macho_luglio 's cargo, Mostly fanfictions.

16-11-05-00-33-08-873_deco

ตอนเก่าๆ

Day 5

Keyword : ดินสอสี

Ch 5 : Dec 16, 2016.

‘ชนิดปลาที่จัดว่าเป็นปลาแมกเคอเรล ในวงศ์ Scombridae คือ ปลาโกมะซาบะ (Scomber australasicus), ปลาแมกเคอเรลแปซิฟิก (Scomber japonicus), ปลาแมกเคอเรลแอตแลนติก (Scomber scombrus), ปลาอินทรีทะเลสาบเขมร (Scomberomorus sinensis), ปลาทู (Rastrelliger brachysoma) และ ปลาลัง (Rastrelliger kanagurta)’

-Wikipedia

วันศุกร์

“นายจะพกดินสอสีไปด้วยทำไมเนี่ย” คาร์ลพูดพลางยกมือขยี้ผมตัวเองแรง ๆ มองสัมภาระที่เพิ่มขึ้น

“ถ้าฉันอยากใช้แล้วไม่มีให้ใช้ มันจะหงุดหงิดมาก”  โจชัวไม่สนใจคำท้วง แถมยังหยิบกล่องสีน้ำ ปากกา อัดกระดาษใส่แฟ้มกันน้ำไปจนเต็ม

คาร์ลถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ ได้แต่ปล่อยให้เจ้าของบ้านขุดคุ้ยของที่ต้องการนำติดตัวไปด้วยระหว่างการหลบหนี

พวกเขาตัดสินใจจะไปจากเมืองแปซิฟิเซียร์ หลังโจชัวได้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในห้องทำงานของชาร์กเบนเดอร์

พอลอึ้งไปหลังจากรู้เรื่อง พวกเขานัดคุยกันที่อพาตเมนต์ของคาร์ลเมื่อคืนที่ผ่านมา

‘ฉันรู้ว่าเจ้านายของพวกเราน่ะบ้า’ หัวหน้าตุ้ยนุ้ยบอกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ‘แต่ไม่นึกว่าเขาจะบ้าคลั่งไปถึงขั้นนั้นแล้ว’

‘เขาขังคนพวกนั้นไว้เพื่ออะไร’ คาร์ลถามขณะลงมือเก็บข้าวของ เตรียมปิดบ้าน

‘ไม— ชาร์กเบนเดอร์น่ะ ชอบทุกอย่างที่ ‘อัศจรรย์’ ‘หายาก’ ‘ชั้นสูง’ พวกนายจำได้ไหมว่าเขาเคยซื้อซากรถยนต์โบราณมาสะสม ทั้ง ๆ ที่ปัจจุบันไม่มีถนนให้ขับ’ พอลยกตัวอย่าง มือแกะห่อขนม โยนเข้าปาก ‘รวมไปถึงคนก็เช่นกัน เขาเป็นอัลฟ่า เลยชอบโอเมก้า และโอเมก้าสำหรับตัวเขาย่อมต้องพิเศษกว่าคนอื่นแน่นอน’

โจชัวพยักหน้า พอลเป็นคนที่ทำงานบริษัทนี้มานานทุกอย่างที่เขาพูดไม่มีทางผิด ‘ชอบ แล้วก็ใช้ประโยชน์ด้วยสินะ’

‘ตอนแรกฉันคิดว่าเขาแค่สนใจในตัวนาย เพื่อจะเอามาวิจัยว่าทำไมเบต้าถึงกลายเป็นโอเมก้าเฉพาะส่วน’ พูดจบก็ตบอกตัวเองดังป้าบ ๆ เพราะขนมติดคอ ‘แต่จากสิ่งที่นายเจอ สงสัยเขาคงอยากได้ตัวนายไปวิจัยเพื่อผลิตลูกด้วยล่ะ’

คาร์ลทำเสียงฮึ่มแฮ่ในคอ ฝันไปเถอะ ฝันไป!

‘ไม่เอาด้วย’  ว่าที่คนผลิตลูกส่ายหน้า ‘ฉันตัดสินใจว่าจะหนี…แต่ไม่รู้จะไหวไหม…’

‘เจ้าโง่!’ พอลเสียงดัง พ่นขนมใส่หน้า

‘โง่ที่หนีเหรอ แล้วจะทำไงดีล่ะ’ โจชัวหดคอ

‘โง่ที่คิดว่าจะหนีไม่พ้นต่างหาก! นายคิดว่านายเป็นใคร! นายคือตัวท๊อปที่ฉันเทรนด์มากับมือนะ’ อดีตครูฝึกลุกขึ้นยืน พุงเด้งดึ๋ง ชี้นิ้วไปยังเจ้าของห้องที่ยังง่วนกับกองเสื้อผ้า  ‘แล้วยังมีหมอนั่นอีก!  ไอ้เวรตะไลสุดอึดของหน่วยคุ้มกันสินค้า ถ้านายจะไม่รอดก็ถีบคาร์ลมันรับกระสุนแทน ง่ายจะตาย’

‘เดี๋ยววววว’ คาร์ลลากเป้กันน้ำมาโยนกลางวงสนทนา

‘ฉันรู้ว่ามันไม่ง่าย’ พอลนั่งลงอีกรอบ แกะขนมถุงใหม่ ‘แต่ครั้งนี้ พวกนายต้องข้ามสัญชาตญาณของเผ่าพันธุ์เสียบ้าง…อย่าหงอให้ความอยุติธรรม อย่ายอมให้ตัวเองมีภัย’

คาร์ลและโจชัวนิ่งเงียบ รับรู้

‘ฉันเชื่อในตัวพวกนาย’ พอลย้ำอีกครั้ง ‘ไม่ต้องห่วงทางนี้ ฉันจะถ่วงเวลาให้ว่าพวกนายลาพักร้อน รีบไปให้ถึงชายแดนเมือง Atlanticiar ก่อนหัวค่ำพรุ่งนี้ ทำได้ รอดแน่นอน!’

———

ทั้งคู่ใช้เวลาเกือบค่อนวันในการเตรียมตัวสำหรับหลบหนี เมื่อคืนคาร์ลเก็บสัมภาระสำคัญของตัวเองใส่กระเป๋าเป้กันน้ำขนาดใหญ่ สะพายอยู่บนหลัง ปิดตายอพาตเมนต์ ได้แต่ภาวนาว่าจะไม่ถูกค้นหรือขโมยขึ้น หลังจากนั้นจึงไปยังบ้านของโจชัว เก็บข้าวของสำคัญ ได้สัมภาระมาเป็นเป้อีกใบใหญ่

โจชัวโอนเงินออนไลน์เข้าบัญชีของคาร์ล แล้วให้อีกฝ่ายปิดบัญชี ถอนเป็นเงินสดออกมาทั้งหมด (คาร์ลอ้างเหตุผลว่ากำลังจะไปเปิดบัญชีกับธนาคารใหม่ พนักงานทำหน้าตึงใส่เขาอย่างกับเป็นฉลามหัวค้อนเลยล่ะ) แบ่งเงินของแต่ละคนใส่กระเป๋าคาดอก พกติดตัวเอาไว้ พวกเขาไม่กล้าพกอาวุธไปเยอะ เพราะอาจถูกตรวจจับได้ง่าย จึงมีปืนฉมวกเล็ก ๆ ไปแค่คนละกระบอก ซ่อนเอาไว้โดยติดใต้สายสะพายเป้

คาร์ลเช็คความพร้อมของเสื้อชูชีพให้โจชัว เผื่อฉุกเฉินต้องใช้ โชคดีที่อีกฝ่ายยังใส่ wetsuit ได้ เพราะการเดินทางครั้งนี้จะลงน้ำเป็นหลัก เรือยางก็ม้วนพกไปด้วย แต่จะไม่ใช้ในเขตเมือง เพราะสะดุดตาและหลบลำบาก

และช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเดินทางคือช่วงบ่าย – ค่ำ เนื่องจากเหล่ามนุษย์เงินเดือนจะออกมาลอยคอกันเต็มน่านน้ำ ทำให้แฝงตัวได้อย่างดี

“พร้อมไหม….”  คาร์ลถามเพื่อน

“ไม่พร้อมก็ต้องพร้อม” โจชัวพยักหน้า “…ฉันไม่ได้เดินทางไกลมานานแค่ไหนแล้วนะ…ครั้งสุดท้ายก็ตอนอพยพครั้งใหญ่พร้อมพ่อแม่ล่ะมั้ง”

“ไว้เดี๋ยวเรื่องซา เราไปหาพ่อแม่นายที่อินเดียเนียร์กัน” มือใหญ่ปรับเข็มทิศบนนาฬิกาข้อมือ นำทางเอาไว้ไม่ให้หลง “ที่นั่นมีสถานตากอากาศเยอะ น่าจะดี…แต่ตอนนี้ หาทางออกจากเมืองก่อน บ้าเอ้ย ฉันน่ะเกิดที่นี่โตที่นี่ ตื่นเต้นเป็นบ้า”

คราวนี้เป็นโจชัวถามบ้าง “…ไหวไหม”

“ไม่ไหวก็ต้องไหว”  คาร์ลรูดชุด wetsuit แล้วเปิดประตูห้อง ออกเดินทาง

เป็นไปตามคาด บ่ายคล้อยของวันศุกร์ ฝูงปลา เอ้ย คน และเรือยางต่างลอยคอกันหนาแน่น ลึกลงไปหลายเมตรเป็นบริเวณสำหรับล่องเรือดำน้ำ แบ่งระดับชั้นกันอย่างชัดเจน

ในแปซิฟิเซียร์ไม่ค่อยมีเรือยนต์ลำใหญ่แล่น เพราะกฎหมายคมนาคมอนุญาตให้ราชการและบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องเท่านั้น ที่จะสามารถครอบครองเรือยนต์ได้ เหตุเพราะในอดีต เวลาเรือยนต์แล่นผ่านแล้วลืมควบคุมความเร็ว มักจะชนหรือดูดเอาคนและเรือเล็กกว่าจมลงไปใต้ท้องเสมอ

คาร์ลว่ายนำ โจชัวคอยเกาะหลังตามไปเพราะเขาออกแรงมากไม่ได้  การเดินทางจึงไม่ช้าไม่เร็ว พวกเขาออกจากตัวเมืองชั้นในเมื่อดวงตะวันลงมาเกาะขอบฟ้า

ตรงรอยต่อระหว่างเมืองนี่ล่ะ จุดวัดใจ

พวกเขาขึ้นพักเหนื่อยหน้าร้านขายของชำเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เปิดกระติกน้ำร้อนที่เตรียมมา ดื่มเพิ่มน้ำและความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย อากาศหนาวเย็นลงเรื่อย ๆ เมื่อใกล้ค่ำ หากผืนน้ำรอข้ามยังคงเวิ้งว้างห่างไกล

“เราจะแวะขึ้นพักหน้าโรงงานซักสองแห่งก่อนดีไหม”  คาร์ลเสนอความคิด จุดหมายคือถนนเดินเท้าข้ามช่องเขาที่เห็นอยู่ลิบ ๆ แต่ตอนนี้ด้านหน้าคือผืนน้ำขนาดกว้างเกือบกิโลเมตร มีโรงงานอุตสาหกรรมสามแห่งตั้งอยู่สามมุม

“แล้วถ้าว่ายตรงไปเลยล่ะ”  โจชัวเสนอ การแวะพักจะยิ่งทำให้เสียเวลามากขึ้น

“นายไหวไหมล่ะ”  เขาห่วง ทั้งระยะทางและความเย็นนั้น ไม่ดีกับคนท้องเท่าไหร่

“ฉันไม่ได้เป็นคนออกแรงนี่หว่า” สัมภาระมีชีวิตลอยหน้าลอยตา “ไป ให้ไว”

คาร์ลแยกเขี้ยว ก่อนจะโดดลงน้ำแล้วรับอีกคนให้ลงมาเกาะหลัง

ดูเหมือนจะโชคดีอยู่บ้าง เพราะผิวน้ำบริเวณนี้รับแสงแดดเต็ม ๆ ตลอดวัน จึงไม่ได้หนาวเยือกโหดร้ายเกินไป คาร์ลเร่งตีขา พาคนบนหลังมุ่งตรงไปสู่จุดหมาย

แต่ความซวยฉิบหาย กลับมาเยือนเสียก่อน…

เสียงเครื่องยนต์เรือใหญ่ดังไล่มาจากด้านหลัง แม้จะยังฟังห่างไกล แต่คาร์ลสะดุ้งเฮือก เขาทำงานคุ้มกันสินค้า ย่อมจะจำได้ติดหูว่าเสียงที่ได้ยินอยู่คือเรือของบริษัทไหน

“โจชัว! เอากล้องทางไกลออกมาส่อง!” คนว่ายสั่ง

คนถูกสั่งรีบควักกล้องที่เหน็บอยู่ข้างเอวขึ้นมา หันไปยังทิศที่มีเสียง แล้วอุทาน “บ้าเอ้ย! เรือจากบริษัทจริง ๆ ด้วย”

“สงสัยพอลจะเก็บความลับไม่อยู่แล้ว”  คาร์ลกัดฟัน จุดที่ลอยคออยู่นั้น ไม่ได้ใกล้กับอาคารไหนเลย เขาคิดผิดจริง ๆ ที่ว่ายตัดมาตรงกลางแบบนี้ “ไม่มีที่หลบด้วย นายคอยส่องเอาไว้ ถ้าพวกมันมาใกล้เกินร้อยเมตรเมื่อไหร่ฉันจะพาดำลงน้ำ”

“โอเค…”  โจชัวพยายามสูดหายใจช้า ๆ ระงับความตื่นเต้น เขาพยายามแนบตัวให้ติดกับคาร์ลที่สุด “ยังห่างอยู่…ยังห่างอยู่….เวรเอ้ย มันไม่เลี้ยวไปไหนบ้างเหรอวะ ตรงดิ่งมาเชียว”

คนว่ายน้ำตีขารัว ทำความเร็วให้ได้มากที่สุด แต่เรือกับคน ยังไงเรือก็ชนะ

“จะเข้ามาในระยะร้อยเมตรแล้ว คาร์ล!” คนสังเกตการณ์เตือน

“สูดลมให้เต็มปอดเลยนะ” คาร์ลบอก เขาสูดหายใจเต็มแรงจนหน้าอกขยาย “สาม…สอง….หนึ่ง!”

สองร่างดำดิ่งลงไปมากกว่าห้าเมตรให้พ้นระยะมองเห็นจากผิวน้ำ พยายามประคองตัวแล้วว่ายไปข้างหน้าต่อ

เข็มทิศบนนาฬิกาข้อมือยังชี้ว่ามุ่งหน้าไปถูกฝั่ง คาร์ลจูงแขนของโจชัวเอาไว้ ดึงลากอีกฝ่ายตามมาเรื่อย ๆ ปกติคนที่เป็นพันธุ์แมคเคอเรลกลั้นใจในน้ำได้ประมาณสิบนาที บวกลบจากนั้นนิดหน่อย พวกซาร์ดีนก็เช่นกัน

แต่คาร์ลลืมไป ว่าเพื่อนซาร์ดีนของเขาตอนนี้ ไม่ปกติ

เรือยนต์ลำใหญ่แล่นผ่านเหนือหัว ในขณะที่โจชัวสำลักพอดี

คาร์ลตกใจตาม ไม่รู้ว่าเพราะอีกฝ่ายสูดอากาศไม่พอ หรือความกลัวจะโดนจับได้ ทำให้ระยะกลั้นหายใจของโจชัวสั้นกว่าปกติ เขาเห็นอีกฝ่ายยกมือขึ้นปิดปาก หลับตาแน่นอย่างทรมาน

แขนใหญ่ดึงเพื่อนมากอดเอาไว้แนบอก ช่วยป้องกันไม่ให้เผลอลอยตัวขึ้นสู่เหนือน้ำ โจชัวจิกนิ้วลงกับไหล่สองข้างของเขา

…ต้องทำอะไรซักอย่าง

คาร์ลคว้าเส้นผมตรงท้ายทอยของอีกฝ่าย ดึงให้เงยหน้าขึ้น..ก้มลงไปหา ใช้ปากประกบปาก แบ่งอากาศที่เหลืออยู่ให้…แม้มันจะผสมคาร์บอนไดออกไซด์ที่เขาคายออกมาด้วย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรช่วยต่อชีวิต

โจชัวตาเหลือก แต่เข้าใจได้ เขายกมือโอบคอเพื่อนเอาไว้ เมื่อได้อากาศพอแล้วจึงเม้มปากปิด

นัยน์ตาสองคู่สบกันนิ่ง ๆ อยู่หลายอึดใจ

ก่อนที่เสียงหนึ่งจะดังขึ้น ห่างออกไปไม่มากนัก ฟังไม่ได้ศัพท์แต่เป็นเสียงคนโหวกเหวกบนผิวน้ำแน่นอน เรือยนต์แล่นไปทางเสียงนั้น เปิดโอกาสให้คาร์ลตีขาหนีสุดชีวิต

ไม่นานนักมือเขาก็สัมผัสท่าน้ำ คาร์ลค่อย ๆ โผล่หัวขึ้นมาอย่างระแวดระวัง เมื่อเห็นว่าเรือบ่ายหน้ากลับไปยังทิศที่มาแล้ว จึงดึงโจชัวให้ขึ้นบนบก ทั้งคู่เหนื่อยหอบ

“เมื่อกี้ทำไมนายสำลัก” คาร์ลถาม ปกติเขากับอีกฝ่ายดำน้ำอึดพอกัน

โจชัวตาลอยด้วยความอ่อนเพลีย ก่อนจะขยับสายเข็มขัดให้หลวม “…คงเพราะพุงยื่น”

คนถามมองตาม แล้วอุทานเบา ๆ มัวแต่ยุ่งเรื่องอื่นจนไม่ทันได้สังเกต “ท้องนาย…ป่องขึ้นมาจนชัดเลยนะ”

“สงสัยลูกจะได้เชื้อฉันเยอะกว่าเชื้อม้าน้ำล่ะมั้ง”  พูดจบก็ส่ายหัว เปลี่ยนประเด็น “ว่าแต่ ทำไมเรือถึงกลับไปแล้ว และเสียงใคร”

คำตอบนั้น ตุ๊บป่องมาเกยท่า  “เสียงฉันเอง…….”

“พอล!!!”  คาร์ลแหกปากลั่น เมื่อเห็นพุงกลมขาวอวบลอยตามน้ำมา เขารีบคว้าร่างหัวหน้าที่ใกล้หมดแรงขึ้นมาบนพื้น

“เออ ฉันเอง” ชายตัวอ้วนนอนหงาย หายใจเหนื่อย ๆ “ชาร์กเบนเดอร์เกิดอยากเจอโจชัว แต่ติดต่อไม่ได้ เลยส่งเรือทุกลำออกตามหา ฉันต้องรีบมาดักหน้าเพราะแน่ใจว่าพวกนายคงมาถึงตรงนี้ เผื่อมีไรฉุกเฉิน…แล้วก็มีจริงด้วย”

“แล้วนายมาได้ไง พวกเราออกมาก่อนตั้งแต่บ่าย”  โจชัวคลานมาสมทบ เอามือกด ๆ พุงหัวหน้าเล่น

“รถไฟไง” พอลชี้มือไปทางสถานีรถไฟด่วนจากกลางเมืองแปซิฟิเซียร์ ตรงมาสู่ชายแดน “ฉันไม่ได้ติดคดีเหมือนพวกนาย ก็เอาบัตรประจำตัวแปะป้าบจ่ายค่าตั๋วแล้วขึ้นรถไฟมาสิ สบาย”

“ครับ ๆ พ่อคนบริสุทธิ์ พ่อคนไม่มีคดี” คาร์ลกลอกตาก่อนเอ่ยต่อ   “ขอบคุณที่มาช่วยนะ…”

“แล้วก็”  พอลตะเกียกตะกายลุกนั่ง ได้โจชัวช่วยดันหลังขึ้นมา “เอานี่มาให้พวกนาย”

สองคนมองซองเอกสารกันน้ำที่พอลควักออกมาจากกระเป๋าสะพาย

“เปิดดูสิ” หัวหน้าส่งให้โจชัว “วันนี้ฉันแอบเข้าไปในห้องทำงานของประธานมา”

มือขาวซีดคว้าซองมาทันที ด้านใน…คือรูปถ่ายตู้อควาเรียมหลังม่านดำ…หลงและบุปผากำลังนอนหลับอยู่ในนั้น สภาพอิดโรยไม่ต่างจากตอนที่เขาเห็นด้วยตา  

“เอาไปเป็นหลักฐาน ถ้ามีโอกาสเราอาจจะฟ้องต่อรัฐบาลได้”  พอลพยักหน้าซ้ำ ๆ “เราสามารถช่วยพวกเขาได้ ถ้าพวกนายกล้าพอ”

“นายเข้าไปถ่ายรูปมาได้ยังไง”  โจชัวกะพริบตา

“คิดว่าฉันเป็นใคร ฉันน่ะ หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยนะ”  หนุ่มอ้วนยืดพุงอย่างภาคภูมิ “รักษาความปลอดภัยทุกส่วน หมายความว่าเข้าได้ทุกส่วนเช่นกัน เป็นดั่งดาบสองคมใช่ไหมล่ะ เท่จริง ๆ เรา”

“เดี๋ยวจะคมไม่ออก ทำอะไรเสี่ยงไปแล้ว!”  คาร์ลตบพุงยืด ๆ ดังพลั่ก

“ฉันไม่ได้อ่อนหัดเหมือนพวกนายนะเฟ้ย”  ไม่ได้สลดเลยสักนิด พอลควักถุงอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าอีกรอบ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงจริงจัง “…ต่อไปนี้ พวกนายต้องระวังให้มากนะ ในถุงนี่คือโทรศัพท์กับเบอร์ใหม่ ฉันซื้อให้ใช้แทน จะคอยส่งข่าวให้เรื่อย ๆ”

“พอล….”  โจชัวครางในลำคอ “ขอบคุณมาก”

“นายเองก็ต้องระวังตัวเหมือนกัน หัวหน้า”  คาร์ลเดินไปโอบไหล่หนุ่มอ้วน “อย่าพลาดล่ะ พ่อคนเก่ง”

“ไว้พลาดแล้วจะหนีไปหานะ” พอลหัวเราะร่วน “ระหว่างที่ยังรอด จะช็อปปิ้งขวดนมไว้รับขวัญหลาน”

โจชัวยิ้มออกในรอบสองวัน “อย่าลืมเครื่องล้างขวดด้วย”

“งกเอ้ย!” เสียงดังจนพุงกระเพื่อม

…คาร์ลและโจชัวแยกจากพอลที่ตรงนั้น ใช้เวลาหนึ่งคืนข้ามสันเขาเข้าสู่แอตแลนติเซียร์

แต่พวกเขารู้ดีว่า ระยะห่างแค่หนึ่งเมืองนั้นไม่มากพอ

TBC

คุยกันนิดหน่อยน้า :

  • มีจูบแรกแล้ว! /แต่ไร้มู้ดสิ้นดี…
  • ถึงตอนนี้ การเดินทางทัวร์โลกโอเมก้า3เวิร์สเพิ่งจะเริ่มเองค่ะ อาอาอา อีก 25 ตอน… /ตาย
  • อย่างที่ได้อ่าน พอลนั้นเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญแน่นอนค่ะ ใครรักหนุ่มอ้วน ไม่ต้องกลัวบทหาย ❤
  • เกร็ดตัวละครอีกเล็กน้อย พอลนั้นเป็นแมคเคอเรล โกมะซาบะ ค่ะ โปรดสังเกตพุง…
  • ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านนะคะ ทุกเมนต์นี่เก๊าอ่านแล้วซาบซึ้งเสมอ อยากให้อยู่คุยกันไปนาน ๆ เหงาาาา ❤

รูปพอลไงจะใครล่ะ ❤
12170608_52afea65b2aeb

Advertisements

Comments on: "[Novel] Omega3verse. – Day5" (8)

  1. ซาบะใบไม้ร่วงแน่นอนสะสมอาหาร(ไขมัน) ไว้ดำรงชีวิตตลอดฤดูหนาว
    นอกจากแสนดีแล้วยังอร่อยด้วย #พอลร้องห้ายยยย

    • พอลลลลลล เจ๋งที่สุดเลยยยย ❤ #พอลบอกอย่าาาาาา

  2. พุงพอลน่ากินมากเลยค่ะ อ่านๆมาเกือบเคลิ้มกับ First kiss (ที่ไม่มีมู้ด ถถถถ)ละ เจอพุงพอลรูปสุดท้ายเข้าไป อราาาา จูบเจิบเอาไว้ฟินทีหลังละกัน กรั่กกก ถุงลมเยอะใช่ไหม เพื่อการลอยน้ำที่ดี

    ตอนนี้พี่ชาร์กมาแต่ชื่ออ่ะ หญิงอกหักดังเป๊าะ แต่ให้คาร์ลได้ทำเท่บ้างก็ดีแล้วค่ะ555 จืดจางจะแย่แย้ว พระเอกอะไรเนี่ย5555555🐟

    ปล.อื้อหืออ วันละตอนก็ขยันสุดไตขาดดิ้นแล้วค้าาา เป็นกำลังไตให้อีก25ตอนที่เหลือนะคะ /เข็นแฟนอาร์ตพุงพอลมาเซ่นไหว้ ฟฟฟ

    • กร๊ากกกก แงงงงงง พุงพอลชนะทุกสิ่งจริง ๆ ค่ะ เลิฟฟฟ ❤

      พี่ชาร์กหลบก่อนนะคะ ให้พระเอกได้ทำงานบ้าง กร๊ากกกก ตอน 6 ทำคะแนนขึ้นมานิดนึงแล้วค่ะ ค่อย ๆ ไต่ค่อย ๆ บิวท์กันไป หนทางอีกยาวไกล เอื้ออออออ

      กอดคุณลู ขอบคุณค่าาาา แอร๊ยยย /ฟัดพุงพอลเส้นคุณลูอย่างเลิฟ ๆ ❤

  3. พอลลล ฮั้ยยย พ่อฮีโร่ปลาอ้วนน ช่วยคนอื่นอย่าถูกจับได้เองนะคะ เอาพุงบังหลักฐานให้มิด—

    แอบขำตอนโจชัวสั่งคาร์ลให้ไปต่อ ใช่ซี้ ก็นายไม่ได้ว่ายเองนี่ 5555

    • กรั่ก ๆ ขนาดชิ้นส่วนปืนยังเหน็บไว้ใต้พุงได้ รูปถ่ายแค่นี้พอลบอกสบายยยย ❤

      แต่สบายสุดก็โจชัวนี่ล่ะกั๊บ~

  4. เป็นนิยายที่อ่านแล้วหิวชมัด

  5. nammon said:

    พอลน่ารักมากเลย งื้อ เขาขอนะคนนี้ คิคิ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: