้นผมสีเงินนั้น

 

“เจ้าชายน้อย…ท่านยังไม่เข้าใจคำว่า ‘ชีวิต’ ดีนัก…อย่ารีบร้อนเลย ดาวดวงนี้ท่านเก็บเอาไว้กับตัวเถิด..มันคือชีวิตของท่าน ท่านต้องเรียนรู้จากมันให้มากกว่านี้”

 

ความอบอุ่นและห่วงใยนั้นช่วยปลอบขวัญ ชแตร์พยักหน้ารับ…ดาวดวงน้อยนั้นจึงถูกบรรจุลงในสร้อยนาฬิกาทราย

 

…โดยหารู้ไม่ ว่าอีกฟากของกำแพงมีใครบางคนรับฟังอยู่ทุกอย่าง

 

———

 

เย็นวันนั้น ชแตร์อยู่ร่วมรับประทานอาหารกับองค์ราชา จนเมื่อดาวขึ้นพราวเต็มฟ้าเขาจึงเดินทางกลับ

 

เอซแวะมารับเจ้านายหลังทำแผลบนฝ่ามือเสร็จ เขากังวลเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางอ่อนแรงของเจ้าชายแห่งมีเทียร์เวล เพราะตอนฟาดฟันกับปีศาจจนถึงก่อนเข้าเฝ้าทุกอย่างยังปกติ แต่เมื่อกลับออกมาช่างดูเหนื่อยล้า

 

องครักษ์จึงรีบจัดการให้เจ้าชายรีบอาบน้ำและพักผ่อน แต่อ้อนวอนยังไง อีกฝ่ายก็ไม่ยอมเข้าไปพักในห้องปีกตะวันตก…สุดท้ายจึงมาจบที่เตนท์หลังเดิม…เพิ่มเติมคือเครื่องนอนนุ่มที่เขาจัดการปูไว้ให้อย่างเรียบร้อยแล้ว

 

เอซนั่งก่อกองไฟรักษาการณ์อยู่หน้าค่ายพักแรม ในขณะที่เจ้าชายของเขาหลับสนิท

 

ก่อนจะต้องเด้งตัวขึ้นจากพื้น เพราะเสียงฝีเท้าหลายคู่ประชิดเข้ามา เกือบจะชักอาวุธโจมตีออกไปแล้ว หากไม่เห็นเสียก่อนว่าเป็นผู้ใด

 

“ท่านอพอลโล”  ทหารหนุ่มค้อมศีรษะให้พลางสังเกต…

 

เจ้าชายแห่งแฟลร์รูจอยู่ในชุดลำลองสะอาดสะอ้าน ไม่ได้พกอาวุธ แต่พาทหารยามตามมาด้วยถึงสิบนาย…และผิวกายแกร่งของเจ้าชายนั้น แผ่ไอร้อนกรุ่น

 

เอซรีบกันท่า “ตอนนี้ท่านชแตร์เข้านอนแล้วขอรับ หากมีธุระรบกวนท่านมาพรุ่งนี้ดีกว่า”

 

“ธุระของฉัน เจ้านั่นไม่จำเป็นต้องตื่นหรอก” อพอลโลแสยะยิ้มร้ายกาจ ก่อนจะดีดนิ้ว

 

แหเหล็กขนาดใหญ่พุ่งมาครอบร่างของเอซทันที! เขาพยายามแกะมันออกโดยไว แต่ทหารอีกสิบนายกลับเข้ามาล้อมกรอบ ช่วยกันยื้อยุดเอาไว้ เขาเตะถีบพวกนั้นกระเด็นไปหลายคน

 

“พวกแก!!!” เอซนั้นเป็นองครักษ์อันดับหนึ่งในอาณาจักร แต่อีกฝ่ายก็เป็นเหล่าทหารมีฝีมือและจำนวนมากกว่า แหถูกรวบจนแน่น ใครสักคนในกลุ่มคว้าผ้ามายัดปากเขาเอาไว้ เอซหมดทางสู้ ได้แต่ถลึงตามองทุกคนอย่างเดือดดาล “อื้อ!!!!”

 

“อืม…คิดไม่ผิดจริง ๆ ที่เรียกทหารมาเยอะ ไม่งั้นคงจับแกไม่ไหว” อพอลโลยืนกอดอกมองผลงานอย่างอารมณ์ดี ก่อนบอกอีกฝ่ายเป็นเชิงปลอบ “วางใจเถอะ ฉันไม่ได้มาทำร้ายเขาหรอก แค่ต้องการความช่วยเหลือ”

 

จบคำ เอซยิ่งดิ้นอย่างคลุ้มคลั่ง  “อื้อ!!!! อ่าแอ่ะอ้องอ้านอะแอร์!!!!”   

 

“เอาตัวไปได้แล้ว พรุ่งนี้เช้าค่อยปล่อยออกมา”  เจ้าชายแห่งไฟสั่งเสียงเฉียบขาด

 

ทหารทั้งสิบนายพยักหน้ารับ แล้วแบกเอซที่ยังอาละวาดไม่หยุดไป โดยพยายามเงียบเสียงให้มากที่สุด ไม่ก็อึดใจก็หายลับจากสายตา…

 

อพอลโลได้รับแจ้งจากสายสืบว่าชแตร์กลับมายังไง จึงวางแผนกำจัดเสี้ยนหนามอย่างเจ้าเอซออกไป…ทว่าเมื่อเหลืออยู่ตัวคนเดียว กลับรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก… ยืนสงบใจอยู่พักหนึ่ง จึงตัดสินใจมุดเข้าไปในเตนท์ที่พักหลังย่อม…

 

เพราะวันนี้ออกไปสู้ ร่างกายจึงร้อนผ่าวขึ้นมาอีก และคนเดียวที่จะช่วยให้เขาสงบได้ ก็กำลังหลับสนิทอยู่ตรงหน้า…เขาต้องการนอนกอดอีกฝ่าย

 

เจ้าชายผู้ยิ่งใหญ่ไม่เคยรู้สึกเก้กังอย่างนี้มาก่อน เมื่อต้องค่อย ๆ คลานเข่าขึ้นไปบนฟูกที่ชแตร์นอนอยู่…ถ้าอีกฝ่ายตื่นขึ้นมาแล้วคว้าดาบแทงเขาไส้ไหล หรือระเบิดเขาเป็นจุลด้วยพลังของดวงดาวล่ะ

 

จนเมื่อไต่ขึ้นมาคร่อมร่างอีกฝ่ายเอาไว้ ถึงได้สังเกตเห็นความผิดปกติ…ใบหน้าขาวนั้นซีดเซียว หว่างคิ้วขมวดเข้าหากันน้อย ๆ ราวกับกำลังทุกข์ทรมาน…เขาลองสัมผัสแก้มนวล…เย็นจัดเสียจนน่ากลัวและดูจะไม่รับรู้ถึงการมาของเขา

 

อพอลโลเอนกายลงนอน แล้วดึงร่างเล็กกว่าเข้ามากอดเอาไว้ ไอเย็นเข้าปะทะช่วยลดอุณหภูมิของเขาลงด้วย…หากในใจตอนนี้ คืออยากจะให้ความอบอุ่นกับอีกฝ่าย

 

หัวใจเต้นแรงขึ้น…เมื่อรู้สึกถึงแขนเพรียวโอบตอบ ฝ่ามือบางยึดแน่นอยู่บนแผ่นหลังกว้าง ราวกับหาที่พึ่งให้พ้นความหนาวเย็นอันทรมาน…เขายิ่งกระชับวงแขนแน่น

 

ผ่านไปหลายนาที หัวใจที่เต้นรัวเกินหน้าที่ค่อยสงบ…ร่างน้อยในอ้อมแขนอุ่นขึ้น รวมถึงตัวเขาที่เย็นลง…อุณหภูมิทั้งสองฝ่ายเท่าเทียมราวกับเป็นคน ๆ เดียวกัน…

 

อพอลโลคลายวงแขนออก ขยับเปลี่ยนท่าให้ศีรษะอีกฝ่ายหนุนบนต้นแขนของเขา…ทอดมองใบหน้าละมุนในระยะใกล้

 

ริมฝีปากบางของชแตร์…กลับมาเจือสีแดงระเรื่ออีกครั้ง

 

ความรู้สึกไม่ถูกต้องตีกับความกระหายใคร่ในหัว

 

สุดท้าย…อพอลโลจุมพิตริมฝีปากยั่วเย้านั้น…หวานยวนใจเสียจนเผลอจาบจ้วง แล้วต้องซ่านลึกเมื่อลิ้นอุ่นสนองตอบอย่างเผลอตัว

 

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน…เพราะกว่าจะผละออก  ริมฝีปากของชแตร์ก็บวมขึ้นเล็กน้อย

 

ส่วนอพอลโลนั้น จำต้องหักห้ามเอาไว้…เพราะกลัวหัวใจเจ้ากรรมจะระเบิดตายด้วยแรงเต้นถี่รัว

 

…เขา…พอใจในตัวอีกฝ่ายมากเหลือเกิน…

 

TBC

 

ตอน 6 ตื่นมาเผชิญหน้ากันแน่ค่ะ (///___///

Advertisements

Comments on: "[Yume100TH Fanfiction] One Last Wish. – 5" (20)

  1. Bymtox said:

    กรี้ดดดดดดดดดดดด ฮือออออออออ
    อ่านวนหนักมากกกกกก ฉากจูบ ฉากจูบบบบบ;//////////; แงงเขินนนน เขินมาก น่ารัก อพอลลลล ลักหลับงะะะะ ฮือแต่ทำไมชอบ 555555555 สครีมหนักมาก ขอแบบนี้อีก 5555 เมื่อไหร่นายเอกของเราจะรู้สึกกับพระเอกคะ อยากเห็นเธอเขิน-//- เอซก็ทำหน้าที่ดีจริงๆ นึกว่าพระเอกอีกคนเฮ้อ 5555555

    • ลักหลับเจรง ๆ อพอลคนฉวยโอกาสสสสส แถมนานด้วยนะคะ น้องแตร์ปากเจ่อเยย (///___///

      อดใจรออีกนิดนะก๊ะ ชแตร์เหมือนเตาถ่าน ต้องค่อย ๆ จุด ค่อย ๆ รู้สึกทีละนิดค่ะ ❤

  2. อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก @$€$*(;/£#&^:’/* ชแตร์——หนูหลับลึกเกินนะคะลูกกก
    รอตอน6ต่อปาย //ปูเสื่อ+ปิ้งไก่ รอ

    • ปิ้งไก่ตรงแคมป์ไฟที่เอซทิ้งไว้จินะคะ กร๊ากกกก /ขอกินด้วยยยยย

  3. หรือชแตร์จะตื่นอยู่แต่ไม่กล้าลืมตาขึ้นมาดูนะ…//หลับลึกจริมๆ….
    เชียร์ให้อพอลโลลักหลับค่ะ แค่ก–
    จั๊กจี้หัวใจดีจริง-///-

    • หลับจริงค่ะ กร๊ากกกก ไม่งั้นคงเสกดาวออกมาทุบหัวอพอลโลไปแล้วววววว XD /ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ค่าาาาา ❤

  4. koala said:

    ไม่รู้จะหาคำไหนมาอธิบายแบบครอบคลุมความรู้สึกว่าเราชอบฟิคเรื่องนี้มากกกกเลยค่ะ มันสนุก ละมุน กลมกล่อม อ่านเพลินๆ ให้ฟีลเหมือนดูหนังรอมคอม555 ยิ่งผ่านไปแต่ละตอนก็จะได้เห็นพัฒนาการความรู้สึกของอพอลโล(ที่ไปลักหลับเขา55) แล้วก็รอวันที่ชแตร์จะมีความรู้สึกให้อพอลโลกลับบ้าง สรุปคือเป็นฟิคที่อบอวลไปด้วยคำว่าน่ารักค่ะ<3

    ปล. ชอบคำอธิบายมุมมองใน 5 นาทีของคู่นี้ ตลกความกวนๆแบบไม่ได้ตั้งใจ(?)ของชแตร์5555555

    • แอร๊ยยย ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์นะคะ โฮวววว /กุมแก้ม/ ดีใจที่สนุกนะคะ ตอนเขียนก็เพลินเช่นกันค่ะ ปกติมาโชเป็นพวกดำเนินเรื่องเร็ว แต่เรื่องนี้ค่อย ๆ กระดึ๊บ ๆ จนกลัวจะเบื่อกัน แต่อ่านคอมเมนต์นี้แล้ว ดีใจจังค่ะ (///___///

      น้องแตร์แค่เป็นคนซื่อ อิอิ

  5. เต่าค่ะ said:

    แอร๊ยยยยยย ฉากสุดท้าย //สติหลุดไปหมดแล้วตอนเจอฉากนี้ค่ะ
    ร้ายนักเชียว อพอลโลนี่ ลักหลับกันเฉยเลยยย

    ตอนหน้าชะตากรรมของเอซ…เอ๊ยยย อพอลโลจะเป็นยังไง แบบนี้ต้องเกาะขอบจอเลยค่ะ

    • กั่ก ๆ ๆ อพอลโลร้ายกาจจจจจ คือแบบไม่หักห้ามใจเลยยยยย ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ค่าคุณเต่า ❤

      เอซโดนปิ้งกินไปแย้ว—- #ไม่ใช่

  6. เหมือนจะหวานแต่ทำไมกลัวใจ ยิ่งพอมีสปงสปาย ฮืออ //ความมองโลกในแง่ร้ายนี้..
    (สารภาพว่าเป็นตั้งแต่ตอนแรก ด้วยชื่อเรื่อง..)
    ที่แอบฟังอาจไม่ใช่ฝ่ายของพี่พอล แต่วิธีการขอความช่วยเหลือพี่จะโหดไปนะคะ
    ไม่แน่เอซอาจจะน่าสงสารสุดแล้วในเรื่องนี้ 5555

    อย่างไรก็ตาม เค้าแอบจูบตอนหลับค่ะคุณแม่ขาาา อพอลโลเหมือนจะรู้ใจตัวเองขึ้นมา

    • อร๊ากกกกกกกกกกกกกก /กรีดร้องเหมือนโดนจับได้/ จุ๊ๆค่ะ จุ๊ๆ

      เก๊าว่าเอซนี่ล่ะค่ะกรรมสุด กร๊ากกกก อยู่ดีๆก็ต้องมารับผิดชอบเจ้าชาย แถมโดนเจ้าชายอีกคนรังแก โถนางกำนัล(?)ของหญิงงงงง XD

      อพอลโลนี่ หญิงว่าเขาทำไรตามใจนำตลอดค่ะ ก…ก็เริ่มหลงล่ะเนอะ ฮี่ (///___/// แต่มาช้วยแอบสงสารฮีนิด ๆ นะคะ เพราะคืบหน้าฝ่ายเดียวมาก ชแตร์ไม่รู้ไรด้วย กร๊ากกก

  7. Lucent said:

    วี้ดดดดดด คืบหน้า(อยู่ฝ่ายเดียว กร๊าก)โล้ววววว หญิงนี่จิกเตนท์แรงมากค่ะ
    สารภาพว่าตอนอ่านจบตอน4หญิงก็ disscus กับเพื่อนอย่างดุเดือดว่าตอน5จะตื่นมาเจอะหน้ากันไหม เริ่มอ่านตอน5อ๊ะไม่เจอแฮะแอบเสียดาย แต่พออ่านลงมาล่างๆ…..แอร่ยยย /ปาใจ❤️❤️❤️❤️❤️_(´ཀ`」 ∠)_ คือภาพในหัวนี่มาเป็นฉากเลยค่ะ เริ่มตั้งแต่คลานเข่าไปคร่อมนุ้งแตร์////_\\\\ ดึงมากอด วี้ดดดดด
    …ว่าแต่ เป้าหมายแรกสุดของอพอลคือจะมานอนกอดให้ตัวเย็นไม่ใช่หยอ ทำไมกอดไปกอดมาหญิงเกรงจะร้อนรุ่ม 55555 ขอบคุณสำหรับความฟินนนนนนี้นะคะ ขอตัวไปอ่านวนนนนน

    • อิอิ รับหัวใจมาาาาาา ❤❤❤❤❤

      หญิงว่าเช้าแรกชแตร์คงไม่อยู่รออพอลโลตื่นแน่ ๆ ค่ะเลยเขียนแบบนั้น55555 แต่นี่มาแบบไม่รู้ตัว หนีไม่พ้นแน่นอนนนนนน (///___///

  8. พอดีว่าอ่านรวดเดียวห้าตอนเลย ขออนุญาตเม้นรวบยอดนะคะ 555 เราเป็นคนที่แสดงความเห็นตรงไปตรงมาและคิดว่าอาจจะตรงเกินไป ถ้าทำให้ไม่สบายใจก็บอกได้นะคะ

    เรื่องภาษา เราว่าค่อนข้างดีนะคะ อาจจะมีบางจุดที่ยังขยายความไม่ชัดเจน เลยดูว่างๆกลวงๆไปสักหน่อย เป็นฟิคที่เห็นคำผิดน้อยมาก ซึ่งเราสบายตาที่จะอ่านค่ะ เพราะฟิคที่เคยอ่านมาส่วนใหญ่เจอคำผิดเพียบจนเราสะดุดอารมณ์ 555

    เรื่องพล็อต+คาแรคเตอร์ อันนี้เป็นจินตนาการและการตีความของผู้แต่ง ซึ่งบางจุดเราก็ตีความต่างกันไป เราอาจจะวิจารณ์มากไปหน่อย แต่เราคิดว่าเรื่องเหตุผลของตัวละครยังไม่รองรับมากพอนะคะ เช่น
    ทำไมเจ้าหญิงทรอยแมร์ถึงให้ทั้งสองคนมาอยู่ด้วยกันที่อัลสโตเรีย ดูไม่ค่อยเกรงใจอาร์วีกับราชาเลยนะคะ (ถึงอาจจะมีเหตุผลอย่างอื่น เราคิดว่าดูไม่เกรงใจเกินไปน่ะค่ะ) อีกอย่าง ถึงจะบอกว่าให้การลี้ภัยแก่อพอลโล เราคิดว่ามันเหมือนจะเป็นการแทรกแซงการเมืองของแฟลร์รูจเลยถึงจะแค่ให้การลี้ภัยและอยู่นอกวังหลวงก็ตาม
    ถึงอพอลโลจะดูเย่อหยิ่ง แต่เราว่าเขาก็รู้สถานะของตัวเองและไม่ต้องการพึ่งพาคนอื่นด้วย(ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ)
    ถึงจะเป็นคนใจร้อน แต่เขาก็ไม่ได้บุ่มบ่ามทำร้ายคนอื่นก่อน (ก็ถ้าไม่ได้หัวร้อนหัวเสียขณะนั้น)
    อพอลโลไม่น่าจะเป็นคนทำร้ายผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้นะ น่าจะใช้วิธีอื่นมากกว่าการใช้ไฟทำร้าย
    แล้วก็เรื่องที่ชแตร์มาทานอาหารไม่ตรงตามที่สัญญาไว้ อันที่จริงถ้ารู้ไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกันก็ไม่ควรไปสัญญาก่อนนะ รังแต่จะทำให้ผิดใจกันอยู่เรื่อยๆ 555
    ถึงชแตร์จะพูดว่าตนเองเป็นนักรบ แต่เดิมทีชแตร์สุขภาพร่างกายอ่อนแอ ไม่น่าจะเคยไปรบที่ไหนเหมือนอพอลโลนะคะ (นอกจากกับปีศาจกินฝันน่ะนะ) เราคิดว่าไม่ควรพูดว่านักรบได้เต็มปากนัก บ้านเมืองของชแตร์เองก็ดูค่อนข้างสงบด้วย เราคิดว่าชแตร์น่าจะเป็นฝ่ายที่เลี่ยงการต่อสู้มากกว่า เพราะเขามีชีวิตอยู่เพื่อคำอธิษฐาน ถ้าหากจะแสดงพลังให้เห็น ก็คงไม่ใช่การทำร้ายคนอื่น

    เราคิดว่า ถูกแล้วที่ชแตร์ที่น่าจะเป็นคนเงียบๆแต่กล้าต่อปากต่อคำกันอพอลโล 555 เอาจริงๆคิดว่าทั้งคู่เป็นคนที่มีชีวิตคล้ายกันแต่มีความเห็นตรงข้ามกันสุดๆ แค่เรื่องจุดยืนในการใช้ชีวิตก็เถียงกันไม่มีหยุด 555

    การคุมโทนฟิค เราว่าแบบอบอุ่นอย่างนี้ก็ดีนะคะ ไม่ดราม่ามาก มีความโชเนนไอ แต่อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าเรื่องการเมืองเรื่องอาณาจักรเองก็สำคัญ เจ้าหญิงเองก็เคยถูกอาร์วีกับเบียคุโยตำหนิเรื่องที่จะแทรกแซงการเมืองของอาณาจักรอื่นด้วย

    การรักษา(?)อพอลโลโดยการกอด เราคิดว่าอพอลโลคงจะรู้สึกแปลกๆเหมือนกันนะ ก็ครอบครัวเขาไม่อบอุ่นนี่นา 55555555 น่าจะไม่ค่อยมีใครมากอดแบบนี้ ถ้าเป็นไปได้ ถ้าอพอลโลถูกใจใคร เราคิดว่าเขาชอบหยอกคนคนนั้นนะ เป็นอีกมุมหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครเห็น เพราะปกติ ด่า ด่า ด่ากราด ด่าไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น ชอบทำตัวให้คนเกลียดด้วย 5555555555 อพอลโลเป็นคนขี้เก๊ก ….. ขี้เก๊กจริงๆนะ หรืออาจจะเก๊กจนเป็นธรรมชาติ เพราะไม่ค่อยเห็นหลุดมาดเลย สง่างามตลอด การที่เห็นลื่นล้มเพราะขี้ผึ้งเคลือบไม้ละลาย เราเกือบหลุดขำมาละถ้าไม่ติดว่าสถานการณ์ในเรื่องกำลังตึงเครียด 5555555555 เราขอโทษค่ะ 555555 จริงๆเราเป็นคนเส้นตื้น 555555555555555

    จะว่าไปแล้ว อพอลโลนี่กำลังลักหลับชแตร์สินะ เดี๋ยว นาย เหมือนไม่ให้เกียรติเขาเลยนะ นายหน้าหนาไม่ใช่เหรอ ต้องทำต่อหน้าเลยสิ อพอลโล!!! 55555555555 ต้องทำตอนเขารู้สึกตัวสิ ไม่งั้นเขาจะไม่หวั่นไหวนะะะะะะ แต่ตอนนี้คนอ่านหวั่นไหวกับอพอลโลละ ความหล่อความเท่ทะลุฟิค ปลุกความเอ็มในตัวเราจริงๆค่ะ (อ้าว นอกเรื่อง)

    ไม่อยากให้ใจเสียที่เห็นเราวิจารณ์ยาวๆ กับเรื่องที่เราชอบมากๆเราก็คอมเม้นแบบนี้แหละคะ เราคิดว่าการแสดงความคิดเห็นแบบตรงๆทำให้เกิดการพัฒนามากกว่าที่จะเข้ามากรี๊ดกร๊าดหรือฟินอย่างเดียว เพราะเราก็เคยเป็นคนเขียนฟิคมาก่อน การที่เห็นเข้ามากรี๊ดกร๊าดมากๆ ไม่ได้วิจารณ์อะไรมันทำให้เราย่ำอยู่กับที่ จนสุดท้ายเราก็เลิกเขียนไปค่ะ และอย่างที่บอกว่าถ้าอ่านแล้วไม่สบายใจ หรือบั่นทอนกำลังใจก็บอกเราได้เช่นกันค่ะ เราจะลดส่วนนั้นไปในการแสดงความคิดเห็น

    สุดท้ายนี้ก็ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ เราเมนอพอลโล เราอ่านฟิคทุกเรื่องของอพอลโล ถ้ามีเวลาเราก็จะมาตามเม้นตามกรี๊ดแบบนี้แหละค่ะ 555 รอติดตามอ่านอยู่นะคะ ขอให้สอบเสร็จไวๆและมาอัพฟิคต่อด้วยน้า ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ อพอลโลเท่มากเลย แอร๊ยยยยยยยยยย

    • ก่อนอื่น ช็อกกับความยาวค่ะ เอ้ยยยย ไม่เคยได้คอมเมนต์ยาวขนาดนี้มานานแล้ว ครั้งสุดท้ายคือก่อนรวมเล่มนิยายออริจินอลค่ะ โฮววว ขอบคุณมากนะคะ (- -,, /แต่อยากแนะนำว่า เวลาขึ้นวรรคใหม่ เคาะบรรทัดจะดีกว่าเน้อ เราอ่านแล้วมึนมาก

      ส่วนเรื่องวิจารณ์ ในเมื่อกล้าเปิดรับคอมเมนต์ ย่อมต้องรับได้ทั้งชมและติค่ะ ยินดีด้วยซ้ำที่มีประเด็นเห็นต่างมาให้ขบคิด ขออนุญาตเรียงลำดับใหม่ และตอบทีละส่วนนะคะ 🙂

      ภาษา : ขอบคุณที่ชมเรื่องภาษาและการตรวจทานคำผิดค่ะ คือระวังมากทุกครั้งเพราะรู้สึกเช่นกันว่าคำผิดเนี่ยทำให้เสียอรรถรสในการอ่านอย่างมาก ส่วนที่เห็นว่ากลวงนั้น เป็นเพราะสไตล์การเขียนแบบหนึ่งของเรามากกว่า คือถ้าเป็นนิยายออริจินอล เราจะบรรยายละเอียดและเต็มที่กว่า เพราะทุกฉากคือการครีเอทขึ้นมาใหม่ทั้งหมด

      ในขณะที่แฟนฟิคชั่น เราจะใช้วิธี ‘เว้นพื้นที่’ ให้คนอ่านจิตนาการเองได้บ้างค่ะ เพราะฉากในแฟนฟิคชั่นทุกคนย่อมเคยผ่านตามาแล้ว แต่ เป็นเพียงดีเทลคร่าว ๆ ที่เราไม่กล้าจะเสริมแต่งอะไรลงไปเยอะ (เป็นการให้เกียรติออฟฟิเชียลอย่างนึง ไม่มโนเองจนเกินไป) ดังนั้นก็เลยดูจะโล่งและไม่ละเอียดละออเท่าไหร่เนอะ (- -,,

      ขอเข้าสู่โทนเรื่องก่อน ใช่ค่ะ เรื่องนี้เป็นโทนโชเน็นไอล่ะะะะะ *เขย่ากระดิ่งแบบถูกต้องนะคร้าบบบ* เพราะเราเขียนเรื่องนี้ด้วยจุดประสงค์ว่า อยากจะผ่อนคลายทั้งตนเองและผู้อ่าน ไม่อยากให้มีดราม่ามากจนเกินไป เน้นการพัฒนาความสัมพันธ์ทีละนิด ๆ (อาจจะไม่ถูกใจสายดราม่า หรือสายเดินเกมเร็ว) แต่ต่อไปอาจจะมีดราม่าเพิ่มเติมเล็กน้อยค่ะ แต่ยังไงก็ไม่อยากทิ้งความรู้สึกดี ๆ ประมาณนี้แน่นอน

      ต่อมาเป็นเรื่อง Setting ที่จะโยงไปยังพล๊อตและเหตุผลอื่น ๆ ในเรื่องต่อไปค่ะ 🙂

      ทำไมต้องอัลสโตเรีย? เพราะ อัลสโตเรียสำหรับเราแล้ว เป็นเมืองที่มีธีม ‘เป็นกลาง’ ที่สุดในเกมค่ะ กล่าวคือ ไม่เวทมนตร์จนเกินไป ไม่กลไกล้ำยุคจนเกินไป หรือไม่มีธีมเฉพาะตัว(เช่น ธีมคุก) ถ้าเรียกตามภาษาRPG คือ Base ดีที่สุด การที่จะทำนำคาร์ 2 คน ที่มีมากจากต่างเมืองต่างธีมกันมาก ๆ ย่อมต้องอาศัย Setting ส่วนกลางแบบนี้ล่ะค่ะ (- -,, (ของเราถือว่าง่ายแล้วนะ บางคนที่ชิปคู่มาจากเมืองคนละธีม สโนวฟิเลีย โฮไร ดาเตน อะไรแบบนี้ คงต้องหาเหตุผลกันเอาเรื่องล่ะ)

      จุดที่เราขอค้าน คือ การที่เจ้าหญิงแห่งทรอยแมร์ส่งสองคนนี้มา เป็นการไม่ให้เกียรติราชาและอาร์วี….เราว่าให้เกียรติมากเลยนะคะ เพราะการจะรับรองเจ้าชายถึง 2 คนได้ เมืองนั้นต้องยิ่งใหญ่ มั่นคง และมีเกียรติอย่างมากเลยล่ะ การที่เจ้าหญิงขอร้องให้ราชาช่วยรับรองไว้ ถือว่าเป็นการมาขอที่พึ่งพิงเสียมากกว่าจะถือวิสาสะ

      และอัลสโตเรีย ไม่ได้แทรกแซงทางการเมืองแฟลร์รูจแน่นอน เพราะไม่มีการส่งกำลังออกไปรบ ไม่มีการส่งคนไปยังแฟลร์รูจ เหมือนอพอลโลลี้ภัยเข้าป่าในรูทอฟช. เพียงแต่นี่เดินทางออกมาไกลกว่าเดิม เพิ่มเติมเหตุผลว่ามาหาวิธีอื่นเพื่อนำลิ่มในหัวใจออก (ส่วนที่เบียคุโยเตือนเจ้าหญิง เพราะบริบทตอนนั้นเธอคิดจะไปตัดสินใจแทนคนอื่นค่ะ) ในขณะที่มีเทียร์เวลนั้น เป็นอาณาจักรที่ลอยตัวอยู่เหนือทุกปัญหา(5555)

      ความไม่เกรงใจที่รู้สึกได้…น่าจะมาจากอพอลโลคนเดียวมากกว่าค่ะ (-___- /ทะมึน..

      พล๊อตหลักธีมเรื่องของเราคือ พลาดพลั้ง พบพาน ฟื้นฟูกันและกันค่ะ ในส่วนของอพอลลโลนั้น ทั้งรูทสุริยันและจันทรา ต่างมีช่วงพลาดท่าจนต้องลี้ภัย ดังนั้นการที่เจ้าหญิง(ที่เขาไว้ใจ)จึงให้ช่วยเหลือโดยการส่งมาที่นี่ ส่วนชแตร์นั้น เหมือนถูกส่งมาให้ลองใช้ชีวิตในที่สงบ และหยุดค้นหาคนเดือดร้อนเกินจำเป็น

      ต่อไปก็เป็นข้อเห็นต่างในส่วนของคาร์แรคเตอร์ ❤

      อพอลโล : จริงอยู่ว่าอพอลโลนั้นเย่อหยิ่ง ไม่ต้องการพึ่งพาใคร แต่ในอฟช.นั้น เขาก็เคยเสียท่ามาแล้ว ดังนั้นปมในการ ‘พัง’ ของเขา จึงเป็นจุดที่เราหยิบมาใช้ในเพื่อเป็นปมในการสานสัมพันธ์กับคนอื่นค่ะ อพอลโลในยามปกติจะไม่ทำร้ายผู้หญิงแน่นอน แต่ในบริบทตอนนั้นคือ เขาคิดว่าตัวเองกำลังจะถูกลอบสังหาร ความกดดันต่าง ๆ น่าจะทำให้เขาเห็น ‘ฆาตกร’ มากกว่า ‘ผู้หญิง’ ล่ะ การท้าวโต๊ะพลาดจนล้ม คือปมพิเศษที่สร้างขึ้นได้ตอนสถานะกำลังพัง ไม่งั้นถ้าอพอลโลเพอร์เฟ็คตลอดเวลา เราว่าเรื่องไม่มีปมแน่นอนค่ะ เอิีก

      ชแตร์ : จุดค้านหลักของชแตร์ คือเราอนุมานว่าเจ้าชายทุกคนนั้นต่อสู้เป็นค่ะ ด้วยฐานะนี้ต้องมีทักษะแน่นอน แต่จะเป็นนักรบเกรดไหนนั้น เดาว่าเป็นเกรดต่ำกว่าอพอลโลอย่างแน่นอน แต่ศักดิ์ศรีนักรบนั้นเท่ากันนะ 🙂 และเรื่องความอ่อนแอ เราตีความเป็นในวัยเยาว์ ในปัจจุบันนี้จะแค่อ่อนแรงหลังจากใช้พลังค่ะ ชแตร์ดูจะเป็นนักเดินทางเสียด้วยซ้ำ (ร่อนไปทั่ว) มุมมองของเราเขาจึงไม่อ่อนแอปวกเปียกเลย (- -,,

      ประเด็นการกอด…อพอลโล…นายน่ะตอนพลาดท่าก็ยอมให้เจ้าหญิงกอดปลอบ ดังนั้น…ขอใช้ประโยชน์ตรงนี้กับชิปเราเถอะ กร๊ากกกก คือตกใจตอนแรกที่ถูกกอด แต่พอเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูตัวเอง ก็คงยอมรับได้ไม่ยาก

      ส่วนเรื่องจูบนั้น ถ้าอีกฝ่ายเป็น ‘ผู้หญิง’ อพอลโลคงรุกตรง ๆ แน่นอนค่ะ การถูกใจแล้วหยอกเย้า เราก็ใส่เอาไว้ตลอดในบทที่ 1-4 ปูทางมาเรื่อย ๆ พอถึงบทนี้ อพอลโลคงจะลังเล…ลองชิมดูแล้วกัน…อืม ชิมแล้วดี….พอใจ (- -,,

      น่าจะครบทุกประเด็นแล้วเนอะ ขอบคุณมากค่ะ!!!! เราไม่เสียกำลังใจเลยแม้แต่น้อย ดังที่บอกไปข้างต้นแล้วว่ากล้าเขียนก็ต้องกล้ารับคำวิจารณ์ให้ได้ทั้งทางชมและทางติ และเราก็รักการเขียนมาก(และทำมายาวนานมาก) ไม่เลิกแน่นอนค่ะ (- -,, ❤

      ปล. ไปเห็นในทวิตว่าคุณ inzaigarz ชิปคู่ อพอลโลxฟรอสต์ ดังนั้นเราอาจจะตีความอพอลโลxชแตร์ออกมาไม่ถูกใจไปบ้าง ต้องขอโทษล่วงหน้าด้วยจริง ๆ นะคะ ทุกวันนี้เราขอพายเรือเราอย่างสงบ ๆ ก็เป็นสุขแล้วค่ะ (TvT

  9. กรี๊ดดดดดดดดดด คือตอนนี้ฟินขั้นสุด ตัวจิแตกตายแล้วค่าา ก่อนอื่นเลาเอ็นดูเอซละเกินค่ะ 5555 พาทหารมาตะครุบเป็นสิบ 5555 แต่เราดันรู้สึกว่านางเคะซะงั้น 555555 กลับมาที่พอลแตร์ เขินมากค่าา ฟินจริงๆ ข่วนเต้นท์ขขาดเป็นริ้วๆแล้วค่ะ 555 อ่านแล้วรู้สึกอินไปกับพี่พอลจริงๆค่ะ ว่าถ้าเป็นพี่พอลก็คงจะทำประมาณนี้แหละ ทำไรไม่ถูก สับสนก็ใช่แต่ก็ทำ แต่ก็อดใจไม่ไหว 555 ไม่รู้จะบรรยายไง เอาเป็นว่าเขินและชอบซีนนี้มากๆจริงๆค่ะ ฮร๊างงง เราก็แอบเสียดายเล็กๆค่ะว่าตื่นมาไม่เจอกันตอนแรก คือผิดคาด 555 เนื่องจากเราถกกะคุณเม้นบนๆ เรื่องใครจะตื่นก่อนกัน แล้วจะตื่นมาเขาจะทำตัวยังไงอะไรอย่างงี้ แต่ตื่นมาไม่เจอนี่ก็ดีไปอีกแบบค่ะ จะได้รู้สึกว่าไม่รวบรัดข้ามขั้นจนเกินไป

    เราอ่านคุณเม้นท์ยาวข้างบนด้วยนะ เราก็วิจารณ์ไม่เป็นละ แต่ที่มากรี๊ดกร๊าดอวยรัวๆนี่ เพราะเรารู้สึกว่าคุณคนเขียนเขียนดีกว่ามาตรฐานฟิคทั่วไปนะคะ อย่างพวกสำนวนไรงี้ อย่างเปรียบเทียบว่าขาวเหมือนไอหมอกนั่นเราก็ชอบมาก ใช้คำว่าพอใจในตัวอีกฝ่ายเราก็รู้สึกว่าเป็นคำบรรยายความรู้สึกที่ฟังดูดีกว่าคำว่าชอบนะ มาอวยนี่เพราะเราชอบจริงๆ 55

    ส่วนเรื่องความสมจริงไรงี้แล้วแต่มุมมองแหละ ยาวหน่อยนะคะเราอยากอธิบายในมุมของเราให้ฟัง เราจะคิดว่ามันเป็นพล็อตที่คนเขียนแต่งไง แค่โยงเรื่องให้เค้ามาอยู่วังเดียวกันได้ (ในจุดที่คุณคนเขียนเพิ่งมารู้ที่หลังว่าเขารู้จักกัน) แถมได้เอซมาเป็นตัวประกอบสร้างสีสันนี่ก็หืดขึ้นคอแล้ว 55 มาฝากอาร์วีนี่ สำหรับเราอาร์วีนี่พระเอกของเกมเลยนะ แล้วก็ดูเป็นคนที่เจ้าหญิงไว้ใจมากที่สุด เอา 2 คนมาฝากนี่เราเลยไม่คิดว่าแปลกมากเท่าไหร่ ละเรื่องที่ชแตร์ดูไม่เป็นนักรบ สำหรับเราเจ้าชายทุกคนเป็นนักรบแหละค่ะ เพราะมีพลังต่อสู้กะปิศาจกินฝันได้ เราคงติดคาร์จากฟิคนี้ด้วยแหละ เลยมองว่าชแตร์จะห้าวออกไปรบเพราะอยากทำประโยชน์ให้คนอื่นก็สมเป็นเค้าดีเพราะเค้าปรารถนาจะให้ทุกคนมีความสุข พอแระๆ รอตอน 6 ค่า ลุ้นมากก มาต่อเร็วๆนะคะ

    • แอร๊ยยยย ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ค่าาา ดีใจที่ฟินนะคะ ❤

      เอซนี่ คือส่วนผสมของนาวิและนางกำนัลค่ะ #เอซร้องไห้หนักมาก 55555 แบบสร้างนายเพื่อบทซวยอะไรแบบนี้ กรั่กๆๆ แต่ถ้าเอซเป็นเคะตอนนี้จะน่าสงสารมากนะคะ อีกฝ่ายมีสิบคน—- #เดี๋ยวววว

      อพอลโลนี่ ถ้ากับหญิงสาวคนไม่ต้องมาแอบกินแบบนี้ แต่เพราะเต็มไปด้วยความลังเล ไม่แน่ใจ สับสน ๆ เลยลองแอบชิมดู….อา อร่อย…. #ซะงั้น ถ้าพัฒนาความสัมพันธ์ต่อไป อาจจะทำอะไรตรง ๆ กว่านี้แน่นอนค่ะ (///___/// เมนต์บนนี่เมนต์ไหน มาโชรู้ทันทีเลย กร๊ากกกก ไม่นึกว่าคนอ่านจะมาถกกันเรื่องนี้ยยยยย์ XD

      ส่วนเรื่องวิจารณ์ แต่ละคนมีคำจำกัดความต่างกันค่ะ คำวิจารณ์ที่ดีที่สุดคือ ‘ความรู้สึกหลังจากอ่าน’ ไม่ว่าจะมีหลักการหรือไม่ก็ตาม เรื่องเห็นต่างเรารับได้แน่นอน ก็ค่อย ๆ มาคุยและบอกเล่ามุมมองแลกเปลี่ยนกันเนอะ (- -,,

      ซึ่งแนวคิดของเรา เป็นแบบเดียวกับคุณ Verxus เลยค่ะ 55555 จริง ๆ เรารักอาร์วีมากนะ ปนสงสารว่าทำไมอฟช.ชอบให้เขาเป็นคนตบมุก พรากกกก หลัง ๆ ตบมุกบ่อยกว่าลูคอีก

      ขอบคุณที่ติดตามเสมอนะคะ จะพยายามต่อไปค่าาาา ❤

  10. ขอออออออออ คอมเมนท์นะคะะะะะะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

    คือนี่อ่าน5ตอนรวดแล้วบับบบบ งอววววววววววว น่ารักกุ๊งกิ๊งมากค่ะ ฟฟฟ ทีแรกไม่ได้ล่องเรือคู่นี้ แต่พอเจอฟิคมาโชซังนี่ ช่วยพายเร็วไวเลยค่ะะะะะ เคมีเข้ากันละเกินนน คนล้นๆแบบนายอำพล พอมาเจอหนูแตร์นี่เกิดความพอดีีี กลมกล่อมมากเลยค่ะ เป็นชิปที่สอดรับกันได้ดีมาก💖

    สงสารเอสจังค่ะ 5555555555555555 อยากพาพี่เค้าไปทำบุญ9วัด 5555555 ยิ่งตอนที่5นี่ ถึงกับโดนขืนใจจับใส่แห ฟฟฟฟฟฟฟฟ 555555

    ความแซะบ้านเมืองอาร์วีตลอดการเดินเรื่อง มีความตลกจนเราแอบขำสะท้านเป็นช่วงๆค่ะ 555555555555555555 ไม่ไหวจริงๆ 5555555 ชอบค่ะะะ คั่นอารมณ์ได้อร่อยมาก

    เราสายดราม่าค่ะ เห็นความน่ารักกุ๊งกิ๊งหมากับแมวที่ปูมาแล้วแอบกระตุกกับชื่อเรื่องค่ะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ one last wish นี่ต้องมีประเด็นแน่เลยใช่ไหมคะะะะ งุยยย //เตรียมถ้วยมาม่ารอ💖💖💖💖💖💖

    จะติดตามนะคะะะะ สนุกมากค่ะ งานเขียนอาหย่อยยย
    จะออกแอนโธออกฟิคไหมคะะะะ งุยยยยยย ต้องการมากค่ะ รอยคอยลอยคองานมาโชซังค่ะะะะ//กราบเบญจา 💖💖💖💖💖💖💖💖💖💖💖💖💖💖💖💖💖💖

    • แอร๊ยยยย ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์และการติดตามค่าาาา (///___/// อุ้มขึ้นแพมาด้วยกัน ❤

      เอซนี่เป็นตัวช่วยดำเนินเรื่องกิติมซวย(แปลว่าซวยหนัก)จริงๆ ค่ะ เอิ๊กกกก ส่วนแซะเมืองนี้ ไม่แซะอยู่ไม่ได้ กร๊ากก #รักนะอาร์วี

      ธีมเรื่องหลัก ๆ ก็คือโชเน็นไอค่ะ แต่ แต่ ก็อาจจะมีดราม่าบ้าง แหะ ๆ อดไม่ได้จริง /ปิดหน้า…

      ขอบคุณนะคะ ส่วนจะออกเล่มไหมยังไม่แน่ใจเลยค่ะ แต่งคู่นี้เพราะชอบและอยากพายแพล้วน ๆ เลย เอิ๊กกก คงจะแต่งให้จบก่อนถึงค่อยตัดสินใจค่า ,,- -,,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: