macho_luglio 's cargo, Mostly fanfictions.

16-11-16-18-15-34-450_deco-1

ตอนเก่าเก่าเก่า

Day 15

Keyword : มีดทำครัว

Ch 15 : Dec 26, 2016.

 

‘ปลาฉลามขาวเป็นสัตว์กินเนื้อ เหยื่อที่มันเลือกจะล่ามีปลา (รวมทั้งปลากระเบนและฉลามที่ตัวเล็กกว่า) ปลาโลมา แมวน้ำ สิงโตทะเล เต่าทะเล และเต่าตะหนุ ทั้งยังมีชื่อในเรื่องกินไม่เลือก แม้กระทั่งของที่กินไม่ได้ ปลาฉลามขาวที่ยาวประมาณ 3.4 เมตร จะเลือกเหยื่อที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงกว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านฉลาม ปีเตอร์ คลิมลี (Peter Klimley) ได้ทำการทดสอบโดยใช้เหยื่อเป็นซากแมวน้ำ หมูและแกะ ผลปรากฏว่าฉลามจู่โจมทุกครั้ง แต่กลับปฏิเสธซากเหยื่อที่ทั้ง 3 ชนิดที่ให้พลังงานน้อยกว่า ยังมีข้อถกเถียงว่าระหว่างปลาฉลามขาวกับวาฬเพชฌฆาต ว่าตัวไหนจู่โจมมนุษย์มากกว่ากัน’

-Wikipedia

 

 

ต้องเดินขึ้นมาจนเกือบถึงผาแดง กว่าจะมีสัญญาณโทรศัพท์ และต้องรออีกสักพักกว่าปลายสายจะตุ้มตุ้ยมารับ

“หั่นนนนนโหลวววววว”  เสียงพอลดังทะลุลำโพง พร้อมเสียงเคี้ยวอะไรกรอบ ๆ เต็มปาก “เป็นไงบ้าง ฮันนีมูนที่คริมสัน”

คาร์ลสำลักน้ำลายตัวเองดังแค่ก “…ฮันนีมูนบ้าอะไร เพ้อเจ้อ”

“หืม…ปกตินายเคยรีบไหลตามน้ำว่าได้เดท” นี่ถ้าใช้วิดิโอคอล คงเห็นพอลทำหน้ากรุ้มกริ่ม “แสดงว่ามี ‘อะไร’ ก้าวหน้าขึ้นจริง ๆ สินะ…สถานการณ์หนีตามกันนี่มันทำให้คนหวั่นไหวง่ายซะด้วย”

อันที่จริงก็ก้าวไปเยอะ พอ ๆ กับเจ็บเยอะเลยล่ะ คาร์ลคิดในใจ ก่อนรีบตัดบท “เรื่องทางนี้โจชัวคงเล่าให้นายฟังหมดแล้วตอนที่ฉันนอนซม ทางนั้นล่ะ สืบได้อะไรมาบ้าง”

“ชาร์กเบนเดอร์ก็ยังส่งคนออกไปตามหาพวกนายอยู่ตลอด ตอนนี้ครอบคลุมทุกเมืองแล้ว” พอลเล่าด้วยน้ำเสียงปกติธรรมดา…เพราะเป็นเรื่องปกติจริง ๆ ที่เจ้านายใหญ่จะทำการแบบนี้ “ที่นายอยากจะรู้น่าเป็นคนนี้มากกว่า ซีบิล”

“นั่นแหละที่ต้องการ…”  คาร์ลเข่นเสียงแค้นลอดไรฟัน

แต่พอลกลับตอบว่า “ไม่รู้ว่ะ”

“อะไรนะ!”

“จะตะโกนทำซากอะไร!” ปลายสายแว้ดกลับ ก่อนจะรีบพูดต่อ “ล้อเล่นน่า คิดว่าฉันเป็นใคร สายฉันเจอตัวเธอแล้ว เห็นว่าเอาแฟ้มประวัติไปติดสินบนเจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎร์ให้ตามหาคน ๆ หนึ่ง เออ นายอยู่แถวผาแดงพอดีสินะ”

“ถ้าไม่อยู่แถวนี้จะมีสัญญาณโทรศัพท์ไหมล่ะ”  คาร์ลหงุดหงิดที่โดนล้อเล่น

“เลิกงอแง แล้วหาชื่อคนให้หน่อย บนผาแดงนั่นแหล่ะ” เสียงนั้นจริงจังขึ้นกว่าเดิม  “เธอชื่อ ‘อแมนด้า’”

“นามสกุลล่ะ” คนถูกใช้งานถามกลับ ปกติชื่อเดี่ยว ๆ ระบุตัวใครไม่ค่อยได้ ต้องมีนามสกุลร่วม

“เอาน่า ลองหาไปก่อน” พอลไล่ส่ง

คาร์ลเดาะลิ้นอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะเริ่มไล่สายตาจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบน…ผาแดงเป็นที่สลักชื่อของผู้วายชนม์แห่งคริมสัน นอกจากชื่อนามสกุลแล้ว ยังมีตำแหน่งหรือคุณงามความดีที่กระทำไว้ก่อนตายสลักกำกับไว้ด้วย

แถวล่าง ๆ มักเป็นชาวบ้านทั่วไปที่ถูกสังหาร ถัดขึ้นมาคือพวกมีตำแหน่งรับผิดชอบและตายในหน้าที่ คงเป็นธรรมเนียมของที่นี่ คือให้เกียรติแต่ละคนต่างกันตามความสูงที่สลักชื่อ บนสุดนั้นคือสมาชิกเก่าแก่แรกเริ่ม…

คาร์ลเลิกคิ้วเมื่อเจอชื่อที่หาอยู่…ก่อนจะเบิกตากว้าง เพราะนามสกุลและตำแหน่งที่ตามมา

“…อแมนด้า ชาร์กเบนเดอร์…ผู้ก่อตั้ง…”

“เธออยู่บนผาแล้วสินะ…”  พอลเสียงเบาราวกับพึมพำ ก่อนจะกลับเป็นปกติ “ซีบิลเข้าไปหาเบาะแสของเธอคนนั้น”

“ฉันงงไปหมดแล้ว…ทำไมซีบิลถึงต้องการเบาะแสของ…” คาร์ลไม่แน่ใจว่าควรเรียกเธอว่าอะไร

“แม่ของไมเคิล ชาร์กเบนเดอร์” ปลายสายเฉลยให้ “ก็ไม่น่าเชื่อนะ ว่าอริสองคนของนายจะมีเรื่องเกี่ยวข้องกัน ที่ฉันรู้มีแค่นี้แหล่ะ”

“มีแต่เรื่องไม่เข้าใจเต็มไปหมด….” เขายกมือขึ้นขยี้เส้นผมจนยุ่งเหยิง

“เอาน่า ขอเวลาสักหน่อย เดี๋ยวหลักฐานมันก็ทยอยออกมาเอง”  พอลหัวเราะราวกับไม่คิดมากอะไร “ว่าแต่ โจชัวเป็นยังไงบ้าง”

“ยังนอนหลับอยู่ เดี๋ยวฉันจะไปจัดการเรื่องเดินทางออกนอกคริมสันให้เรียบร้อย ถึงจะปลุกเขาขึ้นมาเก็บของ” ถึงตรงนี้คาร์ลถอนหายใจ “ท้องเขาโตขึ้นทุกวัน กำหนดคลอดคือหนึ่งเดือน นี่ก็ผ่านมาครึ่งเดือนแล้ว”

“อืม น่าห่วงจริงด้วย” ปลายสายถอนหายใจตาม “ฉันอยากจะตามไปช่วยพวกนาย แต่ติดดูสถานการณ์แถวนี้ นี่ก็วิ่งวุ่นจนแทบไม่ได้นอน”

“วิ่งเข้าวิ่งออกร้านบุปเฟต์น่ะเหรอ” คาร์ลหยอก

“เหอะ!!! นี่ไม่ได้เข้ามาหลายวันแล้วนะ จะขาดใจตายอยู่แล้วววววว”  เสียงคำรามนั้นจริงจังสุด ๆ

“ใจเย็นหน่อยหัวหน้า”  ลูกน้องรีบปลอบ “ไว้ทุกอย่างคลี่คลายแล้วจะลงทุนเลี้ยงสักมื้อนะ ว่าแต่ นายอยู่ใกล้ชาร์กเบนเดอร์ขนาดนั้้น เขาไม่สอบสวนนายบ้างเหรอ”

“โดนสอบจนไม่เหลืออะไรให้สอบแล้ว” พอลพ่นลมหายใจดังฟู่ “แต่ฉันเตรียมทางหนีทีไล่ไว้เยอะ ไม่ต้องห่วง”

ดูเหมือนวัน ๆ พอลจะไม่เอาแต่ไปกินบุปเฟ่ต์เสียแล้ว คาร์ลเริ่มเชื่อถือคำพูดของตาเฒ่าเอิร์นเนส

“หนีให้ทันแล้วกัน พวกฉันเป็นห่วงนะ”  น้ำเสียงจริงจัง  “ดูแลตัวเองให้ดีด้วย”

“เออน่า” เสียงตอนรับคล้ายรำคาญ แต่ที่จริงคงกำลังกระดากอาย ระหว่างพวกเขาก็แบบนี้ ปกติไม่ได้แสดงความห่วงใยอะไรกันมากมาย “ไปดูแลแฟนท้องป่องให้ดีเถอะ”

“แฟนอะไรเล่า…”  รู้สึกร้อน ๆ ตามใบหน้า

“เอออออออ” คราวนี้พอลรำคาญจริง “ไปล่ะ บาย”

คาร์ลยังไม่ทันจะบายตอบ ก็ถูกตัดสายไปเรียบร้อยแล้ว

หนุ่มแมคเคอเรลยืนมองหน้าผาย้อมสีแดงนั้น…เพ่งชื่อที่เพิ่งหาเจอ ราวกับจะขอคำตอบ

สุดท้ายก็หันหลังจากมา ดำเนินตามแผนที่เตรียมการไว้ต่อไป

———

 

ช่วงบ่าย ที่หอบังคับการ โซอี้เป็นคนรับผิดชอบทำบัตรประจำตัวปลอมให้คาร์ลกับโจชัว โดยถ่ายรูปใหม่แล้วนำไปสกรีนใส่บัตรของแลงดอนและโลแกน

“แล้วพวกคุณจะใช้บัตรของตัวเองได้ยังไง” โจชัวถามพลางพลิกบัตรดู ยอมรับเลยว่าฝีมือการปลอมแปลงของสาวน้อยนั้นขั้นเทพ

‘พวกเราอยู่แต่ในคริมสัน ไม่ค่อยได้ออกไปไหน ไม่ได้ใช้บัตร’ แลงดอนชูกระดาษที่เขียนไว้

“อีกอย่าง เซาท์เทิร์นเนียร์ไม่ได้ใช้ระบบดิจิตอลไปทุกส่วนเหมือนแปซิฟิเซียร์ โรงแรมที่พวกคุณจะต้องไปพักใช้แค่บัตรลงทะเบียนเข้าพัก จ่ายเป็นเงินสดค่ะ”  โซอี้เดินมาอธิบาย ไม่พลาดที่จะลูบท้องนูน ๆ เล่น

เจ้าของท้องสยิวกิ้วเล็กน้อย หลุดหัวเราะออกมา “อย่าลูบโดยไม่บอกสิ จั๊กจี้”

“อดไม่ได้อ่ะ” สาวน้อยยิ้มกว้าง ก่อนจะย่นคิ้ว “แต่ฉันเป็นกังวลจัง…อยู่ข้างนอกจะไปโรงพยาบาลปกติก็ไม่ได้ด้วย”

“กำหนดคลอดตั้งปลายเดือน…”  โจชัวลูบหัวเธอบ้าง “ไว้ตอนใกล้คลอดจะรีบกลับมานะ”

“พวกเราไม่ได้ข้ามเมืองด้วย” คาร์ลโผล่มาจากหน้าประตู แบกเป้สองใบพร้อมเดินทาง

คนรออยู่ยื่นมือจะไปคว้าเป้ แต่กลับถูกเบี่ยงหลบ “อะไรเล่า จะช่วยถือไง”

“ไม่ต้องเลย แค่นี้ฉันแบกเองได้” ห่วง แต่ไม่ได้พูดออกไป

“…อย่ามาบ่นว่าหนักกลางทางนะ”  โจชัวหรี่ตามอง

ได้ยินเสียง ฟู่ ๆ คึก ๆ ดังมาจากสองหนุ่มหัววาฬ…นั่นคือหัวเราะรึเปล่า คนละพันธุ์สองคนไม่ค่อยแน่ใจ

“โจชัวถือนี่แทนสิ” เอิร์นเนสตามมาสมทบอีกคน พร้อมเป้เดย์แพ็คใบย่อม “คิดว่าพวกเธออาจจะต้องใช้”

หนุ่มซาร์ดีนรับเป้มาถือ สัมผัสภายนอกนั้นนุ่มนิ่มเหมือนใส่ผ้าเอาไว้ หากน้ำหนักที่รู้สึกบ่งบอกว่ามีบางสิ่งซ่อนอยู่  “ปืนเหรอ”

ตาเฒ่าไม่ตอบ แค่ยักคิ้วบอกเป็นนัยให้เปิดดู  

โจชัวพยักหน้า สอดแขนเข้าสายสะพายจากด้านหน้า แต่ติดหน้าท้อง…จึงเปลี่ยนมาถือด้วยมือเดียว อีกข้างนึงล้วง….คนที่เหลือพยายามอมยิ้ม ไม่หัวเราะ

“อื้อหือ…” คนสำรวจอุทาน เพราะเมื่อแหวกเสื้อผ้าที่ใส่ไว้พรางตาออก เจอกับปืนพกและชิ้นส่วนของปืนยาวอัดแน่นอยู่ แต่ละกระบอกเป็นเกรดไม่ธรรมดา “คุณไปเอามาจากไหนครับ”

“ในคริมสันมีอะไร ‘เยอะ’ กว่าที่เธอคาดไว้นะ”  เอิร์นเนสยิ้มกริ่มอย่างภูมิใจ “ปืนพกสี่กระบอก ปืนยิงระเบิดหนึ่ง ปืนฉมวกยิงใต้น้ำหนึ่ง พอไหม ถ้าไม่พอเดี๋ยวฉันเอามาให้อีก”

“สไน…”  โจชัวหยุดริมฝีปากได้ทัน “ไม่ต้องหรอกครับ พอแล้ว เดี๋ยวจะผิดสังเกต”

คาร์ลแอบเสียวแปลบที่แผลบนหัวไหล่ เมื่ออีกฝ่ายหลุดปากเรียกหาอาวุธโปรดเสียอย่างนั้น…ตอนนี้ในความรู้สึกเขามันคืออาวุธโหด…

“พวกนายควรจะเริ่มออกเดินทางตอนนี้ กว่าจะถึงที่พักก็คงเกือบเย็นพอดี” ตาเฒ่าควักไปป์ขึ้นมาคาบเล่น “แต่วันนี้ช่วงกลางวันมีน้ำขึ้นสูงกว่าปกติ อุโมงค์ที่พวกเธอเดินเข้ามาใช้ไม่ได้ ต้องอ้อมออกไปอีกเส้นนึง”

“ผมเพิ่งรู้ว่ามีหลายทาง”  คาร์ลเลิกคิ้วสูง

“มีไม่กี่เส้นหรอก” เอิร์นเนสยกนิ้วนับ “มีเส้นหลัก เส้นสำรองเวลาน้ำขึ้น และทางที่ปิดไปเพราะอุบัติเหตุ”

“อุบัติเหตุระหว่างก่อสร้างน่ะค่ะ” โซอี้ช่วยเสริม

“…เคยมีคนลักลอบเข้าเมืองไหมครับ” อยู่ดี ๆ โจชัวก็ถาม

“ที่นี่โดนล้อมด้วยภูเขาทั้งสามด้าน บริเวณอ่าวก็แคบและสังเกตเห็นได้ยาก ไม่ใช่เขตเศรษฐกิจด้วยจึงไม่มีเรือจับปลาผ่าน” อธิบายพลางยกไฟแช็กขึ้นมาจะจุดไปป์ แต่เหลือบเห็นท้องป่อง ๆ ของคนถามก็รีบเก็บ “ทางภูเขาจะข้ามมาก็ลำบาก…ดังนั้นถ้าไม่ใช่คนในก็ยากจะรู้นะ….”

คนใน…คำนี้สะกิดใจคาร์ล หรือว่าเดิมทีซีบิลจะเป็นคนที่นี่…ที่วิ่งไปทางอ่าวอาจจะแค่หลอกให้เขาไขว้เขว

แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ครั้งสุดท้ายเธอลอบมาหาโจชัวในโรงพยาบาล จะหนีไปแล้วหรือยังแฝงตัวอยู่

แต่ไม่ว่าผลออกเป็นแบบไหน สำคัญที่สุดคือพาอีกคนไปจากที่นี่ แล้วทำสิ่งทื่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จ

พวกเขากำลังจะไปติดต่อคนของรัฐบาล เพื่อแจ้งดำเนินคดีกับชาร์กเบนเดอร์

“เอาล่ะ ออกเดินทางกันได้แล้ว” เอิร์นเนสเดินมาตบบ่าแลงดอนและโลแกน “สองคนนี้จะเดินออกไปส่งพวกเธอที่ปลายอุโมงค์ พร้อมกับส่ง ‘ข้อความ’ นอกเขตด้วย”

คาร์ลทำหน้างง แต่ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ เขาเดินไปขอจับมือกับตาเฒ่า “ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับ”

แต่อีกฝ่ายทำหน้าหน่าย ไม่ยอมจับมือด้วย “ทำเหมือนจะไปไกล เฮ้อ ไปเลย รีบกลับด้วยล่ะถ้าเสร็จธุระแล้ว”

ถึงตรงนี้ หนุ่มแมคเคอเรลสรุปกับตัวเองได้เต็มปากเต็มคำว่า ‘ชอบผู้คนและเมืองนี้’

พวกเขาเปลี่ยนเป็นโบกมือให้ พร้อมสัญญาใจว่าจะกลับมาแน่นอน

———

 

วิธีการส่ง ‘ข้อความ’ ของแลงดอนนั้น ประหลาดพอ ๆ กับหัว

เมื่อออกจากอุโมงค์ หนุ่มวาฬสีน้ำเงินไม่ได้ออกมาหน้าตึก หากหลบเข้าไปด้านหลัง บริเวณนั้นมีผืนน้ำเปิดกว้างอยู่ แลงดอนเดินลงไปแช่น้ำ ก่อนจะเอาหัววาฬมหึมาจุ่มลงไป

คลื่นน้ำโดยรอบกระเพื่อมไหวเป็นจังหวะแปลก ๆ แลงดอนจุ่มหัวลงไปนานมาก นานจนคาร์ลต้องหันไปถามโลแกนกว่าอีกฝ่ายยังไหวไหม

โลแกนพิมพ์ใส่สมาร์ทโฟน(กันน้ำ)แล้วส่งให้ดู ‘พี่กำลังส่งคลื่นความถี่ต่ำไปหาพวกพ้องวาฬ แจ้งข่าวเรื่องมีคนบุกโจมตีคริมสัน’

“ส่งไปได้ไกลแค่ไหน” โจชัวถามอย่างสนใจ

‘ทั่วทั้ง United’

คำตอบนั้นทำเอาคนฟังอึ้งไปตามกัน…

‘ดักฟังไม่ได้ด้วยนะ เพราะถึงดักจับคลื่นความถี่ได้ ก็แปลภาษาไม่ออก ยกเว้นแต่จะมีวาฬสักตัวไปแปลให้’  โลแกนพ่นลมดังฟู่ราวกับภาคภูมิใจ

“นี่มันยิ่งกว่าสุดยอดเครื่องมือสื่อสาร กินขาดทั้งประสิทธิภาพและระยะทาง” คาร์ลชมอย่างไม่ปิดบัง

ในที่สุดแลงดอนก็เงยหน้าขึ้นจากน้ำ เขาชูนิ้วโป้งว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี และให้สัญญาณโลแกนว่าควรจะกลับกันได้แล้ว

‘พวกเราฝากให้วาฬทุกคนคอยช่วยเหลือพวกนายถ้าพบเห็น’ ข้อความในสมาร์ทโฟนบอกเช่นนั้น ‘โชคดีนะเพื่อน’

ทั้งสี่คนสวมกอดกันเบา ๆ แล้วแยกย้ายกันไป

……….

……………..

…………………

พอแยกตัวกับพี่น้องสองวาฬแล้ว ความกระดากใจก่อตัวขึ้นระหว่างคนที่เหลือ

เพราะเมื่อเช้ามีธุระตั้งแต่ตื่น คาร์ลและโจชัวจึงไม่ได้อยู่กันสองต่อสองเท่าไหร่…ทั้งที่เพิ่งผ่านคืนอันลึกล้ำมา คาร์ลรู้สึกว่าเขาควรจะพูดอะไรเกี่ยวกับ ‘เรื่องนั้น’ เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ให้ไม่ถูกทำเป็นลืมไปง่าย ๆ

แต่จะพูดกลางเมืองก็ยังไงอยู่ เขาอดทนกับความเงียบ เดินทางมาจนถึงโรงแรมอีกฟากเมือง การเช็คอินผ่านไปอย่างราบรื่นเมื่อคุณมีบัตรประจำตัว(ปลอม)อันน่าเชื่อถือ และที่สำคัญกว่าคือ มีเงินจ่ายล่วงหน้า

เป็นช่วงค่ำแล้วเมื่อประตูห้องพักปิดลง คาร์ลจึงได้โอกาสเอ่ย “โจชัว…ฉันอยากคุยด้วย”

หากคำตอบนั้น ไปคนละเรื่อง “หิว”

“หา…”  หนุ่มแมคเคอเรลอ้าปากหวอ

“หิว”  โจชัวย้ำคำ ลูบท้องนูน ๆ แว่วเสียงกระเพาะครวญครางยืนยัน

คนฟังทำปากพะงาบ ๆ …สุดท้ายจึงถอนหายใจ พยักหน้ารับ “สั่งรูมเซอร์วิสไหม”

“รูมเซอร์วิสคิดราคาแพง เราต้องประหยัด” ซาร์ดีนตั้งครรภ์ทำหน้าบูด

“ด…ได้…เดี๋ยวจะลงไปซื้อของกินร้านที่เห็นก่อนเข้าโรงแรมแล้วกันนะ”  คาร์ลคอตก นึกว่าจะได้รีบกินรีบคุย

คนอาสา(จำเป็น)วางกระเป๋าเป้เข้าตู้ ดีที่เขายังไม่ได้ถอดเสื้อโค้ทกันหนาวออก…ระหว่างเช็คว่าเอากระเป๋าตังค์ไปหรือยัง เสียงเบา ๆ ก็แว่วเข้าหู

“…ฉันไม่ได้จะแกล้งลืมเรื่องเมื่อคืนหรอกนะ”  

คาร์ลนิ่ง…ก่อนจะค่อย ๆ คลี่ยิ้มโดยไม่หันหน้าไปมอง…เพราะเจ้าตัวคนพูดคงกำลังหน้าแดงอยู่ไม่น้อย ถ้าเขาหันไปต้องโมโหแน่

“อืม ไว้เดี๋ยวกลับมาค่อยคุยกัน”  คนไม่ถูกลืมบอก ก่อนจะออกจากห้องไปด้วยหัวใจชุ่มฉ่ำ

โจชัวมองตามแผ่นหลังนั้นไปจนประตูปิด ยิ้มน้อย ๆ

…ก่อนจะหุบยิ้ม แล้วหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องที่ซ่อนไว้ออกมา

ปลายสายให้เขารออีกตามเคย กว่าจะรับ พอเสียงเรียกเข้าตัด คนโทรใส่ทันที “พอล นายจะให้ฉันรอแบบนี้อีกกี่รอบกัน”

เสียงที่ดังแทรกออกมาจากลำโพงนั้น บ่งบอกให้รู้คนพูดไม่ได้อยู่ในอาคารมิดชิด “โทษที ๆ ในห้างสรรพสินค้าคนมันเยอะอ่ะ ว่าไง ถึงโรงแรมแล้วเหรอ คาร์ลล่ะ”

“ถ้าเขาอยู่ฉันจะใช้เครื่องนีัโทรหานายได้ยังไง”  โจชัวทำเสียงฮึ่มแฮ่

“โอ้ยยย คนท้องนี่ขี้วีนจริง ๆ ด้วยเชื่อแล้ว” ยั่วโมโหไปหนึ่งดอก ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง “ซีบิลกลับมาแปร์ซิฟิเซียร์แล้ว สายของฉันเห็นเธอ”

“สายของนายอย่างนั้นเหรอ” โจชัวขมวดคิ้ว “นายไม่ได้ติดต่อเธอโดยตรงอีกเหรอไง”

“แค่รอบแรกที่เธอมาขอให้ช่วยบอกทางเข้าคริมสัน บังเอิญนายอยู่ในนั้นพอดี เลยขอให้นายช่วยคุ้มกันเธอด้วย” พอลบอก

“…เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันเยอะมาก หัวหน้า” คนถูกใช้งานกัดฟัน “พอล…ฉันเชื่อใจนายเสมอ เชื่อจนยอมลงมือตามซีบิลสั่งเพราะนายส่งเธอเข้ามา เชื่อจนยิงคาร์ลไปด้วยมือตัวเอง”

“สาบาน…เรื่องของคาร์ลมันเป็นอุบัติเหตุ ฉันไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนจับซีบิลได้” ปลายสายไม่มีน้ำเสียงเสแสร้ง  “และที่ต้องให้นายคุ้มกันเธอ มันก็จำเป็นจริง ๆ เพราะอาจจะเกิดเหตุได้ทุกเมื่อ ข้อมูลที่เธอต้องการสำคัญมาก สำคัญกับฉันด้วย”

“แล้วได้อะไรมา”  โจชัวสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามใจเย็น

“แม่ของชาร์กเบนเดอร์ตายแล้ว ซีบิลค่อนข้างผิดหวังตรงนี้”  เสียงบรรยากาศรอบตัวของพอลเบาลง แสดงว่าเขากลับเข้าไปในอาคารแล้ว  “แต่จากแฟ้มประวัติที่ได้มา ทำให้รู้สถานที่ติดต่อ ‘ญาติผู้ใหญ่’ คนอื่น ๆ ของชาร์กเบนเดอร์ ถือว่ายังมีหนทางไปต่อสำหรับซีบิล”

“ญาติผู้ใหญ่…ทำอะไร วิ่งไปฟ้องให้คนเฒ่าคนแก่มาลงโทษลูกหลานเหรอ”  คนฟังไม่เข้าใจนัก

“ทำเป็นเล่นไป อาจจะมีอะไร ๆ ที่พวกเรายังคาดไม่ถึงอยู่อีก”  พอลแค่นหัวเราะ ก่อนจะทำเสียงซีเรียส  “ฉันขอโทษจริง ๆ …ที่ทำให้นายต้องยิงคาร์ล ฉันคิดไม่ถึง น่าจะให้นายกันเขาออกมาให้รอบคอบกว่านี้ แถมจะให้เขารู้ไม่ได้ด้วย…หมอนั่น….”

“ฉันรู้…ว่าเขาแค้นเคืองแทนฉันไปทุกเรื่อง”  โจชัวส่ายหน้าแม้ไม่มีใครเห็น “ฉันถึงรู้สึกผิดมาก…ซีบิลยังมีอิทธิพลต่อใจฉันเกินไป ยามคับขันฉันเลยเอนเอียงไปทางเธอ”

“ฉันจะไม่ให้นายต้องลำบากใจแบบนี้อีกเพื่อน สัญญา”  พอลบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

คนฟังถอนหายใจ พยักหน้า “นายเองก็ระวังตัวด้วย อย่าย่ามใจว่าชาร์กเบนเดอร์ไว้ใจนายเกินไปล่ะ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง” เสียงกดปุ่มลิฟต์ดังติ๊งชัดเจน “ฉันหนีออกมาตั้งนานแล้ว”

“อ้าว…” โจชัวลากเสียง “…นี่หลบอยู่ไหน”

“นายจำห้องเช่าสมัยพวกเราทำงานกันใหม่ ๆ ได้ไหม ที่ฉันบอกว่ายกเลิกสัญญาเช่าไปนานแล้วน่ะ”  พอลผิวปากเคล้าเสียงรองเท้า “ฉันยกเลิกสัญญาเช่า แต่ซื้อเก็บเอาไว้เลย อ้อ ไม่ได้ใส่ที่อยู่ลงไปในทะเบียนบริษัทหรอกนะ”

“อย่างนี้นี่เอง” คนฟังลากเสียงรับรู้ ก่อนจะนึกอะไรได้ “…พอล…นายอย่าทำตัวเหลวไหลนะช่วงนี้”

“เหลวไหลอะไร ฉันออกจะเป็นคนดี แต่….”  ปลายสายผิวปากอีก “ช่วงนี้วิ่งวุ่นไปทั่ว น้ำหนักลดลงไป…เลยมีคนเข้าหานิดหน่อย”

“อย่า ทำ ตัว เหลว ไหล” โจชัวเน้นเสียงทีละคำ

“ครับ ๆ ได้ครับแม่” พอลหัวเราะ  “เอาล่ะ วางสายก่อนเถอะ ชักจะคุยกันนานเกินไป เดี๋ยวคาร์ลมันกลับมาเจอจะยุ่ง”

ถูกตัดบททำให้หงุดหงิดเล็กน้อย แต่โจชัวยอมลงให้ เขากดวางสายพลางถอนหายใจยาว…

อดีตรุ่นพี่ หัวหน้าในปัจจุบัน เพื่อนแท้คนนี้คือความหวังในการอยู่รอดของเขา…พอ ๆ กับเป็นตัวยุ่งเช่นกัน

———

 

หลังวางสายจากโจชัว พอลแวะเข้าไปยังที่ทำการลับแห่งหนึ่งของคริมสัน บอกข่าวและปรึกษาคนในนั้นเพื่อหาทางหนีทีไล่เตรียมเอาไว้…

ผ่านไปจนเกือบเที่ยงคืน เขาถึงปลีกตัวออกมา เก็บสมาร์ทโฟนที่ใช้คุยกับโจชัวเข้าช่องลับในกระเป๋าเสื้อ เดินทางกลับห้องพัก หยิบกุญแจออกมาไข

เสื้อผ้าหลากไซส์หลายชุดยังกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น เจ้าของห้องใช้เท้าเขี่ย ๆ ให้มันไปรวมกันมุมหนึ่งของทางเดิน…ตั้งแต่เมื่อคืนที่มาถึง ห้องของเขาเหมือนมีพายุย่อม ๆ

แถมดูเหมือน ‘ศึกใหญ่’ จะยังไม่จบดี เพราะแว่วเสียงครางผะแผ่วดังมาจากบริเวณเตียงนอน…พอลไม่ได้ตรงเข้าไปทันที แต่เลี้ยงเข้าไปส่วนครัว กะว่าจะนำเสบียงที่ซื้อมาไปเก็บให้เรียบร้อยก่อน

เขานั่งยอง ๆ หน้าตู้เย็น…รู้สึกไม่ชินนิดหน่อยกับพุงที่หายไป…ไม่ได้หายไปทั้งหมดหรอกนะ แต่เพราะชีวิตที่ต้องหลบหนีมาตลอดหลายวัน ทำให้เขา ‘ซูบ’ ลงไปเอาเรื่อง…ดังนั้นจึงไปซื้ออาหารมามากมาย กะว่าคงจะขุนตัวเองให้กลับมาตุ้ยนุ้ยน่ารักได้ในอีกไม่ช้า

ช่องแช่ต่าง ๆ เริ่มถูกอัดแน่นด้วยอาหารคาวหวาน ผักและผลไม้นานา เมื่อมีวัตถุเข้าไปอยู่เต็มแล้ว กระจกกั้นช่องแช่เปลี่ยนจากความใส เป็นกึ่งสะท้อนได้

พอลเห็นเงาร่างใครบางคนอยู่ด้านหลัง…เขาลุกพรวด คว้ามีดทำครัวมาตั้งท่าพร้อมโจมตี

“…อย่าเล่นของมีคมสิ” เสียงต่ำทุ้มแฝงแววเย้ยหยัน “หรือเป็นเด็กไม่ดีหนีออกจากบ้านแล้ว จะเล่นอะไรก็ได้…แถมยังซุกซนเอาไว้ไม่เบา กี่คนนะ…สามหรือสี่ ที่กำลังมั่วอยู่บนเตียงน่ะ”

พอลวางมีดในมือลงที่เดิม…เพราะมันกลายเป็นของไม่มีประโยชน์ไปแล้วเมื่ออยู่ต่อหน้าอีกฝ่าย

“แค่สามคน…”  เขาตอบด้วยรอยยิ้มแห้งแล้ง

ในขณะที่ชาร์กเบนเดอร์คลี่ยิ้มนุ่มนวลชวนขนลุก

TBC

Talk :

  • หลังจากขอลาไปทำงานหลวง มาโชกลับมาแล้วค่าาาา ฮากกกกก ต้องไล่ปั่นตามหลังงงง orz
  • เนื่องจากต้องพยายามไล่กวดวันที่ วันนึงอาจแปะหลายตอนตามแต่กำลังนะคะ orz
  • และ…ครึ่งเรื่องแล้วเหรอเนี่ย /เหม่อ
  • ตอนต่อไปก็จะเริ่มคลามปมขึ้นเรื่อย ๆ แล้วค่ะ พอลกับเฮียชาร์กก็จะเริ่มมีบทบ้างเพราะเป็นคีย์สำคัญสองคน ,,- -,,
  • สำหรับพอลนั้น ในอิมเมจของมาโชคือคนนี้ค่ะ แบบตุ้ยนุ้ยกว่านี้หน่อย ขุ่นเจมส์แมคอะวอยยยย อิอิ ❤

james-mcavoy-atonement-premiere-06

  • หายไปหลายวัน กลัวจะลืมกันเหลือเกิน โฮววว ขอขอบคุณทุกคอมเมนต์ล่วงหน้านะคะ อยากให้อยู่ด้วยกันจนถึงตอนจบจังเลย รักคนอ่านมาก ๆ นะะะะะ (;///; ❤
Advertisements

Comments on: "[Novel] Omega3verse. – Day15" (12)

  1. ตกใจพี่หลาม แงงงง555555555555555555
    โล่งอกที่ซีบิลไม่ได้มาร้าย แต่ก็ยังโกรธโจชัวนะ//ความหมั่น
    ขอบคุณที่เขียนให้อ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่าา

    • แอร๊ยยยย จับจูบให้เมนต์แรกที่ยังไม่ลืมกันแม้เก๊าหายไปหลายวันนน ขอบคุณค่าา ❤

      แอบแง้มว่า ตอนหน้าพี่หลามเต็ม ๆ ค่ะ ปมจะเผยแล้วววว XD

      • ไม่คิดถึงพี่หลามเลยค่ะ ไปนานๆได้นะ ฮือออออ😂😂😂😂😂😂

      • ไม่ทันแย้ววว พี่หลามมาตอน16แล้วค่ะ กร๊ากกกก /กอดโอ๋

  2. โง้ยยยย ในที่สุดปริศนาก็เปิดเผยค่ะ มันมีปริศนาค่ะ รอคู่ชาร์กพอลรัวๆ พอลจะเจออะไรมั้ยน้าาา ตื่นเต้นค่ะ ส่วนคาร์ลขอลืมแป๊ป ตัวร้ายมา 55555555

    • แฮ่ก ๆ ขอบคุณที่ติดตามค่าาาา แงงงง เพิ่งลงตอน16ไปเลย ปริศนาเฉลยอันนึงแย้วววว

  3. “ยกเว้นแต่จะมีวาฬสักตัวไปแปลให้”… //ไว้อาลัย (ยัง!)

    จะมีวันไหนที่โจชัวแพ้ท้องเปรี้ยวปากมั้ยคะ อยากกินบ๊วยเค็มของโปรดงี้ คาร์ล ไปหามาา ในฐานะพ่อบ้านใจกล้า

    พอรู้ว่าโทรศัพท์อีกเครื่องติดต่อกับพอลแล้วสบายใจขึ้นหน่อย แม้เรื่องที่ทำจะน่าสงสัยก็ตาม แงงง ปลาอ้วนอย่าหักพุง เอ้ย หลังเราา
    //ถึงอนาคตถ้าพอลจะหุ่นเฟิร์มเราก็จะเรียก ทีคาร์ลยังเรียกว่าหัวปลาได้เลย (อยู่ดี ๆ ก็ถูกพาดพิง)

    ส่วนตอนสุดท้าย คุณบอสสสส กรี๊ดดดด //อะไรไม่รู้กรี๊ดไว้ก่อน
    นี่คู่รองหรือเปล่าคะเนี่ยยย

    • เหยยยย ท่านหอยจำบ๊วยเค็มของโจชัวได้ด้วยยยย ละเอียดมากเลยค่ะ ❤ ❤ ❤ /เก๊าว่าคาร์ลคงไปซื้อมาให้แล้วล่ะ พ่อบ้านที่ดีย์

      กรั่ก ๆ ปลาอ้วนกับผัวหัวปลานี่เป็นชื่อหลักแทนแย้ววววว เก๊าก็ไม่เปลี่ยนนะ ชอบ XD

      สุดท้ายแล้วววว ตอน16ต่อเลยค่าาาาาา

  4. Pwfangie said:

    หวายยยย ตอนนี้คู่คาร์ล-โจชัวแอบมุ้งมิ้งอ่ะ ชอบๆๆๆ คือแบบว่านะ บรรยากาศกำลังให้เลย น้องโจชัวบ่นหิวซะงั้น55555 ยังดีที่ยังมุ้งมิ้งกันต่อได้นะลูกก

    เอาแล้วค่าา คุณพี่ชาร์กกลับมาทวงบัลลังก์แล้ว พอลอ้วนน้อยของเรา (ทำไมไม่อ้วนแล้วอ่ะแงงงง) จะโดนทำอะไรมั้ย แล้วโจชัวกับคาร์ลล่ะ จะโดนจับได้หรือเปล่าาา ติดตามมม

    • ตอนนี้เป็นการเติมความหวานก่อนค่ะ ก่อนไปเจอความขม /น้ำตาาา/ ส่วนพอล เดี๋ยวก็อ้วนเหมือนเดิมค่ะ ไม่ต้องห่วง สายบุฟเฟต์ ❤

  5. แง๊ ไม่ได้อ่านนาน มัวไปเมาแกะหนาม5555 ต้องย้อนกลับไปอ่านหลายตอนเลยข่ะ ลูเป็นสายพันธุ์ปลาทอง ความจำสั้นแต่รักฉันยาว อิอิ
    คู่พระรอง(?)ได้พบกันแว้ว พี่ชาร์กจะเสียใจมากไหมที่พอลพอลซูบลง ต้องพาไปขุนให้กลมเหมือนเดิมนะตัวเองงงง

    /ติดจรวจอ่านไล่ไปตอนจบ แฮ่กๆ

    • กรั่ก ๆ ๆ ยินดีต้อนรับกลับค่าาา ค่อย ๆ อ่านเน้อ (- -,, / พอลต้องอวบ ๆ ถึงจะน่ารักเนอะคะ ❤

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: