macho_luglio 's cargo, Mostly fanfictions.

16-11-10-22-11-31-756_deco

ตอนก่าวววววก่าววววว

Day 10

Keyword : Crimson

Ch 10 : Dec 21, 2016.

 

 

‘ปลาซาร์ดีนยุโรป หรือ ปลาซาร์ดีนแท้ (อังกฤษ: Sardine, European pilchard, True sardine) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sardina pilchardus อยู่ในวงศ์ปลาหลังเขียว (Clupeidae) จัดเป็นเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Sardina

มีรูปร่างเพรียวยาวทรงกระบอก ลำตัวกลม แต่ในขณะที่เป็นปลาวัยอ่อน ลำตัวจะแบนเป็นสันบริเวณส่วนท้องมากกว่านี้ ตาโต ครีบหลังมีเพียงตอนเดียว ไม่มีก้านครีบแข็ง มีก้านครีบอ่อนประมาณ 13-21 ก้าน ครีบก้นมี 2 ครีบขนาดเล็ก ลำตัวมีสีเงิน ลำตัวด้านข้างช่วงบนมีแต้มวงกลมสีน้ำเงินอมม่วง’

-Wikipedia

 

 

เข้าตรู่ของวันพุธ คาร์ลกับโจชัวสะพายเป้คนละใบ สวมเสื้อกันลมแบบมีฮู้ดเอาไว้ ยืนปะปนอยู่กับชาวกลายพันธุ์คนอื่น ๆ ที่แต่งตัวคล้ายคลึง

เพ็ททูเนีย ทูน่า ติดต่อเรือยนต์ลำหนึ่งเอาไว้ สภาพโกโรโกโสเพราะเป็นของมือสองขายทอดตลาดมาจากโรงงานที่ล้มละลาย เธอเรียกใช้มันบ่อย ๆ จนชาวเมืองแอตแลนติเซียร์ละแวกนั้น เรียกชื่อเล่นมันว่า ‘เรือขยะ’

เป็นนัยยะแฝง เพราะขนส่งแต่พวกกลายพันธุ์ที่ถูกสังคมมองว่าไร้ค่า

เจ้าของที่พักออกมาส่งแขกถึงท่าเรือ ซึ่งอันที่จริงเป็นแค่สะพานไม้เก่า ๆ เธอทำของว่างให้ทุกคน ห่อใส่ซองกันน้ำ แจกจ่ายอย่างทั่วถึง

“เหมือนคำโบราณว่า ซ่อนปลาให้ซ่อนในมหาสมุทร” หญิงวัยกลางคนยัดขวดน้ำดื่มใส่มือคาร์ล  “ที่นั่นคนเยอะ หลบสายตาง่าย แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่คนดี ดูแลอีกสองคนให้ดีนะพ่อคุณเอ้ย”

“ครับ” คาร์ลรับคำ เขาคงจะคิดถึงเสียง ‘พ่อคุณเอ้ย’ ของเธอไปสักพัก และคิดเอาไว้ว่าสักวันจะกลับมาเยี่ยมเธอแน่นอน “แล้วเจอกันนะครับเพ็ททูเนีย”

โจชัวเดินไปกอดเพ็ททูเนียเบา ๆ เธอสวมกอดตอบแล้วหอมแก้มเขาซ้ายขวา พวกเขาร่ำลากันอย่างเรียบง่าย

เรือแล่นออกจากท่า บ่ายหน้าลงใต้ ใช้เวลาราว ๆ หกชั่วโมงจึงเข้าเขตเซาท์เทิร์นเนียร์

———

 

แปซิฟิเซียร์คือเมืองหลวงศิวิไลซ์ แอตแลนติเซียร์คือเมืองอุตสาหกรรมอันเสื่อมโทรม…ส่วนเซาท์เทิร์นเนียร์นั้น มีนิยามว่าเมืองแห่งความโกลาหล

เหตุที่เรียกเช่นนั้น เพราะเมืองตั้งอยู่ทำเลใต้สุดของ United อากาศอบอุ่นกว่าที่อื่น มีผืนดินหลงเหลืออยู่เยอะกว่าเมืองไหนจึงสร้างผลผลิตทางการเกษตรได้มาก และอยู่ติดทะเลใหญ่แหล่งประมงชั้นเยี่ยม เซาท์เทิร์นเนียร์คือครัวของ United อย่างเป็นทางการ (ถึงตรงนี้ คงเกิดคำถามว่ามนุษย์พันธุ์ปลากินปลางั้นหรือ…เข้าข่าย cannibalism หรือไม่…กึ่ง ๆ น่ะ เพราะโดยธรรมชาติปลาก็กินกันเองอยู่แล้ว)

เพราะอุดมสมบูรณ์ ประชาชนจึงนิยมมาตั้งหลัก…ทว่า…อะไรที่มากเกินไปย่อมก่อปัญหา เดิมทีรัฐบาลแรกของ United ตั้งเซาท์เทิร์นเนียร์เป็นเมืองหลวง เหล่าผู้อพยพต่างแก่งแย่งพื้นที่กันจนเกิดเป็นสงครามกลางเมือง แผนผังเมืองที่ตั้งใจจะวางถูกรุกล้ำถือครองที่ดินเอาตามใจชอบจนบิดเบี้ยว

รัฐบาลจึง ‘สละ’ เมืองนี้ทิ้ง ขึ้นเหนือไปสร้างเมืองหลวงใหม่ ถือเป็นการหักหน้ากลุ่มอิทธิพลทั้งหลายที่ลงทุนทั้งเม็ดเงินและชีวิตเพื่อแย่งชิงพื้นที่…แต่ถึงอย่างนั้น ทำเลดีอย่างไรก็ยังเป็นทำเลดี ประชาชนส่วนใหญ่จึงเลือกอยู่ที่นี่ ทำให้มีความหนาแน่นไม่ต่างจากเมืองหลวง

เรือยนต์แล่นมาจอดริมท่า ภายในเมืองเป็นเขตห้ามแล่นเรือแล้ว พวกคาร์ลและโจชัวจึงต้องลงที่นี่ พร้อมกับสมาชิกอีกสามสี่คน

“ลาก่อนนะเฮอร์ริ่ง” คาร์ลบอกลาเพื่อนใหม่

‘หืม’ เสียงคนค่อนลำเรือหันมา เพราะนามสกุลเฮอร์ริ่งเหมือนกัน

“เอ่อ…แม็กซ์ เฮอร์ริ่ง” เขาระบุนามสกุลลงไปอีก

‘ฉันเหรอ’ ‘ฉันรึเปล่า’ ‘มีอะไร’ ยังมีชื่อแม็กซ์อยู่อีกสี่ห้าคน

“เอ่อ…แม็กซ์ สองสองแปด เฮอร์ริ่ง” คราวนี้ระบุเลขท้ายอีเมลไปด้วย

“ฮื่อ!!!” แม็กซ์สองสองแปดผู้มีหัวปลา พยักหน้าอย่างหนักแน่น ยื่นมือมาให้จับ

“ว่าง ๆ ก็ส่งอีเมลมาคุยกันอีกนะเพื่อน” คาร์ลสุดแสนจะอาลัย

โจชัวกะพริบตาปริบขณะเดินนำออกจากท่าเรือ พึมพำอย่างสงสัย “พวกนายสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย….”

บรรยากาศในเมืองเซาท์เทิร์นเนียร์นั้น คึกคักอย่าง ‘ร้ายกาจ’ หนุ่มเมืองหลวงสองคนไม่เคยเจอการจราจร(ทางน้ำ)ที่ไหนวุ่นวายขนาดนี้ เดิมทีพวกเขาตั้งใจจะเอาเรือยางลงพาย แต่ยอมแพ้กับความหนาแน่นชนิดที่แทบจะเดินเหยียบไปบนเรือได้สบาย ๆ

หากเป็นในแปซิฟิเซียร์ แค่มีพิกัดมือถือคร่าว ๆ ก็จะหาอาคารสถานที่่ได้อย่างง่ายดายเพราะผังเมืองเป็นระบบ แต่กับที่นี่ ต้องบอกว่าต่างกันราวครีบหลังครีบท้อง เช่นตอนนี้ที่ GPS บอกว่าพวกเขาอยู่หน้าห้างสรรพสินค้า แต่ตรงหน้ายังเป็นเวิ้งน้ำอยู่เลย

สถานการณ์หลงทางบานปลายขึ้นเรื่อย ๆ จากบ่ายเป็นเริ่มเย็น เสบียงที่เพ็ททูเนียให้มาก็กินกันหมดเกลี้ยง ถ้าพวกเขายังหาจุดหมายไม่เจอ อาจจะต้องเสียเงินเช่าโรงแรม ทั้งคู่หยุดพักตรงสวนหย่อมลอยน้ำเล็ก ๆ

Crimson…” โจชัวทวนชื่อสถานที่ “อาคารที่ตกแต่งด้วยสีแดง หาไม่ยาก…ไม่ยากตรงไหนเนี่ย”

“ฉันว่าถ้าเป็นช่วงปกติคงหาง่ายอยู่”  คาร์ลดื่มน้ำอึกใหญ่ มองไปรอบ ๆ  “…แต่นี่ใกล้เทศกาลคริสต์มาสแล้ว”

ใช่ ทุกอาคารตกแต่งด้วยสีแดงเต็มไปหมด

“พวกเราวนเวียนอยู่รอบพิกัดนี่มานานแล้ว มันควรจะมีสัญลักษณ์อะไรบอกบ้างไหม” พูดพลางลูบท้องไปด้วย วันนี้เขาเดินทั้งวันจนเริ่มปวดหลังและเอว

แล้วโจชัวต้องสะดุ้ง เมื่อมือใหญ่ของคนข้างตัวเอื้อมมานวดบ่าและไหล่ให้ มันสบายจนต้องเผลอครางออกมาแผ่ว ๆ

นิ้วที่บีบนวดอยู่ชะงักกับเสียงนั้น

หลังจาก ‘จูบตามน้ำ’ เมื่อวาน ทั้งสองคนต่างวางตัวไม่ค่อยถูก แม้จะมีปรึกษาหารือกันเรื่องแผนการเดินทาง แต่ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่อง ‘นั้น’ อีกเลย

โจชัว…แน่นอน เจ้าแห่งการเฟรนด์โซน ย่อมตีหน้าตาย ละลายทุกเหตุการณ์

ส่วนคาร์ล…สมัยก่อนเขาอาจจะป๊อด แต่ตอนนี้ที่เขากลัวคือจะห้ามใจไม่อยู่

แต่เก็บเอาไว้คงไม่ดีนัก เขาตัดสินใจแล้วว่าจะพุ่งชน

หนุ่มแมคเคอเรลเริ่มต้น “เมื่อวานน่ะ”

“หยุด” คนฟังร้องห้าม

แต่ไม่ได้ผล เสียงทุ้มยังเอ่ยต่อ “เป็นเพราะอารมณ์พาไปส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนที่เหลือฉันจริงจัง”

โจชัวยกมือข้างหนึ่งขึ้นปิดปากตัวเอง ราวกับว่าทำแบบนี้แล้วจะห้ามคนข้าง ๆ ได้ นิ่งคิดไปอึดใจก่อนจะพูดออกมาบ้าง  “…ฉันรู้”

“แล้วก็พยายามจะบ่ายเบี่ยงเหมือนเดิม” คาร์ลจิกกัดไปนิดหน่อย “เสียใจด้วยนะ ที่ฉันจะไม่ปล่อยให้มันถูกลืมง่าย ๆ อีกแล้ว”

“นายเปลี่ยนไปนะเนี่ย…เพราะกลายเป็นหัวปลาไปรอบเหรอ”  โจชัวจิกกลับ

“ใช่” ยอมรับอย่างง่ายดาย “ตอนที่เปลี่ยนร่าง อยู่ ๆ นึกขึ้นมาว่าต่อไปอาจจะต้องกลายเป็นปลาไปทั้งตัว เกยตื้น รอความตาย”

“นายคิดมากเกินไปแล้ว” บอกไปเช่นนั้น แต่ในใจกังวลไม่ต่าง

“ถ้าจะให้เลิกคิดมาก ก็มีแต่ต้องลงมือทำตามสิ่งที่คิด” ดวงตาสีฟ้าอมเขียวจ้องมองใบหน้าด้านข้างของ ‘เพื่อนสนิท’

เหมือนข้างแก้มถูกไล้ด้วยสายตานั้นจนอุ่นซ่าน คนฟังพยายามนิ่ง ยกขวดน้ำดื่มแก้เก้อ

หากคาร์ลไม่ปล่อยให้ความเงียบหยุดยั้ง เขาเอ่ยออกไปในที่สุด “ฉันจะจีบนาย”

โจชัวสำลักน้ำพรวด

“ถ้าคิดจะเล่นมุกสำลักน้ำแล้วไม่ได้ยินที่ฉันพูดก็อย่าหวัง สมัยก่อนนายเคยใช้มุกนี้ไปรอบนึงแล้ว ตอนที่ฉันบอกว่ารู้สึกดี ๆ เกินเพื่อนไงล่ะ”  คนมีอดีตร่ายยืดยาว

แต่โจชัวไม่ได้เล่นแล้วงานนี้ เขาไอโขลก น้ำหูน้ำตาเล็ด

คาร์ลเล็งอยู่นาน พอเห็นว่าอีกคนไม่ได้แกล้งจึงมาช่วยลูบหลัง ส่งทิชชูให้เช็ดหน้าเช็ดตา

“…แล้วนายจะให้ฉันตอบว่ายังไง” คนจะถูกจีบถาม เขาจนปัญญาเลี่่ยง

“ไม่ต้องตอบอะไรทั้งนั้้น อยากเงียบก็เงียบไป อยากเมินก็เมินไป” คาร์ลหัวเราะ รอยยิ้มนุ่มนวลปรากฎบนใบหน้า “ฉันก็แค่จีบต่อไป อยู่ใกล้ ๆ ต่อไป…อ้อ คราวนี้ขอนัวเนียด้วย ขี้เกียจเล่นเป็นเพื่อนผู้แสนดีแล้ว”

“…น…หน้าไม่อาย” ด่า แต่ตนเองกลับอายแทน

เลือดฝาดใต้ผิวเรื่อแดงขึ้นมา คาร์ลมองอย่างหลงใหล…โจชัวต่างจากเขาตรงที่ผิวขาวเพราะทำงานอยู่ในอาคาร ในขณะที่เขามักออกแดด จึงยากที่จะเห็นสีเลือด…………..เดี๋ยวนะ….สีเลือด

“โจชัว…นายคิดว่า Crimson คือสีแบบไหน” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว

“Crimson สีแดงเข้มไง”  คนถูกถามมองรอบตัว “แบบของประดับคริสต์มาสตอนนี้”

“ไม่…นอกจากสีแดงเข้ม เรียกอีกอย่างว่าสีเลือด แล้วเราก็มองข้ามอะไรไปหลายอย่าง…ใครกันที่แนะนำเรามา”  คาร์ลค่อย ๆ พูดให้นึกภาพตาม  “พอลน่าจะไม่เคยมาสถานที่จริง แค่แนะนำตามคำบอกของเพื่อน แต่เพ็ททูเนียน่ะ…ในเมื่อเป็นพวกกลายพันธุ์แนะนำ แสดงว่า…”

“Crimson เป็นสถานที่ของพวกกลายพันธุ์” โจชัวทำตาโต “งั้นสภาพภายนอกอาจจะไม่ต่างจากอาคารของเพ็ททูเนีย พวกเราพลาดที่หาแต่ตึกสภาพดี ๆ มาตลอด”

พระอาทิตย์เคลื่อนคล้อยลงมาแตะขอบฟ้าแล้วตอนที่พวกเขาออกเดินวนรอบพิกัดอีกครั้ง คราวนี้ทุกอย่างดูเปลี่ยนไปภายใต้แสงสนธยา อาคารต่าง ๆ ในธีมคริสต์มาสถูกย้อมเป็นสีแดงจัดจ้าน มีเพียงอาคารเก่าโทรมหนึ่งเดียวในละแวกนั้นที่เป็นสีแดงเข้มราวกับเลือดทา

ลูกบิดสนิมจับส่งเสียงครางเมื่อคาร์ลบิดเปิด ผงสีแดงติดฝ่ามือเขาเป็นแถบ…ด้านในเหมือนบาร์ร้าง ชายชราคนหนึ่งนั่งสูบไปป์อยู่…ในมือขวาของเขาถือปืนโบราณเอาไว้ด้วยท่วงท่าสบาย ๆ ราวกับถือไฟแช็ก…หากลำกล้องเล็งมายังประตู

“พอล แมคเคอเรล” โจชัวเอ่ยชื่อหัวหน้าเป็นใบเบิกทาง

“เดี๋ยวโทรถามก่อน” ชายแก่ตอบกลับ

“เพ็ททูเนีย ทูน่า” คาร์ลลองบ้าง

“อ้อ! งั้นไม่ต้องโทร” ชายแก่ยันตัวลุกจากเก้าอี้ไม้ทันใด “อีหนูท้องป่องกับผัวหัวปลาสินะ ยัยแก่นั่นโทรมาบอกเอาไว้เรียบร้อย มา ๆ”

ผู้เฝ้าทางเข้าเดินนำจากเก้าอี้ไปยังกำแพงอีกฟาก เคาะพื้นเป็นรหัสจังหวะแปลก ๆ ประตูกลที่ซ่อนไว้ขยับเสียงครืดคราด เปิดทางให้ลงไปยังใต้ดิน…

คาร์ลรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขากระชับสายเป้แน่น

ทว่าโจชัวกลับมีสีหน้าเซ็งสุดขีด  “…ฉันเกลียดฉายาที่ป้าตั้งให้…”

คนฟังหัวเราะ แล้วยื่นมือไปจับต้นแขนคนเคียงข้างเอาไว้ ประคองให้ลงไปใต้ดินอย่างระวัง

TBC

Talk แบบเลท :

  • ช่วงนี้มาไม่ตรงวันตลอด แงงงง ต้องพยายามมมตีตื้นนนน
  • ตอนนี้ก็เปิดเมืองใหม่แล้วนะคะ น่าจะใช้เวลาอยู่ที่นี่ซักพักเลยล่ะ
  • ก่อนชาร์กเบนเดอร์จะ—— /ไม่สปอยด์
  • และก่อนพอลจะโดน—— /คนอ่านบอกเกริ่นได้น่าถีบมาก
  • ตอนนี้ก็ 1/3 ของเรื่องแล้วค่ะ พ้นช่วงเกริ่นอย่างเป็นทางการ อีกไม่กี่ตอนก็ครึ่งเรื่อง เหตุการณ์ต่าง ๆ จะค่อย ๆ ขมวดเข้ามาหากัน ดังนั้น……อย่าทิ้งเก๊าไปไหนนะะะะะะ แงงงงง ฝากติดตามด้วยค่าาาาาา
  • ขอบคุณทุกคอมเมนต์ทุกช่องทางเลยนะคะ เสพเป็นกำลังใจทุกวัน ดีใจ ❤
Advertisements

Comments on: "[Novel] Omega3verse. – Day10" (12)

  1. คล้ายๆ said:

    เสียงรอนลอยมาตอน “ร้ายกาจ” ฮาาาา

    คิดถึงพี่ไมเคิล ฟาส–ชาร์กเบนเดอร์จังค่ะ มาขนบนิยายพี่มาโช พระเอกดูสู้ตัวร้ายไม่ได้ในทุกทา—– /โดนตบ

    • มันเป็นอาถรรพ์ของนิยายเพ่ แงงงงงงง /พระเอกกาก ๆ มันชาเล้นดีนะ อิอิ

      ไม่ต้องห่วง ฝั่งตัวเอกมีตัวช่วยคือพอลลลล /อิมเมจพอลคือเจมส์แมคอะวอยตุ้ยนุ้ย XD

  2. พอลจะได้ผอมก็ตอนนี้—– อะแฮ่ม ไม่ใช่สิ ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ อ่านไปลุ้นไป ทั้งเรื่องพี่หลามและเรื่องความรัก คาร์ลของเราจะก้าวข้ามเฟรนด์โซนแล้ววว เย้ นี่ดีใจมากเลยค่ะ

    • แอร๊ยยย ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์มากค่าาา ❤
      ฮือ ๆ กว่าจะข้ามได้ต้องถีบ เอ้ย ส่งบทน่าดูเลยค่ะ 55555 ส่วนพี่หลามกับพอล มีบทอีกแน่นอนค่ะ บทเยอะด้วยยยยย XD

  3. นี่รออ่านพี่หลามกับน้องพอลเลยค่ะ ❤ 555

  4. Pwfangie said:

    แอร๊ยยยย หลังจากขุ่นพี่คาร์ลเขาป๊อดอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจเดินหน้าจีบจริงๆจังๆ แล้วสิน้าาาาา ชอบประโยคที่จะจีบต่อไป อยู่ข้างๆต่อไป แต่เพิ่มเติมคือขอนัวเนียด้วยเนี่ยล่ะค่า 55555555555 จัดข่ะพี่คาร์ล จัดหนักๆ เขาว่าคนท้องจะทีน้ำมีนวล เปล่งปลั่ง ลูบไล้แล้วลื่นมือ(?) จัดให้หนักนะคะก่อนคณพี่ชาร์กเบนเดอร์จะมาขโมยซีน (แต่เอาจริงๆ เชียร์มันทั้งคู่อ่ะฮะ ฟางชอบนิยายพี่มากตรงตัวร้ายมีสเน่ห์สุดๆจนกลบพระเอกขนาดนี้แหละค่ะ 55555555)

    • เย้ ๆ ๆ รับรองจัดหนัก(?)แน่นอนค่าาาา กำแพงมีไว้พุ่งชนนนน XD

      ส่วนตัวร้ายนี่…เรียกว่าเป็นอาถรรพ์ของนิยายมาช้วยดีกว่าค่ะ พรากกก ทำไมทำไม ฮอตทุกที orz /กอด ๆ ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์นะคะ ดีใจจจจ ❤

      • Pwfangie said:

        หูยๆ ชักแอบรอบทพี่ฉลามซะละ5555555 นี่แหละค่ะ เอกลักษณ์ดีงามของนิยายพี่เลย ชอบบบ 😂

        ไม่รู้จะช่วยอะไรได้นอกจากคอมเม้นและส่งกำลังใจให้พี่มาโชรัวๆ กอดดด🤗❤️❤️ สู้ๆนะค้าา ขอบคุณที่ทุ่มเทกายใจปั่นนิยายดีๆให้อ่านค่าา

        ปล. อย่าลืมพิจารณารวมเล่มนะคะ 5555555

      • แอร๊ยยยยย ขอบคุณมาก ๆ ค่าาา เพราะได้รับคอมเมนต์อย่างสม่ำเสมอนี่ไงเลยเขียนได้เรื่อย ๆ เลย ไม่มีคนอ่านคนเขียนก็ไม่เกิดนะค อิอิ ❤

        ส่วนรวมเล่ม พิจารณาแน่นอนค่ะ แฮ่ก ๆ

  5. ความชื่อโหลนี้ นามสกุลก็ไม่ช่วยอะไร แต่จำเป็นต้องระดับอีเมลมั้ยย โอ๊ยยย
    ผัวหัวปลา— เอ้ย คาร์ล ตั้งแต่หายป็อดก็รุกเต็มที่เลย ฮุ้ยยยย ฝั่งนั้นก็เขิน(?)ด้วยไง

    • ความโหลนี้ ถ้าเทียบเป็นปัจจุบันก็ประมาณนามสกุลกอนซาเลสหรือโลเปซเลยค่ะ ระดับพันล้านคน แงงงง มีเลขต่อท้ายดีแย้ว XD

  6. ฮิเมะโต้คลื่น said:

    ชื่อภาษาอังกฤษโดยมากก็ซ้ำๆกันอยู่แล้วด้วย นี่นามสกุลยังเป็นพันธุ์ปลาอีก ซ้ำกันทั่วบ้านทั่วเมืองเลยสิคะทีนี้5555

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: