macho_luglio 's cargo, Mostly fanfictions.

16-11-14-22-40-15-587_deco

ตอนเก่าๆเน้อ

Day 14

Keyword : Christmas

Ch 14 : Dec 25, 2016.

 

 

‘บรรพบุรุษของวาฬ เป็นสัตว์กินเนื้อบนบกมี 4 ขา ในยุคพาลีโอจีน เมื่อประมาณ 65 ล้านปีก่อน มีชื่อว่า “มีโซนิก” จากนั้นก็วิวัฒนาการเริ่มใช้ชีวิตแบบสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำภายในเวลาเพียง 10 ล้านปีต่อมาในยุคอีโอซีน หรือเมื่อประมาณ 55 ล้านปีก่อน โดยจากสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำจากนั้นขาหลังก็ค่อยหดและเล็กลงจนต่อมาเมื่อประมาณ 24-26 ล้านปี ก่อนกระดูกและข้อต่อก็หดเล็กลงจนไม่มีโผล่ออกมาให้เห็น แต่ในปัจจุบันกระดูกส่วนของขาหลังก็ยังคงมีอยู่โดยเป็นอวัยวะภายในที่มีขนาดเล็ก และทำหน้าที่เพียงเป็นที่ยึดติดของอวัยวะสืบพันธุ์เท่านั้น’

-Wikipedia

 

 

แม้ United จะสร้างขึ้นหลังจากโลกใบเก่าล่มสลาย อารยธรรมทันสมัยแทบหายไปจนหมด แต่ว่าวิทยาการทางการแพทย์ได้รับการสืบทอดมาอย่างดีเยี่ยม ซ้ำยังพัฒนารุดหน้า อัตราการตายของประชาชนจึงต่ำมาก

คาร์ลต้องกล่าวว่าตนเองโชคดีที่คนรุ่นก่อน ๆ ให้ความสำคัญกับการแพทย์มากกว่าอื่นใด…นอกการเย็บปิด ทำความสะอาด ให้เลือดและน้ำเกลือแล้ว แผลที่ไหล่ของเขาได้รับ ‘เซรุ่ม’ ชนิดพิเศษ ช่วยกระตุ้นให้เนื้อเยื่อซ่อมแซมตัวเองเร็วขึ้น หากเป็นยุคก่อนเขาคงต้องนอนซมไปเดือนกว่า แต่นี่ผ่านไปสองวัน แผลตื้นขึ้นมากจนเขาขยับแขนได้เองแล้ว

และ…ทั้งที่ควรจะได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มไปอีกวัน ปรากฎว่าในห้องของเขานั้นเต็มไปด้วยแขกซึ่งนั่งเรียงรายอยู่บนเก้าอี้ท้ายเตียง…

เอิร์นเนสเกือบจะควักไปป์ออกมาจุดสูบอยู่แล้วถ้าไม่ถูกแลงดอนตีมือห้ามไว้ก่อน ชายชราร้องจ๊ากพลางบ่นว่าข้อมือแทบหัก วันนี้นอกจากคนเคยเห็นหน้าแล้ว ยังมีสมาชิกใหม่อีกสองคนมาด้วย คือ โลแกน ผู้มีหัวเป็นวาฬสเปิร์ม น้องชายของแลงดอน และ โซอี้ สาวน้อยผมแดง น้องสาวของชายหัววาฬทั้งสอง

โจชัวนั่งอยู่ริมหน้าต่างด้านขวามือของเตียง มีอาการสัปหงกเล็กน้อยเนื่องจากนอนไม่พอ และปกติช่วงนี้จะเป็นเวลางีบกลางวันของเบต้าตั้งครรภ์ ดวงตาสีเทาอ่อนนั้นเหม่อลอย

คาร์ลรู้สึกมึนตึงกับอีกฝ่ายอยู่…แต่เพราะเขาบาดเจ็บ โจชัวจึงอาจไม่เอะใจกับพฤติกรรมเฉยชา ซ้ำยังดูแลเอาใจใส่เขาในช่วงที่อาการแย่อย่างดีจนตัวเองต้องอดหลับอดนอน…เขาใจอ่อนลงมาก หากยังไม่ให้อภัย…เก็บความขุ่นเคืองเอาไว้ในส่วนลึก รอให้พร้อมก่อนถึงจะสะสาง

ส่วนพวกที่เหลือวันนี้ ไม่ได้รับรู้เบื้องลึกแม้แต่น้อย พวกเขาระดมกันมาเยี่ยมคนเจ็บและนำเค้ก Chirstmas ก้อนโตมาด้วย ประมาณว่าสงสารคาร์ลที่พลาดโอกาสฉลองเทศกาลนี้ร่วมกับคนอื่น ๆ ในเมือง

“ขอบคุณทุกคนมากนะ” คาร์ลยิ้มเฉื่อย ๆ “ว่าแต่ มาชุมนุมกันแบบนี้ ไม่ไปเทศกาลเหรอ”

“เทศกาลน่ะ พวกเราเข้าร่วมทุกปี เบื่อแล้ว” เอิร์นเนสยักไหล่ พลางดึงโต๊ะเข้ามาใกล้ตัว มือถือมีดพลาสติกเตรียมสังหารเค้ก “นี่ถือเป็นเค้กต้อนรับนายอย่างเป็นทางการด้วยไง”

“อย่างนี้นี่เอง แต่ว่า…” คนเจ็บถอนหายใจ  “ผมคงอยู่ที่นี่อีกไม่นานหรอก”

“อ้าว!” ตาเฒ่าอุทาน ทำมีดหล่นจากมือ ปักซานตาคลอสบนเค้กจนแยกเป็นสองเสี่ยง “โดนยิงแค่นี้ จะรีบย้ายเมืองไปไหน”

มันไม่ใช่โดนยิง ‘แค่นี้’ นะครับปู่ คาร์ลอยากจะเถียง  “พวกผมมีเรื่องที่ยังต้องทำอีก ถ้าพอลติดต่อมาก็คงต้องออกไป”

ตอนนั้นเองที่แลงดอนคว้าสมุดขึ้นมาเขียนครืดคราด ๆ แล้วหันมาให้อ่าน ‘เรื่องอะไร เกี่ยวกับที่นายโดนยิงหรือเปล่า’

“ไม่เกี่ยว” คนถูกยิงเลือกที่จะตอบไปเช่นนั้น “ก่อนพวกเราจะหนีออกมาจากชาร์กเบนเดอร์ โจชัวกับพอลได้หลักฐานว่ามีการทารุณกรรมคนที่กลายพันธุ์เกิดขึ้นในนั้น เลยกะจะเอาไปยื่นฟ้องต่อรัฐบาล หวังว่าจะช่วยเรื่องนี้ได้”

“ชาร์กเบนเดอร์เหรอคะ….” สาวน้อยผมแดงอุทาน แม้จะห่างไกล แต่ชื่อเสียงของเจ้าของกิจการยักษ์ใหญ่ก็มาถึง “แล้วหวังกับรัฐบาลเนี่ย…”

โลแกนหยิบกระดาษของตัวเองขึ้นมาเขียนบ้าง  ‘แต่ยังดีกว่าไม่มีอะไรจัดการได้เลยล่ะนะ’

“จริงอย่างโลแกนคิด แม้รัฐบาลในปัจจุบันจะครึ่ง ๆ กลาง ๆ บางทีสู้กลุ่มผู้มีอิทธิพลยังไม่ได้ แต่ก็ไม่ถึงกับไร้ความหวัง”  เอิร์นเนสเอาไปป์ขึ้นมาคาบเล่น  “…รัฐบาลเองพอจะสืบรู้เรื่องเกี่่ยวกับ ‘คริมสัน’ อยู่เหมือนกัน แต่เลือกจะวางเฉย…ถือว่าโอเคมั้ง”

แลงดอนขยับหัววาฬอันใหญ่โต พ่นลมหายใจดังฟู่ยาวกว่าปกติ

โซอี้อ้าปากพูดแทบจะทันที ด้วยน้ำเสียงโทนเดียวตลอดประโยค  “รัฐบาลน่ะอยากจะหาทางกำจัดพวกกลุ่มอิทธิพลอยู่ แต่เพราะขาดแคลนทั้งจำนวนคนและทุนทรัพย์ เสียเปรียบทุกด้าน เลยต้องแกล้งเป็นตุลาการตาบอด ไม่หือไม่อือราวกับบ้าใบ้”

โลแกนเผยอปาก ส่งเสียงอือยาว ๆ

สาวน้อยขยับปากรัวเร็ว ด้วยโทนเสียงสูงกว่าประโยคเมื่อครู่เล็กน้อย “ไอ้ท่าทีเฉยเมยต่อการมีอยู่ของพวกเรานี่ก็ไม่รู้ว่าตั้งใจจะเป็นพันธมิตรด้วย หรือแกล้งโง่ หรือง่อยจนไม่รู้จะจัดการยังไง ที่เอิร์นเนสหวังเอาไว้จะกลายเป็นสิ่งลม ๆ แล้ง ๆ หรือเปล่าไม่รู้ บอกตรง ๆ ผมล่ะไม่อยากจะข้องเกี่ยวกับรัฐบาล เอาเป็นว่าอย่าสาระแนมาขวางทางตอนพวกเรามีศึกใหญ่ก็แล้วกัน”

คาร์ลกับโจชัวอึ้ง ๆ ….

โซอี้หายใจแรง ๆ เพราะเหนื่อยเมื่อพูดจบ ก่อนจะหน้าดำหน้าแดง ขึ้นเสียงแหลมใส่พี่ชาย “โอ๊ยยยยย!!! เลิกให้หนูพูดแทนต่อหน้าคนอื่นซักที!!!”

เอิร์นเนสอุดหูข้างที่อยู่ใกล้โซอี้เอาไว้ ก่อนอธิบาย  “พวกพี่น้องตระกูลวาฬเขาสื่อสารกันเองได้ด้วยคลื่นเสียงพิเศษน่ะ แถมอัลฟ่าจะบงการโอเมก้าให้ทำตามความคิดตัวเองได้ด้วย”

“ใช่สิ! หนูมันเป็นโอเมก้านี่นา”  โซอี้เบะปาก

แลงดอนกับโลแกนยื่นมือมาลูบหัวน้องสาว ชูกระดาษตรงหน้าเธอเป็นการง้องอน  ‘พี่ขอโทษนะ’ ‘ก็เขียนเองมันช้า เวลาอยากอธิบายยาว ๆ เลยต้องรบกวนเธอไง’

คาร์ลหัวเราะแหะ ๆ กับภาพตรงหน้า…  “แลงดอน โลแกน โซอี้ เป็นคนบริหารงานในคริมสันสินะ”

“ใช่ พวกเขาคุมด้านสื่อสารเป็นงานหลัก ขายปลาหมึกปิ้งเป็นงานรอง ว่าแต่…” เอิร์นเนสดึงมีดขึ้นมาจากตุ๊กตาครีมรูปซานตาคลอส แล้วจด ๆ จ้อง ๆ จะผ่าเค้กด้วยดวงตาฝ้าฟาง “ผู้หญิงคนที่บุกมาหอบังคับการ เธอคือใคร”

หางตาของคาร์ลเห็นโจชัวสะดุ้งเล็กน้อย

“…เธอเคยทำงานอยู่ที่เดียวกับพวกผม” คนเจ็บตอบ  “ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว”

“สิ่งที่เธอขโมยไป คือแฟ้มประวัติของสมาชิกผู้ก่อตั้งคริมสัน”  มือเหี่ยวย่นกดมีดลงไปบนเนื้อเค้ก “เธอกำลังตามหาใครอยู่กันแน่”

“นั่นสิ…ผมไม่เข้าใจเธอเลย”  คาร์ลขมวดคิ้ว ปริศนาของซีบิลนับวันจะเพิ่มพูน

คนเจ็บแอบเหลือบมองไปรอบ ๆ …โจชัวมองมายังเขา ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่เป็นกังวล…จะเปิดเผยตัวตนของอีกฝ่ายน่ะเหรอ ไม่หรอก….

“ไว้พรุ่งนี้ผมจะโทรถามพอลให้แล้วกัน เขาเองก็สืบเรื่องของเธอ ป่านนี้คงได้อะไรดี ๆ มาบ้าง”  ชายหนุ่มสรุป

จังหวะเดียวกันนั้นเอง แลงดอนแย่งมีดจากมือเอิร์นเนสได้สำเร็จ เขาผ่าก้อนเค้กอย่างรวดเร็ว แบ่งเสิร์ฟให้ทุกคนใส่จาน ซ้ำยังปาดรอยยึกยือที่ตาเฒ่ามือสั่นตัดเอาไว้ให้เรียบสวยอีกต่างหาก

“เดี๋ยวทานเค้กเสร็จแล้ว พี่ชายสองคนจะไปส่งพวกคุณที่บ้านนะคะ”  โซอี้บอกด้วยรอยยิ้ม ขณะยื่นจานเค้กให้โจชัว  “คุณจะได้นอนพักเต็มที่สักที สองสามวันนี้เจ้าตัวน้อยในท้องคงเหนื่อยแย่”

“อืม…” โจชัวแก้มแดงเรื่อเล็กน้อย “…ฉันทำหน้าง่วงนอนชัดเลยสินะ”

“เป็นธรรมดาค่ะ กำลังท้องกำลังไส้ก็แบบนี้”  โซอี้หัวเราะเสียงนุ่ม “ถ้าคลอดแล้วต้องการพี่เลี้ยงเด็กบอกฉันได้นะคะ ฉันอยากช่วย”

คนฟังหลบตาเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็หันมาแล้วพยักหน้าให้

…แม่งเอ้ย…ควรจะโกรธอยู่แท้ ๆ แต่อีกฝ่ายน่ารักเหลือเกิน คาร์ลกัดฟันกรอด ๆ แบบเจ็บใจตัวเอง…

“หิวแล้วเหรอ เอ้า! แลงดอน ป้อนเขาหน่อย”  เอิร์นเนสเดาเอามั่วซั่วจากท่าทางคนเจ็บ

คาร์ลจะปฏิเสธ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ช้อนตักเค้กยื่นมาจ่อตรงหน้า มีหัววาฬมหึมาจ้องอยู่

สรุปว่างานฉลองเล็ก ๆ ในโรงพยาบาลนั้น โจชัวนั่งคุยกับโซอี้อย่างเพลิดเพลิน ในขณะที่คาร์ลมีชายหัววาฬสองคนและตาแก่หนึ่งคนคอยดูแล ป้อนเค้กให้อย่างสม่ำเสมอจนฟันหน้าแทบร่วง

เป็นคริสต์มาสที่เขาจะไม่มีวันลืมแน่นอน…

———

ช่วงหัวค่ำวันนั้น คนเจ็บได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้

เขาทุเลาไปมาก สามารถเดินเหินและใช้แขนได้ประมาณหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้น คาร์ลก็ถูกแลงดอนและโลแกนหามใส่เปลมาส่งถึงบังกะโล นับว่าดูแลทุกระดับประทับใจ

โจชัวกล่าวขอบคุณพวกเขา ก่อนจะปิดประตูบ้าน หิ้วตะกร้าใส่เค้กและของเยี่ยมไข้จากเอิร์นเนสไปเก็บ เขากลัวว่าคนเจ็บจะมีไข้ จึงรองน้ำใส่กะละมังแล้วหิ้วไปยังเตียงนอน

คาร์ลดีขึ้นมากจนนั่งได้เองแล้ว เขาถอดเสื้อออกแล้วเหม่ออยู่ จนกระทั่งเห็นโจชัวยกของหนักเข้ามาจึงเผลอดุ “อย่ายกน้ำเข้ามาแบบนั้นสิ เกิดล้มไปจะว่ายังไง”

แม้จะฉุนนิด ๆ ที่ถูกว่า แต่กลับรู้สึกโอเคกว่าที่อีกฝ่ายพูดกับเขาแบบเดิม “นิดหน่อยเองน่า…เอ้า อยากเช็ดตัวไหม”

คนถูกถามชะงัก…ที่แท้โจชัวก็รู้ว่าเขามึนตึงใส่ตอนอยู่ในโรงพยาบาล เขาคิดไปเองว่าอีกฝ่ายไม่เอะใจ  “…ก็ดี…เดี๋ยวจะได้กินยานอน”

โจชัวชุบผ้าลงในน้ำ บิดหมาด ๆ แล้วก้าวขึ้นมาบนเตียง เสยผมที่ปรกลงมารุงรังแล้วเช็ดใบหน้าให้ ก่อนจะไล่ลงไปตามลำคอ ผ่านแผ่นอกหนา แล้วอ้อมไปแผ่นหลัง

บรรยากาศสงบเงียบนั้น ทำให้กล้าที่จะเอ่ยสิ่งคิด  “…ขอบคุณนะ ที่ไม่ได้บอกพวกนั้นไปว่าซีบิลเป็นอะไรกับฉัน”

คาร์ลนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะเอ่ย  “ขืนบอกไปนายต้องเจอสงสัยแน่…ไม่มีประโยชน์ที่จะพูด”

แม้จะมีแต่เรื่องค้างคา แม้จะรู้ว่าถูกลอบทำร้าย

แต่คาร์ลก็เลือกที่จะปกป้องอีกฝ่าย

โจชัวสะอึกในอก…ความรู้สึกผิดตีรวน ในขณะที่คนตรงหน้าทำทุกอย่างเพื่อเขา แล้วเขาล่ะ…

“ขอบคุณ…” พยายามรักษาเสียงไม่ให้แหบแห้ง เขายัดผ้าเช็ดตัวใส่มืออีกคน ซ่อนสีหน้าตนเองไว้ด้วยการเดินไปหยิบยาจากโรงพยาบาล  “เออ วันนี้จะครบรอบสัปดาห์แล้ว นายต้องกิน Omega 3 ด้วยนะ ไม่งั้นเดี๋ยวได้กลายเป็นหัวปลาอีกหรอก”

“อา…จริงด้วย”  คาร์ลทดลองขยับแขน รู้สึกเจ็บน้อยกว่าคาด แสดงว่าเซรุ่มได้ผล ซ้ำการได้นอนเต็มที่ตลอดหลายวัน ทำให้ร่างกายเขารู้สึกฟิตกว่าเดิม

โจชัวกลับมาขึ้นเตียงอีกครั้ง ยื่นน้ำและเม็ดยาหลากสีให้ มองดูอีกฝ่ายกินจนหมดจึงพูดต่อ  “…นายทำเพื่อฉันมาเยอะเหลือเกิน…ถ้าต้องการอะไรที่ฉันช่วยได้ก็บอก”

แม้ใจจะยังเจ็บ…หากร่างกายยังร้อนผ่าว

คาร์ลยิ้มร้ายกาจขึ้นมาวูบหนึ่ง…โอกาสน้อยนัก ในเมื่ออีกฝ่ายทำร้ายก่อน เขาจะฉกฉวยข้อเสนอนั้นเอาไว้

มือใหญ่เอื้อมคว้าต้นแขนอีกคน ดึงให้ขยับเข้ามาใกล้ จูบรวดเร็วส่งตรงถึงริมฝีปากของโจชัว น้ำดื่มที่ยังติดอยู่บนหนวดเคราของเขาทำให้ผิวขาวจัดเปียกไปด้วย

“นาย!!!” โจชัวยันอกหนา ก่อนจะชะงักเมื่อกลัวจะถูกแผล  “ทำบ้าอะไรฟะ!”

“นายบอกเองว่าต้องการอะไรให้บอก”  คาร์ลยิ้มบาง “ฉันต้องการนายไง”

ร่างใหญ่คลานเข่าเข้าไปหาคนที่นั่งนิ่งเหมือนโดนสาป สองแขนกอดรัดรอบตัว ริมฝีปากรุกรานไปตามลำคอเหมือนจะขย้ำ โจชัวเขยิบหนีอย่างทุลักทุเล ท้องนูน ๆ เป็นอุปสรรค

“อย่าทำอะไรบ้า ๆ นะเว้ย!!!” เขากำหมัดขึ้นตั้งการ์ด เป็นการขู่ว่าเอาจริง  “ถ้าท้องฉันเป็นไรไป นายตายแน่!”

คำขู่นั้น เรียกเสียงแค่นหัวเราะผสมร้องไห้และแววตาละห้อยหา “…ฉันเคยทำร้ายนายเหรอ…ฉันเคยเหรอ”

ทั้งที่เป็นฝ่ายถูกคุกคามทางเพศ แต่โจชัวกลับรู้สึกผิดเสียเอง…เพราะเขารู้อยู่เต็มอก ว่าได้ทำร้ายคนตรงหน้าไปแล้ว…

“ขอร้อง…” คาร์ลก้มหัวลงต่ำ คว้าข้อเท้าขาวจัด…จูบเบา ๆ  ไล่ขึ้นไปตามขา  “ฉันรักนาย…ให้ฉันได้รักนาย ก่อนที่จะตายเถอะ”

“ตายห่าอะไร…อย่าเพ้อเจ้อ”  ด่า แต่เสียงเครือแผ่ว “ห้ามตาย ไม่ให้นายตาย”

“ก็ไม่แน่…ฉันรู้สึกว่าอะไร ๆ มันไม่แน่นอนอีกแล้ว”  มือของเขาไต่ขึ้นมากอบกุมสะโพกมน ใบหน้าของเขามุดเข้าใต้เสื้อตัวโคร่ง กระซิบติดแผ่นอกขาว แอบเสียดสีหัวนมสีอ่อนด้วยริมฝีปากและหนวดแข็ง

โจชัวรู้สึกถึงความแข็งตึงที่แนบขาเขาอยู่ คาร์ลกำลังเกิดอารมณ์…มากด้วย

เป็นผู้ชายเหมือนกัน รู้ว่าอัดอั้นและทรมานแค่ไหน…ซ้ำอีกฝ่ายยังพร่ำเพ้อ พยายามใช้คำบอกรักลวกความร้อนใส่หัวใจของเขาให้ละลาย

มือขาวผลักหัวเพื่อนรักออก เกือบหลุดขำกับใบหน้าผิดหวังนั้น…ก่อนที่อีกฝ่ายจะต้องเบิกตากว้าง เมื่อเขาเอื้อมมือล้วงเข้าไปในกางเกงตุง ๆ

“ฉันช่วยนายได้แค่ภายนอก…”  โจชัวบอกด้วยแก้มแดงซ่าน เบนสายตาหนีไปที่อื่นขณะควักความเป็นชายใหญ่โตออกมารูด…

คาร์ลนึกว่าตัวเองตายไปตามคำพูดแล้วจริง ๆ ถึงได้มีเทวดามาบริการให้ถึงสวรรค์

เสียงหอบหายใจหนักหน่วงของคนรับบริการดังก้องไปทั่วบังกะโล โจชัวเองก็หวิววาบไปทั่วร่าง อดไม่ได้ที่จะขยับขึ้นคุกเข่า แล้วใช้อีกมือปรนเปรอตนเองด้วย…คาร์ลมองตามมือขาวที่ช่วยตัวเองมากกว่ามือที่กำลังชักนำเขาอยู่…

พริบตาต่อมา หนุ่มแมคเคอเรลยันตัวขึ้น เดินด้วยเข่ายวบยาบบนเตียงมาประกบด้านหลังร่างเล็กกว่า โจชัวร้องลั่น ดิ้นรนขัดขืนเพราะยังหวาดกลัวกับประสบการณ์ในอดีต

คาร์ลรั้งแผ่นหลังเล็กให้แนบอก กระซิบปลอบ “ไม่ต้องกลัว…ฉันไม่สอดเข้าไปหรอก สัญญา…จะทะนุถนอมนาย…แค่จะทำให้เราได้ถึงฝั่งพร้อมกัน”

โจชัวคลายความตระหนก วางมือขวาเกี่ยวแขนใหญ่ที่โอบใต้อก มือซ้ายยันต้นขาคาร์ลไว้อย่างหวาดระแวงเมื่ออีกฝ่ายถอดกางเกงเขา ช้อนสะโพกขึ้นไปกึ่ง ๆ นั่งบนตัก

แล้วต้องหน้าแดงแทบระเบิด…เมื่อส่วนแข็งขึงแทรกสอดเข้ามาระหว่างต้นขาขาว มันยาวเสียจนยื่นมาแนบชิดติดกับส่วนที่กำลังตื่นตัวของเขา

คาร์ลใช้มือกอบกุมทั้งคู่เข้าด้วยกันหลวม ๆ แล้วเริ่มโยกเอวเข้าออก ร่วมรัก…โดยไม่ได้สอดใส่

สะโพกเนียนสั่นคลอนตามจังหวะที่คนด้านหลังบดเบียด โจชัวข่มกลั้นเสียง หากในลำคอยังหลุดคราง…ความร้อนเสียดทานไปทั่ว เฉี่ยวช่องทาง…จุดที่เคยหวาดกลัวเพศสัมพันธ์ของเขาจนเปียกชื้น เขาคงบ้าไปแล้วเพราะแวบหนึ่งในหัวอยากให้คาร์ลบุกรุกเข้ามาเต็มที่…ช่างร้อนร่านและน่ากลัวตัวเอง

คาร์ลขบเม้มต้นคอ หัวไหล่และแผ่นหลังไปทั่ว เขาออมแรงไว้ หากความอ่อนโยนไม่ได้ทำให้รสรักจืดชืด…กลับกันเขารู้สึกว่าโจชัวยิ่งหอมหวาน เหนือกว่าที่เขาเคยจินตนาการยามช่วยตัวเองเอาไว้หลายเท่า

มือใหญ่บีบความปรารถนาให้แน่นเข้า คนด้านหลังเร่งรัวเอวถี่ โจชัวจิกเล็บเข้ากับต้นขาใหญ่ กึ่ง ๆ เหนี่ยวรั้งให้แนบชิด ความใคร่พุ่งขึ้นเต็มที่ก่อนจะปลดปล่อยออกมาพร้อมกัน…เขาทิ้งตัวลงนั่งบนตักอีกฝ่าย หอบหายใจคลอน้ำตา

คาร์ลซบลงกับไหล่เนียนระบายลมหายใจหนัก ๆ หลายเฮือก ก่อนจะช้อนใบหน้าอีกคนหันมา…จูบลึกล้ำมอบให้

และพบว่าโจชัวผล็อยหลับไปแล้วด้วยความเหนื่อยอ่อน…

เขายิ้มเล็กน้อย เหมือนได้ลงโทษเจ้าคนใจร้ายยังไงไม่รู้

คนยังไม่ง่วงค่อย ๆ ประคองร่างปวกเปียกนั้นลงบนที่นอน จัดหมอนหนุน ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดทำความสะอาดร่างกายให้

ระหว่างเช็ดถูอยู่ คาร์ลดันเกิดอารมณ์ขึ้นมาอีก…จึงลูบไล้ร่างกายอีกฝ่ายพลางช่วยตัวเองไปอีกรอบ

สุดท้ายจึงได้สวมเสื้อผ้า ซุกตัวลงนอนข้าง ๆ กัน ดึงผ้าห่มผืนหนามาคลุมแล้วเข้าสู่นิทรา

TBC

 

Talk :

  • ลงดึกอย่างมีนัยยะสำคัญ…
  • จริง ๆ คือไปลอยกระทงมาค่ะ สาย orz
  • นั่งแต่งคีย์เวิร์ดคริสต์มาสในวันลอยกระทงที่มีซุปเปอร์มูน #รู้สึกคัลท์
  • ตอนนี้ก็…NSFW ล่ะค่ะ (///___///
  • ถือว่าปลอบใจคาร์ล ถ้าเป็นโจชัวปกติคงไม่ยอมอ่ะ กร๊ากกก
  • สู้ต่อไปนะคาร์ล /บีบบ่า
  • สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและคอมเมนต์มานะคะะะะ รักทุกคน โดยเฉพาะคนคอมเมนต์ กร๊ากกก เพราะทำให้เรารู้สึกว่า เราไม่ได้เดียวดาย ยังมีคนอ่านเป็นกำลังใจเสมออออ ❤
Advertisements

Comments on: "[Novel] Omega3verse. – Day14" (11)

  1. โถ่คาร์ล แลกมาด้วยการยอมโดนยิง55555555555
    ชอบคู่พี่น้องวาฬมากก ชอบทุกอย่างในคริมสันเลย มันตลกทั้งๆที่เครียดอ่ะ ฮือออชอบบบบบ
    รอตอนต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ ฮึบบบบบบ
    ปล.แอบอยากให้คาร์ลโกรธโจชัวมากกว่านี้55555555

    • จะได้ซักทีต้องโดนยิงที— /คาร์ลบอกไม่เอานะะะ

      แงง ดีใจที่ชอบนะคะ เก๊าเองก็ชอบคริมสันมาก อยากใส่โน่นนี่เต็มไปหมด แต่เดี๋ยวมันเป็นสารคดีแฟนตาซีเกินไป 5555 XD

      คาร์ลยังเก็บความแค้นไว้นะคะ อิอิ คงไม่เลิกเคืองจนกว่าจะโจชัวจะสารภาพว่าทำไปเพราะอะไรล่ะ

  2. กรี๊ดดดดด คาร์ลขา!! ซักทีค่ะซักที ก้าวหน้าไปอีกระดับแล้วนะคะ โอ้ยเขิน 5555 เห็นพี่วาฬแกพากันดูแลดีแบบนี้ แอบอยากกระซิบให้คาร์ลสร้างฮาเร็มจังเลยค่ะ(?) เราจะได้มีกำลังหนุนกะเขาบ้างไงเนอะ

    • กร๊ากกกกก ขำฮาเร็ม ได้ฮาเร็มหัวปลาวาฬคาร์ลคงบอกผมรับไม่ไหวครับ ฮาาาา แต่ตอนนี้ทุกคนก็เป็นกองหนุนให้คู่นี้แล้วค่ะ (- -,,

  3. Lucent said:

    งุยยย มีชื่อพอลโผล่มาหลายคำ เก๊าปลื้มมม หนวด //////// ไม่ได้โกนมาหลายวัน สิเฟิ้มขนาดไหน /ปาใจ

    • Lucent said:

      อ๊าว เม้นต์ไปอย่างยาวไหงขึ้นแค่2บรรทัด ถถถ เอาใหม่ละกันค่ะ 555 สงสัยมือไปโดนกดลบ /เสียใจ

      จะเม้นต์ว่าชื่อพอลโผล่มาหลายคำ ปลื้มมม มีชื่อพี่ฟาส เอ้ย พี่ชาร์กโผล่มาอีกจึ๋งนึง ปลื้มอีก////

      ลูคิดว่าความรู้สึกของโจชัวที่มีต่อคาร์ลน่าจะมากกว่าเพื่อนรัก แต่ความอยากเป็นเบต้าธรรมดาของเขามาขวางไว้ ไม่เป็นไร พระเอกเราถึง คาร์ลจะแถกเหงือข้ามกำแพงไปหาโจชัวเอง(แซะผัวหัวปลาต่อไป55)

      คุณมาโชลงดึกแต่ลูตื่นมาอ่านตอนเช้า สติกระเจิดกระเจิงแต่ตรู่นกกาโบยบินเลยค่ะ55 นี่มาเม้นต์ตอนสายๆ อ่านวนอีกรอบ กระเจิงต่อฟฟ

      ปล. พบโมเอะพ้อยต์ของคาร์ลเพิ่มเติม–> หนวดแข็ง(ที่ใช้เป็นไอเทมถูหัวน—แค่กๆของโจชัว) หนวดไม่ได้โกนหลายวันสิเฟิ้มขนาดไหนนน

      • กรั่ก ๆ ๆ รับรองตอน16 คุณลูได้เจอพอลกับชาร์กเต็ม ๆ แน่นอนค่ะฮาาาา XD

        ใช่เลยกั๊บ คือมีความรู้สึกดี ๆ ต่อกันแหล่ะ ตามคุณลูวิเคราะห์ไว้เลย ❤

        ขอบคุณที่ติดตามเสมอนะคะ แงงงง ตอนนี้เขินมาก เขียนเองยังเขินเอง แฮ่ก ๆ ไว้จะให้เอาหนวดถูอีกเยอะ ๆ (///q///

  4. สำหรับตอนนี้นั้นน
    – คุณพี่วาฬควรไปฝึกวิธีเขียนเร็วกับคาร์ลนะคะ แต่การสื่อสารแบบวาฬวาฬนี่สะดวกจัง (แต่ลำบากคุณน้อง)
    – เค้กเกือบได้กลายเป็นงานศิลปะ ใครใช้เอิร์นเนสไปผ่าาา
    – แล้วก็ได้รู้ว่า….. ยาวมาก….. หมายถึงฟิค จริง เชื่อเรา (…)
    เจ็บตัวเองแต่(เกือบ)ได้ตัวอีกฝ่ายมา คุ้มมั้ยคะ คุ้มหรือยังง

    • กรั่ก ๆ ๆ แบบว่า คาร์ลเป็นหนุ่มทำงาน ก็ต้องจดเร็วเป็นธรรมดาไงคะ อิอิอิ /สงสารโซอี้มาก…เหนื่อย /ไม่มีใครใช้ค่าาา ปู่อยากผ่าเอง ฆาตกรรมซานต้า 5555

      แฮ่ม…เก๊าจะเชื่อนะ…เรื่องยาวน่ะ แฮ่ม…

      มีคนบอกว่า อยาก…ที ก็ต้องเจ็บตัวที….เก๊าชักจะสงสัยแล้วว่าคาร์ลจะมีชีวิตรอดถึงตอนจบไหมนะ /ปาดเหงื่อ

  5. Pwfangie said:

    โอ้วววว มาย ก๊อดดดดกรี๊ดดดดดดดด!!!!

    ตอนนี้นี่ถือเป็นการคืนกำไรให้ขุ่นพี่คาร์ลเลยนะคะ สงสัยป่านนี้พี่แกคงคิดแล้วล่ะว่าโดนยิงแล้วได้อย่างนี้นี่คงยอมโดนยิงวันละหลายๆรอบ(?) 5555555555

    โฮยยย โจชัวจ๋า ยอมๆพี่เขาเห้อะ นะ เขารักเขาอ้อนขนาดนี้แล้วน้อ จะปล่อยให้เหี่ยวเฉาก้อสงสาร😂

    ชอบบรรยากาศที่คริมสันนี่มากเลยอ่ะค่า มันเป็นเมืองปิดที่อบอุ่นน น่ารัก คือทุกคนต้องหลบๆซ่อนๆ แต่ทำไมรู้สึกว่าชีวิตพวกเขามีความสุข อยู่กันแบบครอบครัว คือดูมีความสุขกว่าชีวิตเราอีก55555

    เป็นกำลังใจให้คุณมาโชนะค้าา สู้ๆ เลิฟฟฟฟ ❤️❤️❤️

    • กอดดดด เก๊าก็ชอบเมืองคริมสันมาก ๆ เลยค่ะ เสียดายต้องเร่งเขียน ไว้ตอนพิเศษในเล่มว่าจะใส่ดีเทลเมืองนี้อีกนะคะ เย้ ๆ / คาร์ล นายต้องเจ็บตัวบ่อย ๆ แล้วล่ะ กรั่กๆๆๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: