macho_luglio 's cargo, Mostly fanfictions.

Archive for 23/11/2016

[Novel] Omega3verse. – Day18

16-11-21-02-30-00-502_deco

ตอนเก่าๆเน้อ

Day 18

Keyword : ผ้าปูที่นอน

Ch 18 : Dec 29, 2016.

 

 

 

‘ปลาซาร์ดีนยุโรปจะวางไข่ในเวลากลางคืน ช่วงสิบเก้านาฬิกาถึงยี่สิบเอ็ดนาฬิกา (ตามเวลามาตรฐานกรีนิช) โดยอุณหภูมิของน้ำสัมพันธ์กับการฟักเป็นตัว และความแข็งแรงของลูกปลาที่เกิดมาด้วย’

-Wikipedia

 

 

เพราะการเดินทางไปกลับและการเจรจากับผู้ว่าราชการแห่งเซาท์เทิร์นเนียร์เมื่อวาน ทำให้คาร์ลและโจชัวตัดสินใจให้วันนี้เป็นวันพักผ่อน

โจชัวนอนกลิ้งเกลือก เดี๋ยวหงายเดี๋ยวตะแคงจนผ้าปูที่นอนยับย่น ในมือของเขาถือสมาร์ทโฟนอยู่ กดดูคลิปโน้นคลิปนี้ ไม่ได้เจาะจงอะไร…สิ่งที่รออยู่จริง ๆ ไม่ใช่ความบันเทิง แต่เป็นการติดต่อจากพอล

ทว่า รอเท่าไหร่ก็ไม่มีแม้แต่สายเรียกเข้าหรือข้อความ…รวมไปถึงสมาร์ทโฟนลับอีกเครื่องที่เขาซ่อนเพื่อนร่วมทางเอาไว้

ส่วนคาร์ลนั่งอยู่บนพื้นพรมของโรงแรม กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำความสะอาดปืนและเช็คความพร้อมใช้งาน แต่เพราะทำมานาน บวกกับลมอุ่น ๆ จากเครื่องปรับอากาศ ทำให้ชายหนุ่มเริ่มง่วงหาว

มองซ้าย มองขวา เจอซาร์ดีนนอนพุงกลมอยู่บนเตียง หนุ่มแมคเคอเรลจึงรีบเก็บปืนลงกระเป๋า แล้วพุ่งขึ้นไปนอนเบียด เรียกเสียงโวยวายได้นิดหน่อย

“ที่ตั้งเยอะ จะมากระแซะอะไรนักหนา” โจชัวยกขาดันคนที่นอนข้าง ๆ ออก

คาร์ลฉวยโอกาสลูบขาเปลือยที่โผล่พ้นเสื้อตัวโคร่ง ดึงมาพาดเอวของเขาไว้ “ก็มันหนาวนี่นา…ไม่หนาวเหรอไง”

จากบทเรียนที่อยู่ใกล้ชิดกันมาสิบแปดวัน ทำให้โจชัวรู้แล้วว่าการปฏิเสธลูกอ้อนของเจ้าตัวใหญ่แทบเป็นไปไม่ได้ จึงยอมให้อีกฝ่ายทำตามใจ แม้จะรู้สึกจั๊กจี้เมื่อมืออีกฝ่ายลูบไปมาบนท้องนูน

“วันนี้ไม่ค่อยดิ้นแฮะ” คาร์ลตั้งข้อสังเกต

“ดิ้นไปหลายรอบแล้วเหอะ” เจ้าของท้องบอก

“ทำไมฉันพลาดล่ะ…” บอกพร้อมหน้ามุ่ย “กีดกันฉันเหรอไง”

คนถูกตัดพ้อรีบบอก “ฉันจะไปรู้ล่วงหน้าได้ไงว่าเขาจะดิ้นตอนไหน แล้วนายก็นั่งเช็ดปืนอยู่”

“ทีหลังเตะปุ๊บรีบเรียกเลย” ทำหน้าตาจริงจัง

โจชัวกลอกตา “ขี้เห่อ…”

คาร์ลหัวเราะ ยอมรับข้อกล่าวหานั้นแต่โดยดี

ไม่รู้เมื่อไหร่…เขารู้สึกว่าเด็กน้อยที่ยังไม่ได้เห็นหน้าเป็นเสมือนลูกแท้ ๆ ไปแล้ว จะเป็นเพราะสัญชาตญาณ หรือเพราะความรักที่เขามีต่อโจชัวก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ ๆ ความรักก็คือความรัก เขาพร้อมจะปกป้องเด็กคนนี้ด้วยทุกสิ่งที่มีอยู่

อีกอย่าง…เขามีประสบการณ์เลี้ยงดูเด็กอ่อนมาอย่างโชกโชน ด้วยความที่ครอบครัวของเขาใหญ่มาก แค่พี่น้องร่วมท้องเดียวกันก็ปาเข้าไปเจ็ดคน น้อง ๆ ล้วนผ่านมือนี้อุ้มมาทั้งสิ้น

จะว่าไป…ไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านนานแล้วสินะ

“โจชัว” คาร์ลกระซิบ พร้อมเขยิบตัวเข้าไปแนบชิด “จบเรื่องวุ่นวายแล้ว ไปบ้านฉันด้วยกันนะ”

“หืม…….”  คนถูกชวนหรี่ตามอง “นี่คือส่วนหนึ่งของการจีบฉันรึเปล่า”

“ใช่สิเจ้าบ้า” คาร์ลทำเสียงฮึ่มแฮ่ “บอกรักก็บอกไปแล้ว จำบ้างสิวะ”

โจชัวทำหน้านิ่่ง…ก่อนจะกลิ้งหนี หันไปทางอื่น

แต่ไม่มีทางพ้นมือยาว ๆ ของคาร์ล เขาคว้าเจ้าคนที่คิดหนีไว้ทัน ใช้ขาล็อกขา ใช้แขนโอบเหนือท้องนูน ๆ เอาไว้แน่น

“อย่าาาาคิดว่าจะหนีรอด”  ส่งเสียงขู่แล้วก้มลงกัดหลังคอขาว “ตอบมา จำได้ไหมว่าฉันบอกรักไปแล้ว”

คนถูกกัดร้องจ๊าก ดิ้นไปมา “พอแล้ว ๆ เออ! จำได้”

“คำตอบล่ะ” ถาม พร้อมลิ้นร้อนตวัดเลียรอยที่กัดเอาไว้

โจชัวขนลุก หวิววาบไปทั้งแผ่นหลัง เขาเม้มปากขณะคิดคำตอบ

“…นายเองก็ไปเที่ยวบ้านฉันบ้างไหมล่ะ”  

คาร์ลหลุดขำออกมา ทำไมถึงได้เป็นคนปากแข็งขนาดนี้กัน เขากอดฟัดเบต้าท้องป่องอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะพูดต่อ “ถ้าอย่างนั้น นายควรจะติดต่อพ่อแม่ก่อนนะว่าจะพาใครไป…เพราะเดือนที่แล้วพวกท่านยังมีลูกสะใภ้อยู่เลย ตอนนี้เปลี่ยนเป็นลูกเขยแล้ว”

“กล้าพูดเนอะ…” โจชัวเบ้ปาก “จะให้โทรไปบอกก็ลำบาก…อืม…เมลเหรอ…พ่อกับแม่ใช้ไม่ค่อยคล่อง หรือจะลองวิธีโบราณแบบจดหมาย….”

จดหมาย ความคิดหนึ่งพุ่งออกมาจากสมองของโจชัว เขารีบลุกขึ้นนั่งอย่างตื่นเต้น สร้างความงุนงงให้คาร์ลที่ต้องลุกตามขึ้นมา

“คาร์ล…เรื่องหาเสียงมาสนับสนุนให้ผู้ว่าฯซีตัสน่ะ” หนุ่มซาร์ดีนจ้องหน้าคนร่วมเตียง “ถ้าเราใช้ไปรษณียบัตร (กันน้ำ) ส่งไปแบบทั่ว ๆ ล่ะ”

“เอ๊ะ ก็เข้าท่านะ…แต่ว่า จะมีใครสนใจเหรอ ทุกคนคิดถึงแต่ตัวเองกันทั้งนั้น” คาร์ลแย้งได้อย่างมีเหตุผล

“ไม่ต้องทุกคนก็ได้ เน้นเฉพาะนามสกุลซาร์ดีนกับแมคเคอเรล” เจ้าของไอเดียพูดรัวเร็ว “แค่สองนามสกุลนี่ก็ได้คนจำนวนมหาศาลแล้ว นายรีบไปซื้อไปรษณียบัตรมาเลย”

“เดี๋ยว ๆ ๆ” คนถูกใช้งานยังมีข้อโต้แย้ง “ต่อให้เป็นนามสกุลพวกเราที่มีคนใช้เกลื่อนไปหมด แต่ก็อย่างที่ฉันว่า ธรรมชาติของพวกเราน่ะ ไม่ชอบทำอะไรยุ่งยากหรอก ใบปลิวยังอ่านแล้วโยนทิ้งเลย”

“นายลืมธรรมชาติอีกอย่างหนึ่งไปแล้วหรือไง” โจชัวเลิกคิ้ว

“อะไร”  คาร์ลเลิกคิ้วตอบ

“ความขี้เสือก”  หนุ่มซาร์ดีนให้คำตอบ “แม้จะไม่ชอบทำตัวแตกต่าง แม้จะชอบความสะดวกสบาย แต่เรื่องขี้เสือกนี่ไม่มีใครทนไหวแน่”

หนุ่มแมคเคอเรลอ้าปากหวอ ที่อยู่ ๆ ถูกแฉพฤติกรรมเผ่าพันธุ์ “แล้ว…แล้วไง จะทำวิธีไหนให้คนจำนวนมากหันมาเสือกพร้อมกัน”

“มี เป็นวิธีที่โคตรคลาสสิค”  โจชัวแสยะยิ้ม “อันดับแรก ฉันจะเขียนเมลเรื่องราวของเราอย่างละเอียดส่งไปให้พ่อกับแม่ อ้อ ต้องโทรไปย้ำพี่น้องในบ้านช่วยเปิดอ่านให้พ่อแม่ฟังด้วย ทีนี้พ่อแม่และครอบครัวฉันก็จะรู้เรื่องทั้งหมด”

คาร์ลได้แต่พยักหน้าหงึก ๆ

“ต่อจากนั้น หมากสำคัญในเกมนี้คือ ‘ไปรษณียบัตรลูกโซ่’” โจชัวเอื้อมมือไปคว้ากระดาษโน้ตและดินสอของโรงแรมมาเขียนประกอบ “ถ้าเข้าอินเตอร์เน็ตไปดูในทะเบียนราษฎร์ ก็จะได้ชื่อและนามสกุลเดียวกับพวกเรามาเพียบ หลังจากนั้นเอาไปเสิร์ซหาที่ทำงานต่อ จ่าหน้าชื่อ, นามสกุล, ที่ทำงาน และลำดับเลขเฉพาะ เริ่มจากเลขท้าย ๆ  แล้วเขียนเรื่องราวใส่ด้านหลังไป…ทีละนิดทีละหน่อย…ลงท้ายว่า หากอยากรู้เรื่องราว ให้ติดต่อหมายเลขก่อนหน้า พร้อมแนบชื่อของคนถัดไป”

“ด้วยความอยากรู้ คนอันดับท้ายจะไปติดต่อหาคนอันดับก่อนหน้า…คนอันดับก่อนหน้าก็ต้องไปตามหาเรื่องราวต่อจากอันดับต้นกว่า ย้อนเลขไปเรื่อย ๆ สินะ” คาร์ลเริ่มเข้าใจ

“และสุดท้าย บูม! คนที่อยู่อันดับแรกสุดคือพ่อแม่ของฉัน จะช่วยเฉลยทุกอย่าง”  โจชัวลากเส้นโยงใยขึ้นไปรวมจุดเดียว “เพราะย้อนทางมาทีละนิด ทุกคนน่าจะได้รู้จักกันหมด ทีนี้พ่อแม่ฉันจะรับหน้าที่เป็นคนปลุกระดม ยิ่งเป็นนามสกุลเดียวกัน ต่อให้ไม่ใช่ญาติสายตรง ทุกคนก็คงมีใจช่วยกันบ้างล่ะ”

“ควรจะแยกเป็นหลายสาย เรื่องราวลูกโซ่จะได้ไม่ยาวมากจนคนเบื่อ และเผื่อว่ามีสายไหนขาดช่วงเพราะเหตุไม่คาดฝันด้วย” คาร์ลช่วยเสริม “เฮ้ย…นี่มันมีความเป็นไปได้ว่าเราจะชนะนะ”

“ใช่ไหมล่ะ”  เจ้าของไอเดียยิ้มกว้าง พลางลูบท้องไปมา “หวังว่าเรื่องไม่ธรรมดา…จะขอความช่วยเหลือจากคนธรรมดาได้”

คนฟังสะอึกในใจเล็กน้อย…เพื่อลูก เจ้าตัวถึงกับยอมอับอาย ขายเรื่องราวที่ไม่น่าเล่าให้ใครฟังได้ขนาดนี้

คาร์ลเขยิบเข้าไปหาคนท้องโตอีกครั้้ง ดึงเข้ามากอดแนบแน่น

“ฉันจะเขียนด้วย..แมคเคอเรลคงไม่แล้งน้ำใจนักหรอก”  เขากระซิบบอก

โจชัวพยักหน้ากับแผ่นอกกว้าง

คาร์ลมองคนในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน…ก้มลงไปหอมแก้มขาวนั้น ก่อนจะเลื่อนไปเพื่อทาบทับริมฝีปาก—-

“ไปซื้อไปรษณียบัตรมาสิ!!! ต้องใช้เยอะนะ!!!”

เสียงนั้นมาพร้อมหมัดตรงที่ชกโครม เล่นเอาคนอยากจูบลังกาหลังลงไปกองกับพื้น

แผนการเอาชนะศัตรูคืบหน้า แต่แผนการเอาชนะใจ…คงอีกห่างไกล

 

TBC

Talk :

  • ตอนนี้ก็อธิบายแผนอีกนิดนึงเช่นกัน ฮาาา (- -,,
  • สังเกตว่าบางตอนสั้นบางตอนยาว อันนี้เพราะคีย์เวิร์ดล้วน ๆ เลยค่ะ พรากก orz
  • บางวันแต่งเสร็จแล้วยังไม่ลงทันทีเพราะมีปัญหาเรื่องการตัดตอนเลยค่ะ เลยเก็บไว้ให้ลงตัวก่อนค่อยลงเนอะ
  • ยังวิ่งสู้ฟัดเช่นเคยยย มาโชจะทำสำเร็จหรือไม่ จะจบภายในสิ้นเดือนหรือเปล่า
  • ขอกำลังใจด้วยนะคะ แงงงง อ้อนไว้ตรงนี้เลย ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ล่วงหน้าค่าาา (;///; ❤
Advertisements

[Novel] Omega3verse. – Day17

16-11-21-02-29-03-410_deco

ตอนก๊าวก่าว

Day 17

Keyword : ท้องฟ้า

Ch 17 : Dec 28, 2016.

 

‘วาฬ เป็นสัตว์ที่หายใจด้วยปอด เหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอันดับอื่น ๆ วาฬสามารถกลั้นหายใจใต้น้ำได้นานนับชั่วโมง (โดยเฉลี่ยประมาณ 20 นาที) ด้วยการเก็บออกซิเจนปริมาณมากไว้ในปอด เมื่อใช้ออกซิเจนหมด วาฬจะขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำเพื่อปล่อยลมหายใจออก ซึ่งขณะที่ปล่อยลมหายใจออกนั้นจะมีไอน้ำและฝอยน้ำพ่นออกมาจากอวัยวะพิเศษที่อยู่ตรงส่วนหัวเป็นรูกลม ๆ เหมือนน้ำพุด้วย เพราะวาฬมีกล้ามเนื้อพิเศษปิดรูจมูกไว้แน่นเพื่อกันไม่ให้น้ำเข้าไปจมูกซึ่งเป็นอวัยวะที่ติดต่อกับปอดโดยตรง ส่วนปากนั้นไม่มีทางติดต่อกับปอดและจมูกเลย ทั้งนี้เพื่อจะกันไม่ให้น้ำเข้าสู่ปอดในขณะที่ดำน้ำ ในวาฬขนาดใหญ่อย่าง วาฬสีน้ำเงิน สามารถพ่นน้ำได้สูงถึง 9 เมตร’

-Wikipedia

 

 

โจชัวฝันถึงพอล…

ในฝันนั้นพอลมาบอกลาเขา พร้อมสัมภาระเหมือนจะเดินทางไกล เขาจำไม่ได้ว่าคุยอะไรกัน ก่อนที่พอลจะกอดเขาและหันหลังผละจาก

โจชัวเกือบจะโบกมือลา ทว่าทิศทางที่พอลเดินไป มีชาร์กเบนเดอร์อยู่ เขาตะโกนเรียกพอลให้กลับมา ทว่า อีกฝ่ายไม่หันกลับ

เขาตื่นขึ้นมาพร้อมเหงื่อเย็น  ๆ เต็มใบหน้า หนาวเยือกไปถึงสันหลัง

หากพอตั้งสติได้ จึงรู้สึกถึงความอบอุ่นของวงแขนที่อ้อมมากอดรอบหน้าท้องเอาไว้…ลมหายใจของคาร์ลที่รินรดหัวไหล่อยู่บ่งบอกว่าอีกฝ่ายยังคงหลับสนิท

คนตื่นก่อนเอื้อมมือไปควานหาสมาร์ทโฟนบนเตียง…วันพุธแล้ว หากชีวิตเขายังเป็นปกติ จะเป็นกลางสัปดาห์ของการทำงานที่เขาเบื่อหน่ายที่สุด แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป…

โจชัวจับมือคาร์ลขึ้นมามอง…อีกฝ่ายมีฝ่ามือใหญ่กว่าเขา ควรจะหยาบกร้านพอกัน แต่ตอนนี้เพราะฮอร์โมนในร่างกาย ผิวหนังเขาจึงอ่อนนุ่มลงไปกว่าเคย…เล็บของคาร์ลหนาและแข็งเหมือนปลายสิ่ว จำได้ว่าเจ้าตัวเคยทำกรรไกรตัดเล็บราคาถูกหักคามือไปหลายรอบ

มือสีคล้ำแดดนี้ ยื่นมาช่วยเขาโดยไม่ลังเลครั้งแล้วครั้งเล่า…

คาร์ลมีใจให้เขาเมื่อไหร่ไม่แน่ใจนัก แต่เขารู้สึกได้ลาง ๆ มาตั้งแต่ยังเรียนร่วมสถาบัน เพราะจู่ ๆ เพลย์บอยกลับกลายเป็นนักบวช ตัดสิ้นซึ่งปาร์ตี้เดท…เขาเองก็ยอมรับว่าสนใจความเปลี่ยนแปลงนั้น หาจิตใต้สำนึกยังอยากทำตัวสามัญ…อยากจะเป็นเบต้าธรรมดา และเป็นชายที่รักหญิง คาร์ลเองก็ไม่ได้รุกเข้าหาเขา คงเพราะคิดเหมือนกัน ความเป็นเพื่อนน่าจะยาวนานกว่าเป็นคนรักแล้วเลิกรา เข้าหน้ากันไม่ติดอีกต่อไป

โจชัวรู้จัก ซีบิล ซีเวิร์ด ในการทำงานปีแรก เธอทำงานธนาคาร แนะนำตัวว่าเป็นสาวแดนเหนือ เข้ามาหางานที่ได้เงินเดือนมั่นคง…ใบหน้าสวยงามของเธอทำให้เขาตกหลุมรัก ความสัมพันธ์เรียบง่ายค่อยเป็นค่อยไป เขาบอกรักเธอเมื่อเวลาผ่านไปครึ่งปี และแต่งงานกันเมื่อครบรอบหนึ่งปีของการคบหา ตอนนั้นโจชัวเชื่อว่า เขาคือคนธรรมดาที่มีความสุขที่สุด

แล้วทำไมตอนนี้…เขาถึงต้องมาอุ้มท้องแทนเมีย…

ในเวลาที่ตื่นตระหนกไร้ที่พึ่ง เขานึกถึงคาร์ลเป็นคนแรก นี่แสดงว่าเขาเก็บคน ๆ นี้ไว้ในส่วนลึกมาตลอดใช่หรือไม่ เวลาเกือบครึ่งเดือนที่ผ่านมา พิสูจน์ความรู้สึกของคาร์ลต่อเขาได้มากกว่าหลายปีรวมกันเสียอีก…แล้วเขาล่ะ…

โจชัวใช้ปลายจมูกแตะปลายนิ้วใหญ่อย่างใจลอย เขาชะงักเมื่อเกือบจะเผลอจูบ จึงค่อย ๆ วางมืออีกฝ่ายลงกับพื้นเตียง…คาร์ลขยับตัวเบา ๆ ยกมือกลับไปวางบนหน้าท้องของเขาอีก

/…ตุบ…/

แรงสะเทือนเบา ๆ ออกมาจากหน้าท้องกลมนูน โจชัวตาเหลือกกับสัมผัสที่เพิ่งเคยเจอครั้งแรกในชีวิต เขาอ้าปากค้าง อยากจะปลุกคนที่หลับอยู่ขึ้นมา—-

“เฮ้ย!!! ลูกดิ้น!!!”

ยังไม่ทันปลุกแท้ ๆ ทำไมเสียงมาแล้ว

คาร์ลลูบท้องคนที่กอดอยู่อย่างตื่นเต้น ทำตัวเป็นเครื่องตรวจจับ น้ำเสียงตื่นเต้นสุดขีด “เมื่อกี้เตะใช่ไหม ครั้งแรกเลยนะ จะเตะอีกรึเปล่าเนี่ย”

“…นี่นายตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่”  โจชัวรู้สึกหน้าชาเล็กน้อย แสดงว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย อีกฝ่ายก็เห็นหมดน่ะสิ โคตรน่าอาย

“อุ่ย….”  คนถูกถามหดหัว ซบหน้าลงกับหลังคอขาว “ก็…ตั้งแต่นายจับมือฉัน…ไม่เห็นเป็นไรเลย”

ฟังคำตอบแล้วยิ่งหน้าแดงจัด

/ตุบ ตุบ/

และด้วยฝีเท้าลูกปลาน้อย โจชัวก็ลืมความอายจนหมด “เฮ้ย! เมื่อกี้เตะสองทีเลย”

“เขาเตะโดนฝ่ามือฉันเต็ม ๆ เลย” คาร์ลลูบท้องไปมา “เตะท้องครั้งแรกก็ขนาดนี้แล้ว ต้องแข็งแรงมากแน่นอน…อา…เจ้าตัวน้อย”

อยู่ ๆ โจชัวก็ได้คำตอบสำหรับคำถามก่อนหน้า

ไม่ว่าอดีตจะเป็นแบบไหน ไม่ว่าปณิธานก่อนเก่าของเขาจะคืออะไร ไม่ว่าในอนาคตชีวิตเขาจะผาดโผนไม่ธรรมดาแค่ไหน เขายอม…

เพราะความสุข ดูเหมือนจะอยู่ตรงหน้า และอยู่ในท้องของเขาแล้ว

———

 

เรือยางพายมาถึงหน้าศาลาว่าการประจำเมืองเซาท์เทิร์นเนียร์เมื่อเวลาบ่ายคล้อย ระหว่างทางแทบไม่พบใครสัญจรด้วยการว่ายน้ำ คงเพราะท้องฟ้าวันนี้ย้อมสีเทาหม่น เหมือนละอองหิมะจะโปรยปรายได้ทุกเมื่อ

“ปกติเซาท์เทิร์นเนียร์ไม่ค่อยมีหิมะตก แต่ดูเหมือนปีนี้จะต่างออกไป” คาร์ลบอก ขณะช่วยดันหลังโจชัวให้ขึ้นจากเรือได้สะดวก “อย่างนี้ที่แปซิฟิเซียร์น่าจะยิ่งหนาว”

โจชัวขึ้นมายืนบนฝั่ง จะยื่นมือไปช่วยดึงคาร์ลบ้าง แต่แค่ก้มก็ติดพุงแล้ว จึงเลิกล้มความคิด “ห่วงอากาศที่นั่นทำไม อย่างกับพวกเรากลับไปได้”

“พูดแล้วเจ็บ” คนฟังเบ้ปากแบบเสแสร้ง  “ว่าแต่ นายทำใจได้แล้วสินะ”

“ก็ไม่เชิงว่าทำใจหรอก”  นัยน์ตาสีเทาอ่อนหรี่ลง รอยยิ้มบาง ๆ ระบายมุมปาก “แค่ไม่อยากไปนึกสถานที่เก่า ๆ กับประสบการณ์เลวร้าย เอาเวลาเสียดายไปตั้งเป้าใหม่ดีกว่า…มีบ้านในคริมสันก็ไม่เลวใช่ไหมล่ะ”

“นายอยากมีบ้านอย่างจริงจังในคริมสันเหรอ” คาร์ลยิ้ม ก่อนจะโอบมือแตะข้างเอวอีกคน “แล้วฉันล่ะ”

โจชัวเหลือบตามอง ยิ้มเจ้าเล่ห์  “…หาเงินมาผ่อนบ้านไง”

แย่ล่ะ นี่มันคือการให้ความหวังกันแบบสุด ๆ ใจเต้นขึ้นมาแล้ว คาร์ลกระแอมในลำคอ รีบดันหลังอีกฝ่ายให้เดินขึ้นไปบนอาคาร

ต้องขอบคุณความหละหลวมของระบบราชการ ที่แค่โชว์บัตรให้ตรงกับหน้าตาคนถือก็สามารถเข้าใช้บริการโดยสะดวก (นี่ถ้ารัดกุม เอาบัตรไปแสกนคงพบทันทีว่ารูปหน้าบัตรกับรูปที่บันทึกไว้ไม่ใช่คนเดียวกัน) คาร์ลและโจชัวแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าขอแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคล เจ้าหน้าที่นำเอกสารสองสามแผ่นมาให้พวกเขากรอก

แม้จะผ่านเข้ามาด้วยชื่อปลอม แต่ในเอกสารนั้นพวกเขาล้วนใส่ชื่อจริง หลังเขียนทุกอย่างเรียบร้อย โจชัวหยิบบางสิ่งออกมาจากกระเป๋าเงิน ขมวดคิ้วเล็กน้อย “…แนบนามบัตรเก่า ๆ นี่ไป จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นจริงเหรอ”

คาร์ลเคาะปลายนิ้วลงกับหัวเข่า “เชื่อมั่นในตัวตาเฒ่าหน่อยสิ”

นามบัตรลวดลายวินเทจ พิมพ์ชื่อ ‘เอิร์นเนส เอเวอร์กรีน – คริมสัน’ จึงถูกแทรกไปพร้อมเอกสารด้วย…เจ้าหน้าที่มารับเอกสาร บอกให้พวกเขากลับก่อน จะติดต่อในสามวันให้หลัง (ระบบราชการก็แบบนี้…) ทั้งสองคนพยักหน้ารับ แต่ทดลองอยู่รอ…

หนึ่งชั่วโมงแห่งความอดทนผ่านไป ในที่สุด เจ้าหน้าที่คนเดิมก็หน้าตาตื่นออกมา ทำท่าโล่งใจเป็นอย่างมากที่พวกเขายังอยู่

คาร์ลและโจชัวถูกพาขึ้นไปยังชั้นสูงสุดของอาคาร เพื่อพบกับ ‘ผู้ว่าราชการแห่งเซาท์เทิรน์เนียร์’

‘จอห์น ซีตัส’ เป็นชายร่างใหญ่ เสียงของเขาจึงทุ้มต่ำอย่างมาก “…พวกคุณได้นามบัตรนี้มายังไง”

“เขาให้ผมมากับมือ” โจชัวตอบด้วยความนิ่ง แม้รู้สึกถึงแรงกดดัน

“น่าสนใจมาก” ซีตัสวางนามบัตรลงบนเอกสารแจ้งความ  “ผมได้อ่านแล้ว เรื่องนี้ไม่ธรรมดา…และคนที่คุณต้องการตัว…ก็ไม่ธรรมดา”

แน่นอน เพราะพวกเขาใส่ชื่อ ไมเคิล ชาร์กเบนเดอร์ ไปอย่างชัดเจน

“ด้วยความเคารพ ผมคิดว่าสิ่งเดียวที่จะจัดการกับเขาได้คือ ‘กฎหมาย’ ของพวกท่าน” คาร์ลหยอดคำยกย่อง “ผมเชื่อว่าต่อให้อิทธิพลเขาล้นฟ้าแค่ไหน รัฐบาลต้องจัดการได้”

“ฉลาดพูดนะพ่อหนุ่ม” ผู้ว่าฯสูงวัยยิ้มบาง “แต่อย่ามั่นใจขนาดนั้นเลย”

“…หมายความว่ายังไงครับ”  โจชัวแสดงความกังวลออกมาทางใบหน้า

“ฉันรู้ว่ารัฐบาลปัจจุบันน่าผิดหวังแค่ไหน…”  ซีตัสแสดงความเสียใจออกมาทางสายตา รอยยิ้มของเขาจึงดูเหมือนประชดตัวเอง “ถ้าพวกเรามีประสิทธิภาพจริง เรื่องพวกนี้ ข้อหาที่เธอนำมาแจ้งความนี้จะไม่มีวันเกิด…และกลุ่มอิทธิพลจะไม่ได้เชิดหน้าชูคอแบบนี้”

แขกสองคนอึ้งไปเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าคนที่มีตำแหน่งใหญ่โตจะยอมรับความไร้ประสิทธิภาพขององค์กรตัวเองออกมาตรง ๆ …แต่ก็ยังดีกว่าพวกจองหองที่ผิดแล้วไม่ยอมรับล่ะนะ

“ผม…ไม่คิดว่าจะน่าผิดหวังอะไรขนาดนั้น พวกท่านยัง—-”  พูดไม่ทันจบ เพราะอีกฝ่ายแทรกเสียก่อน

“น่าผิดหวังสิ เพราะขนาดผู้ว่าราชการคนก่อนที่เก่งและกล้า ยังหมดศรัทธากับระบบนี้จนลาออกไป” ซีตัสใช้ปลายนิ้วเลื่อนนามบัตรบนโต๊ะมาหยุดตรงหน้าแขก “พวกนายเองก็ไปถาม ‘ท่านผู้ว่าราชการคนก่อน’ โดยตรงสิ…ตัวท่านเองให้นามบัตรนี้มาเบิกทางไม่ใช่เหรอ”

ประเด็นนี้ไม่รู้มาก่อนจริง ๆ คาร์ลและโจชัวอุทานในใจ ใครจะไปรู้ว่าตาเฒ่านั่นเคยดำรงตำแหน่งอะไรมาก่อนวะ

คำกล่าวของซีตัส เหมือนเป็นการไล่ส่งกลาย ๆ หากคาร์ลไม่ยอมแพ้ เขาเป็นพันธุ์ปลาใช่ไหม มาลอง ‘ดำน้ำ’ ด้วยวาจากันดูสักครั้ง

“เอิ— ท่านเอเวอร์กรีนไม่ได้สิ้นหวังกับรัฐบาลนี้หรอกนะครับ เพียงแต่ท่านอาจรู้ว่าตนเอง ‘ไม่เหมาะ’ กับการอยู่ในระบบ ถึงได้เลือกจะออกไปเคลื่อนไหวอยู่ภายนอก…โดยฝากอำนาจเอาไว้ให้คนที่วางใจดูแล”

คำพูดของคาร์ล เหมือนจะไปกระทบถูกจุด ซีตัสมองชายหนุ่มรุ่นลูกด้วยแววตาคล้ายถูกเยียวยา

หากความยากลำบากของคดีตรงหน้า ก็ทำให้หวั่นใจ “…การจะงัดอำนาจกับอิทธิพลของชาร์กเบนเดอร์…ไม่ใช่ง่าย”

“เช่นอะไรครับ” แมคเคอเรลกระตุ้นถาม หาข้อมูลเพื่อแทงจุดต่อไป

“อย่างที่รู้ ชาร์กเบนเดอร์มีกิจการขนาดมหึมา นั่นเท่ากับว่าเขามีลูกจ้างมากมาย…ลูกจ้างเหล่านั้นก็เป็นประชาชนตามกฎหมาย…แต่…เป็นประชาชนเพียงในนาม แท้จริงแล้วคือกำลังพลของชาร์กเบนเดอร์”

ถูกอย่างที่ซีตัสว่ามา คาร์ลไม่รู้จะแย้งอะไรจึงถามต่อ  “แล้วยังไงต่อครับ”

“United ของเราปกครองด้วยระบบประชาธิปไตย ทุกเสียงของประชาชนมีผลต่อการตัดสินใจ หากมีอะไรที่ประชาชนไม่พอใจขึ้นมา สามารถรวมตัวเพื่อเรียกร้อง ลงชื่อให้ถอดถอนได้ทุกเมื่อ…ต่อให้เราจับชาร์กเบนเดอร์มาได้ เขาสั่งคำเดียว ลูกจ้างทุกคนก็พร้อมจะมาลงชื่อช่วย”

หลังปล่อยให้อีกฝ่ายระบายความคิด คาร์ลก็ได้ช่องเริ่มประเด็นใหม่ “…ท่านคิดยังไงกับ ‘พวกกลายพันธุ์’ ครับ”

“ฉันไม่ได้รังเกียจพวกเขาหรอกนะ แต่ดูเหมือนคนส่วนใหญ่จะไม่ยอมรับ”  ซีตัสตอบพลางครุ่นคิด “ต้องยอมรับว่ามีการ ‘เหยียดคนกลายพันธุ์’ จริง ๆ ในสังคม”

คำถามต่อมาอย่างไว “แม้จะโดนเหยียด แต่พวกเขายังมี ‘สิทธิ’ ในฐานะประชาชนหรือไม่ครับ”

“แน่นอน” ผู้ว่าฯตอบรับ “แม้จะมีร่างกายเปลี่ยนไป แต่ยังไงพวกเขาก็คือมนุษย์”

คาร์ลยิงประโยคต่อมาเข้าไปตรงจุดที่เล็ง  “ท่านไม่คิดบ้างเหรอครับ ว่าฐานเสียงของพวกกลายพันธุ์ที่สังคมเหยียดน่ะ อาจจะมีพลังเกินคาด…”

ซีตัสอึ้งไป ที่ผ่านมาเขาพยายามบริหารทุกอย่างให้ปลอดภัยที่สุด ไม่งัดง้างกับกลุ่มอิทธิพล ไม่ทำอะไรเห็นต่างกับประชาชนส่วนใหญ่

แม้แต่เรื่อง ‘คริมสัน’ รัฐบาลรับรู้มานานแล้วว่ามีองค์กรแบบนี้อยู่จริง แต่ไม่อยากจะมีเรื่องเพราะเห็นว่าเป็นพวกกลายพันธุ์ คงไม่สามารถทำอะไรใหญ่โต

และไม่เคยคิดมาก่อน ว่าสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้แบบนี้

ทว่า…คนที่อยู่ในระบบมานาน ยากจะทำใจเคลื่อนไหวอะไรผิดแผกจากปกติ เหมือนฝูงปลาที่ไม่กล้าแตกฝูง ไม่กล้าจะเปลี่ยนเส้นทางใหม่ แม้รู้แก่ใจว่าถิ่นที่ไปไม่ได้ดีนัก

ผู้ว่าราชการแห่งเซาท์เทิร์นเนียร์ สรุปในที่สุด “ผมไม่กล้าเสี่ยงกับ—-”

/โครม!!!/

คาร์ลกับซีตัสหันไปมองต้นเสียงพร้อมกัน เจอโจชัวในสภาพเหยียบเท้าข้างหนึ่งอยู่บนขอบโต๊ะ

“ขี้ขลาดสิ้นดี” หนุ่มซาร์ดีนถลึงตา “นั่งอยู่ตำแหน่งใหญ่โตแบบนี้ ไม่รู้จักอายบ้างเหรอ”

“โจชัว ใจเย็นนะ…”  คาร์ลยกมือปางห้ามปลา “แล้วออกแรงทำไม เดี๋ยวสะเทือนลูกในท้อง”

ซีตัสที่กำลังยอกใจเพราะถูกด่า เบิกตาเมื่อได้ยินประโยคนั้้น “อ้าว ที่ท้องป่อง ๆ นี่ไม่ใช่อ้วน แต่ตั้งครรภ์เหรอ”

“ใช่” โจชัวยอมรับเสียงขุ่น  “เด็กในท้องนี่เป็นว่าที่ประชาชนคนใหม่ของท่าน ที่จะต้องเกิดมาในรัฐบาลหัวหดแบบนี้…หรืออาจจะไม่ได้เกิด เพราะผมที่อุตส่าห์เสี่ยงชีวิตหิ้วท้องมาหวังพึ่งท่าน กำลังจะโดนไอ้เวรชาร์กเบนเดอร์นั่นลากไปผ่าท้อง ทำการวิจัยสัตว์นรกของมัน!”

ชายร่างใหญ่ลดสายตาลงมองหลักฐานบนโต๊ะ…ภาพถ่ายพวกกลายพันธุ์ที่โดนทารุณกรรมนั้น บ่งบอกว่าคำกล่าวของอีกฝ่ายไม่ได้เกินจริงเลย…

“ผมน่ะ…กล้าที่จะเสี่ยงทุกอย่างเพื่อลูก…และผมรู้สึกว่าคงมีพ่อแม่อีกหลายคนที่ยอมเสี่ยงแบบนี้ แต่ไปไม่ถึงจุดหมาย” คนพูดลุกขึ้นจากเก้าอี้ วางมือลงบนเอกสารแจ้งความ เกลี่ยมันให้กระจัดกระจายเต็มพื้นที่อย่างช้า ๆ  “ท่านคิดว่า…มีเด็กตายไปแล้วกี่คน…มีพ่อแม่ของเด็กตายไปเท่าไหร่…มีอีกนับร้อยนับพันแค่ไหนที่อาจจะตายไปแล้ว”

ในมุมมืดของสังคม มีผู้ไร้กำลังสูญเสียไปเท่าไหร่

ซีตัสหน้าชา…ไม่ใช่ว่าไม่เคยคิด หากไม่อยากยอมรับ ไม่อยากยุ่งยาก

จนกระทั่งมีคนมาเขวี้ยงความจริงใส่หน้า มันเจ็บลึกและสะเทือนใจ

“ท่านครับ….”  คาร์ลเอ่ยเสียงนุ่มประโลมปลอบ “…ยังไม่สายนะครับที่ท่านจะทำสิ่งที่ถูก…และครั้งนี้ ท่านไม่ได้สู้อย่างเดียวดายและมีเพียงกำลังในกำมือ…ท่านจะได้พันธมิตรที่ทรงพลังอย่างคาดไม่ถึง…และฐานเสียงใหม่ด้วย”

คำกล่าวนั้นมีความนัยแฝง…ประธานาธิบดีแห่ง United ขั้นบันไดสูงสุดที่เขานั่งจ้องจากขั้นรองมาเนิ่นนาน อาจไม่ไกลเกินก้าว

ซีตัสจับมือโจชัวเอาไว้ บีบเบา ๆ ก่อนปล่อย…แล้วเริ่มรวบเอกสารที่กระจัดกระจายให้กลับมาเป็นระเบียบ

“เพื่ออนาคตที่กำลังจะเกิดมา….” ผู้ว่าฯเคาะสันกระดาษลงพื้นโต๊ะ “คดีนี้ผมจะรับไว้”

คาร์ลลอบกำหมัดใต้โต๊ะ ในที่สุด!

“ผมขอขอบคุณท่านจริง ๆ ครับ” ชายหนุ่มโค้งศีรษะให้

“ขอบคุณว่าที่คุณแม่เถอะ เพราะเขาผมถึงตาสว่าง” ชายสูงวัยหัวเราะออกมา “คนรุ่นปู่ ยังไงก็อยากทำตัวดี ๆ ไม่ให้อายรุ่นหลานล่ะนะ”

โจชัวอยากจะเถียงว่าไม่ใช่แม่ แต่จนใจต้องไหลตามน้ำ “ขอบคุณท่านมากครับ”

“ทางนี้จะรวบรวมตัวบทกฎหมายที่มี หาทางดำเนินคดีกับชาร์กเบนเดอร์ให้ได้ไวที่สุด” ซีตัสเคาะปลายนิ้วลงบนโต๊ะ “ส่วนพวกคุณ…ก็เตรียมประสานงานกับคนที่เหลือให้ดีแล้วกัน มันจะแย่นะหากมีเหตุให้ต้องลงประชามติขึ้นมาแล้วฐานเสียงไม่พอ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกครับท่าน” คาร์ลตอบรับด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

หลังจากนั้น…การเจรจาจบลง เมื่อซีตัสยื่นมือให้พวกเขาจับและส่งออกมานอกห้อง

….

…………..

……………….

คาร์ลกุมขมับระหว่างเดินมาท่าเรือ ไอ้ความมั่นใจที่เขาบอกตอนท้าย คือคำโกหกที่รีดเร้นออกมา

“จำนวนคนในคริมสันทั้งหมด น้อยกว่าพนักงานของชาร์กเบนเดอร์ตั้งสองเท่า” โจชัวกลอกตา “นายลืมคิดไปใช่ไหมตรงจุดนี้”

“…ตาแก่นั่นไม่คิดจะรวบรวมเสียงด้วยตัวเองบ้างเหรอไง ทำเองก็ได้ อำนาจก็มีแท้ ๆ” หนุ่มแมคเคอเรลนวดหลังคออย่างเมื่อยล้า “ไอ้ฉันก็มัวแต่ดีใจที่เขายอมช่วย ตามน้ำไวเกินไปเสียฉิบ”

“รับปากแล้ว จะเข้าไปบอกว่า ‘ผมล้อเล่นครับ ที่จริงคนของเราไม่พอ’ ก็คงจะไม่ได้…”  โจชัวหันไปมองคนหน้างอคอหักเป็นปลาทู ก่อนจะปลอบใจ “แต่…เราก็ไม่ได้หมดหวังเสียทีเดียว นอกจากคริมสันแล้วยังมีเครือข่ายที่อื่นอีก จำนวนโหวตอาจจะถึงก็ได้ ใครจะไปรู้”

“อืม…”  คาร์ลคิดตามแล้วค่อยผ่อนคลาย ใช่…ทุกอย่างมันเพิ่งจะเริ่มเท่านั้น “ก่อนอื่น พวกเราต้องติดต่อเอิร์นเนส…ตาเฒ่านั่น…ซ่อนอะไรไว้อีกเนี่ย”

“ถ้าสิ่งที่ซ่อนไว้เป็นอาวุธเด็ด ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ” โจชัวหัวเราะเบา ๆ พลางบิดตัวไปมาอย่างเมื่อยขบ “ปวดหลังเป็นบ้า…”

“จะไม่ปวดได้ไง เตะโต๊ะไปซะแรงขนาดนั้น ทำอะไรไม่ระวังตัว” คาร์ลดุ ก่อนจะถอนหายใจ “แต่ถ้าไม่ได้บทโหดของนาย…ก็คงจะไม่สำเร็จ”

“ขอบคุณฉันซะสิ” เจ้าของลูกเตะยิ้มกว้าง

“ขอบคุณ” บอกไปแบบส่ง ๆ พลางประคองอีกฝ่าย จะพาลงเรือ

/ตุบ/ สัมผัสกระเทือนจากในท้องทันทีที่มือใหญ่ทาบลงไป

“รู้แล้ว…ว่าลูกเตะเก่งเหมือนใคร”  คาร์ลแสยะยิ้มล้อเลียน

โจชัวเลยแถมหมัดเข้าโหนกแก้มไปให้อีกหนึ่งอย่าง

TBC

Talk :

  • ตอนนี้มีแต่บทพูดทั้งนั้นเบย /นวดตา
  • เริ่มจะมีหนทางต่อกรชาร์กเบนเดอร์แล้วค่ะ ฮือๆ
  • เนื่องจากลงสองตอนต่อกัน ไม่พูดพร่ำไรมาก ไปต่อค่าาาาา ขอบคุณทุกคนและทุกเมนต์ล่วงหน้านะคะ ❤