macho_luglio 's cargo, Mostly fanfictions.

Archive for February, 2017

[FFXV] Duties. – DLC

[FFXV] Duties. – DLC

 

Macholu

เนื้อเรื่องหลัก : 1 /  2 / 3

อ้างอิงเหตุการณ์และ TL ในช่วงอนิเมะ Brotherhood นะคะ ,,- -,,

ตอนพิเศษแยกออกมาจากแฟนฟิคเรื่อง Duties

เป็นคู่ Regis x Ignis ค่ะ #สนองนี้ดความกาวตัวเอง—

 

NSFW

 

———

 

เพราะ ‘ภักดี’ มักต้องคู่กับ ‘จงรัก’

 

———

 

อิกนิส ซีเอนเทีย ในวัย 15 ปี มาจากตระกูลขุนนางแห่งลูซิส นอกจากหน้าที่พี่เลี้ยงให้กับเจ้าชายน็อคทิสแล้ว ยังได้รับคำชื่นชมเพราะมีความรับผิดชอบและความรู้เกินวัย…ทั้งสถานะและความดีความชอบแล้ว ใครต่อใครต่างคาดหวังว่าต่อไปเขาจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในราชสำนัก

 

อิกนิสเองก็คาดเดาอนาคตตนเองได้ และตั้งใจว่าจะอยู่เคียงข้างน็อคทิสไปตลอด…ไม่ว่าสิ่งใด…หากมันจำเป็นเพื่อให้ได้อยู่ค้ำจุนเจ้านายตัวน้อย เด็กหนุ่มพร้อมจะทำ

 

หากครั้งนี้…อาจจะเป็นบททดสอบซึ่งยากที่สุดในชีวิต

 

อิกนิสถูกเรียกให้เข้าเฝ้า หากไร้เงาขององค์ราชา ในห้องทรงงานที่มีเพียงเขาและราชเลขาชรานั้น เอกสารลับของราชสำนักถูกวางลงตรงหน้า ให้อ่านและพิจารณา…

 

…ในภาวะบ้านเมืองที่ถูกล้อมไปด้วยศัตรูรอบด้านนั้น ราชาไม่อาจคัดสรรราชินีผู้เหมาะสมได้…แม้แต่สนมซึ่งถูกเสนอเข้ามา ยังแฝงไปด้วยลับลมคมในและเกี่ยวโยงการเมือง

 

หากฝ่าบาทมีเลือดเนื้อเหมือนคนทั่วไป…ย่อมต้องการความสุขทางกาย

 

ต้องการคนที่ไม่อาจมีทายาทมาสร้างความสั่นคลอนให้บัลลังค์…

 

ต้องการคนที่ไม่อาจเรียกร้องสถานะทางสังคมเพื่อเคียงข้าง…

 

ต้องการคนที่รู้นอกรู้ในราชวัง…

 

ต้องการคนที่ปรารถนาดีกับเจ้าชาย…

 

“ขอโทษด้วยนะอิกนิส…”  ราชเลขาส่วนพระองค์เอ่ยเสียงหม่น “แต่เราไม่มีตัวเลือกอื่นอีกแล้ว”

 

เจ้าของชื่อซ่อนแววตาสั่นไหว…ไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องพบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ ทุกวันเขาแค่เข้าวังมาเพื่อน็อคทิส…มาเพื่อดูแลผู้ที่เหมือนน้องชาย ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น

 

ทว่า เงื่อนไขในเอกสารนั้น…ตรงกับตัวตนของเขาทุกประการ

 

ความลังเลบนใบหน้าเด็กหนุ่ม ทำให้ชายชราต้องก้มหัวลงต่ำ  “ได้โปรดเถอะ…เพื่อราชวงศ์”

 

…ตระกูลของเขาก็ทำเพื่อราชวงศ์เสมอมา…ตัวเขาเองก็เช่นกัน

 

ดังนั้น…

 

นิ้วมือเรียวเล็กเพราะเพิ่งผ่านวัยเด็กชายมาไม่นานนักจับปากกาขึ้นมา…เซ็นสัญญาที่ผูกพันร่างกาย

 

อาจเพราะไม่ค่อยประสีประสาเรื่องรักใคร่…จึงไม่รู้สึกใจหายนัก

 

———

 

ไม่นานนักหลังเซ็นสัญญา ก็มีคำสั่งเรียกตัวเข้าวังในยามค่ำ

 

เตียงขององค์ราชาใหญ่โตและเย็นเฉียบ…อิกนิสนั่งนิ่ง มือประสานอยู่บนตักของตนเอง ในหัวครุ่นคิดถึงเรื่อง ‘รับใช้’ ที่ศึกษามา…และไม่มีความมั่นใจเอาเสียเลย

 

ประตูห้องเปิดออกแผ่วเบา แต่ก็เพียงพอให้คนรอสะดุ้งเฮือกขึ้นมายืน เท้าสัมผัสพื้นหินอ่อนเย็นจัดจนปวดหนึบ

 

อิกนิสบังคับให้ตัวเองเงยหน้ามองเจ้าเหนือหัว จึงได้เห็นภาพไม่คุ้นเคย…ท่านเรจิสในชุดลำลอง มีเพียงเสื้อเชิ้ตตัวในและกางเกง ต่างกับตอนใส่ชุดราชาเต็มยศ…ยังดูสูงส่งเช่นเคย หากไม่รู้สึกถึงแรงกดดันอันทรงอำนาจ

 

“อิกนิส…”  คำแรกนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน  “ขอโทษด้วยนะ”

 

เด็กหนุ่มนิ่งไปเพราะไม่คาดคิด ก่อนจะรีบก้มหัว “หามิได้ครับ…ไม่จำเป็นต้องขอโทษ”

 

ปลายคางถูกมือใหญ่ช้อนให้เงยมอง “มีเรื่องหนึ่งค้างคาใจเรา…มีคนที่รักหรือเปล่า”

 

อิกนิสกระพริบตาอย่างยากเย็น   “…ไม่มีครับ”

 

หรือที่จริงคือ ‘ยังไม่เคยรู้จักความรัก’

 

“เช่นนั้นเราจะได้รู้สึกผิดน้อยลง” องค์ราชายิ้มเบาบาง “และจะได้รักเธออย่างสะดวกใจ”

 

ในอกปวดหนึบขึ้นมา ความสับสนแล่นริ้ว “ฝ่าบาท…”

 

“แต่เธอไม่จำเป็นต้องรักเราก็ได้”  ชายสูงวัยเอ่ยคล้ายกระซิบ  “เพียงแค่อยู่กับเรา…อย่าทำร้ายเราหรือคนที่เรารัก…ได้ใช่ไหม”

 

จะตอบอะไร…นอกจากพยักหน้าช้า ๆ

 

แล้วอิกนิสต้องค่อย ๆ หลับตา เมื่อใบหน้าของราชาโน้มลงมาใกล้…จุมพิตแรกของชีวิต…มีทั้งความนุ่มนวลและสากเคืองของหนวดเครา…

 

ปลายนิ้วขององค์ราชาหยาบและด้านด้วยร่องรอยอาวุธ เมื่อปลดกระดุมชุดนอนเนื้อลื่นของเด็กชายจึงดูลำบาก…หากอิกนิสไม่มีแก่ใจจะไปช่วย ปลายนิ้วของเขาเองจิกเกร็งอยู่กับอุ้งมือ…

 

สาบเสื้อแหวกออกหมดแล้ว ผู้ถอดถึงได้เห็นว่าคู่นอนเกร็งแค่ไหน มือใหญ่เลื่อนมากุมกำปั้นสั่นเทา ยกขึ้นแนบริมฝีปาก…จูบปลอบไปตามนิ้วขาวเหมือนให้สัญญาว่าจะอ่อนโยนด้วย เมื่อมือเล็กคลายความตึงแล้วจึงรูดเสื้อให้หลุดออก…ตามด้วยกางเกง…

 

อิกนิสนั่งก้มหน้า ไม่อาจทนมององค์ราชากำลังถอดเครื่องแต่งกาย…แต่เลี่ยงไม่ได้เมื่ออีกฝ่ายมาเผชิญหน้า ประคองไหล่ของเขาให้ค่อย ๆ เอนตัวลงนอนไปกับเตียง…ความเย็นของผ้าชวนหนาวสั่น แต่ไอร้อนจากผิวกายของผู้ใหญ่กลับทำให้เขาอยากจมหายไปกับผ้าเย็น ๆ เสียตอนนี้

 

“สวยจริงๆ…” เสียงต่ำพร่าเอ่ยชมขณะถอดแว่นตาหนุ่มน้อยออก จุมพิตหน้าผาก แล้วลากไล้ริมฝีปากไปตามผิวแก้มนวล หยุดอ้อยอิ่งใกล้ปลายคาง  “…จูบได้ไหม”

 

นัยน์ตาสีฟ้าอมเขียวสั่นเครือ…แล้วปิดลง

 

จูบอุ่นร้อนแนบประทับลงมา…เคราแข็งข่วนผิวอ่อนไปตามลำคอจนถึงหน้าอก…อิกนิสหลุดเสียง อยากร้องไห้เมื่อถูกดูดดุนหัวนม…เขาไม่เคยคิดถึงจุดนั้นมาก่อนว่ามันจะน่าอับอายได้ขนาดนี้

 

ทุกครั้งที่มือเรียวจิกทึ้งหรือขยุ้มผ้าปู มือใหญ่จะคอยดึงออกให้ผ่อนคลายหรือไม่ก็พยายามให้โอบกอดแผ่นหลังกว้าง…หากอิกนิสไม่กล้า…กลัวเหลือเกินว่าจะเผลอฝากรอยแผลไว้บนร่างกายเจ้านาย

 

แม้จะหวาดกลัวแค่ไหน…แต่ร่างกายมนุษย์เต็มไปด้วยราคะเสมอ…ส่วนกลางที่ตื่นตัวของผู้เยาว์เบียดชิดแนบกับหน้าท้องแข็งแรง…เอวแกร่งแทรกขวางขาเรียวให้แยกกว้าง ปลายนิ้วสากหยาบเคลือบไปด้วยเจลลื่น สอดทาช่องทางเล็กให้ค่อย ๆ ขยายออก

 

ไม่อยากร้องไห้ หากน้ำตาทรยศมันไหลออกมาเองเมื่อถูกกระทำชำเรา…อิกนิสทึ้งผ้าปูเตียงแทบขาด เมื่อถูกตรึงเอวไว้แล้วสอดใส่เข้ามา

 

องค์ราชาทะนุถนอมคู่นอนอย่างสุดความพยายาม…หากคลื่นแห่งความใคร่ ส่งให้ต้องกดทับร่างข้างใต้ กระแทกกระทั้นเพื่อระบายตัณหาออก

 

น้ำหนักของร่างเบื้องบนบดขยี้ความไร้เดียงสา….มือหยาบปลุกปั่นไปทุกจุดกระสัน ทำลายความบริสุทธิ์ของผิวอ่อนบาง อิกนิสเหม่อมองเพดาน ปล่อยร่างกายให้โยกคลอนไปมา…นี่คือหน้าที่…ที่เขายอมรับเอาไว้

 

แล้วต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกรูดชักแก่นกายจนสำเร็จความใคร่…พร้อมกับน้ำอุ่นร้อนทะลักทลายใส่ด้านหลัง…เขาปิดตาลงอีกครั้งเมื่อท่านเรจิสพลิกกายลงนอนเคียงข้าง…หูได้ยินเสียงหอบหายใจหนักหน่วง…รู้สึกถึงริมฝีปากที่พร่างพรมไปทั่วกายและอ้อมกอดร้อนชื้นตรึงไม่ให้หนีไปไหน

 

หน้าที่ครั้งแรกของเขาจบลง…องค์ราชาอิ่มเอมและพอใจ…เขาทำดีแล้ว บอกย้ำกับตนเองในใจ

 

หากน้ำตากลับไหล…เหมือนขาดแคลนสิ่งใดไปบางอย่าง

 

-End-

 

  • …พรากผู้เยาว์ค่ะ
  • รู้สึกบาปมาก…. /ลูบหน้า
  • ความรู้สึกของอิกกี้นั้น…อธิบายยากจริง ๆ ค่ะ คือเขาข้ามขั้น ไม่ได้มีเซ็กซ์ด้วยความรัก ฮืออออ ก็คงรู้สึกว่าขาดอะไรไปนั่นแหล่ะ
  • เด็จป๋า…. /ปิดหน้า คะแนนดีมากค่ะ ฮือ
  • สู้เขานะ กลาดี้ในเนื้อเรื่องหลัก…
Advertisements

[YOI] Addicted. (Otabek x Yurio)

[YOI] Addicted. (Otabek x Yurio)

 

Macholu

 

PWP แบบอ่อนๆค่ะ…(///__///

 

ในโลกนักเลง บุหรี่คือเครื่องประดับ

 

ทว่า ในโลกของนักกีฬา บุหรี่คือของต้องห้าม

 

เพราะอยากเป็นนักเลงหรือยังไง นักกีฬาทีมชาติรัสเซียถึงสูบบุหรี่โดยไม่คำนึงถึงผลเสียของมัน

 

…และเป็นหน้าที่ของ ‘เพื่อน’ ที่จะต้องเตือน

 

“ยูริ…”  

 

โอตาเบคทักเมื่อมาถึงระเบียงของสนามซ้อม อากาศหนาวเย็น ลมพัดควันบุหรี่สะบัดเป็นเส้นพลิ้วไหว โอบรอบเส้นผมสีทองของยูริ…ดูเป็นภาพเหนือจริงสมกับฉายาแฟรี่ของเจ้าตัว

 

“ไง…”  คำทักที่เคยมีรอยยิ้ม ตอนนี้ไม่มีแล้ว…ดูเหมือนจะไม่พอใจอะไรอยู่ จึงคลายเครียดด้วยของบั่นทอนสุขภาพ

 

“นายเป็นอะไรไปหรือเปล่า” การอ้อมค้อมไม่ใช่นิสัยของหนุ่มคาซัคสถาน

 

“……”  ยูริโอะเหลือบมอง ก่อนจะเบนสายตาออกไปไกล “…เปล่า…”

 

โอตาเบคถอนหายใจ เดินเข้าไปใกล้แล้ววางมือลงบนบ่าเล็ก  “…ที่พลาดไปตอนซ้อมคงไม่ได้ทำให้นายคิดมากใช่ไหม”

 

“พลาดแค่นั้นใครเขาคิดมากกัน” เสียงหัวเราะดูแปร่งเมื่อผ่านควันระคายคอ

 

“แล้วนายสูบบุหรี่ทำไม” เช่นเคย คำถามตรงไปตรงมา

 

บุหรี่บนริมฝีปากขยับเล็กน้อย…ยูริโอะหันมาทั้งตัวในคราวนี้

 

“โจทย์ของ FP คราวหน้า…คือ ‘เสพติด’ น่ะ” คีบบุหรี่ออกมาถือด้วยท่านักเลง ซึ่งไม่เข้ากับปลายนิ้วเรียวเล็กเลย “ถ้าพูดถึงเสพติด…ก็ต้องเป็นพวกยาหรืออะไรประมาณนี้ไม่ใช่เหรอ”

 

โอตาเบคอึ้งไปหลายอึดใจ  “…เสพติดไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับของมึนเมาสักหน่อย”

 

“แล้วเกี่ยวกับอะไรล่ะ”  คิ้วบางขมวดยุ่งเหยิง

 

“อาหาร กิจกรรม สิ่งของ…หรือเสพติดทางความรู้สึกอะไรแบบนั้น”  อธิบายพลางยกมือขึ้นลูบท้ายทอย ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าอีกคนไม่เลิกทำหน้ายุ่ง “เช่น…บางคนบอกว่าเป็นพวกเสพติดการจูบ”

 

“เห? จูบเนี่ยนะ” คนฟังทำหน้าไม่เชื่อ จังหวะนั้นเองที่เผลอทำเถ้าบุหรี่หล่น กางเกงฝึกไม่ได้เป็นผ้าหนานัก แม้จะไม่ทะลุแต่ก็ร้อนวาบจนสะดุ้ง

 

โอตาเบคตกใจหน้านิ่ง รีบยื่นมือไปปัดสะเก็ดไฟออกให้อย่างทันที เขาสำรวจว่าอีกฝ่ายไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรด้วยการลูบไปมา….

 

“เอ่อ….”  ยูริโอะหน้าร้อนวาบ ร้อน…ร้อนยิ่งกว่าต้นขาที่โดนลวกเสียอีก

 

“อ๊ะ ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” กระแอมในลำคอ เหมือนเรียกสติตัวเอง

 

“อื้ม ไม่เป็นอะไร…”  ทวนคำทั้งที่ไม่จำเป็นด้วยความเก้อเขิน ทว่า…เรื่องที่จะคุยต่อก็ชวนอายไม่แพ้กัน “…เสพติดจูบเหรอ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยแฮะ”

 

“ลองไหม”

 

“หา? …ก็น่าลองนะ”  ยูริโอะเม้มปาก “แต่…แย่หน่อย ฉันไม่มีแฟน”

 

“สาว ๆ ที่รุมล้อมนายล่ะ” โอตาเบคเลิกคิ้วสูง

 

“ยัยพวกนั้น…แฟนคลับนะ จะไปทำไรแบบนั้นด้วยได้ไงเล่า” ส่ายหน้าอย่างสิ้นหวังก่อนจะจรดบุหรี่ชิดริมฝีปากอีกหน

 

จังหวะเดียวกับที่โอตาเบคยื่นมือมาหา…แวบแรกยูริโอะนึกว่าจะถูกแตะใบหน้า หากโอตาเบคทำเพียงแค่ใช้สองนิ้วคีบมวนบุหรี่ แย่งจากมือแล้วดีดทิ้งไปลงถังขยะพอดิบพอดี

 

อยากจะท้วงหรอกนะ ยูริโอะคิด แต่หมอนี่มันเท่เกินไปจนเผลอมองค้าง…

 

“บุหรี่ไม่เหมาะกับนักกีฬา นายไม่ควรทำลายปอดตัวเอง” แม้จะไม่ได้ดุ แต่เสียงต่ำ ๆ ก็ชวนให้เชื่อฟัง  

 

“รู้แล้วน่า…”  คนอยากเสพติดเบ้ปาก

 

“ถ้าอยากลอง…”  ปลายประโยคแผ่วไป ก่อนเสียงจะกลับมาสม่ำเสมออีกครั้ง “ลองกับฉันไหมล่ะ”

 

ยูริโอะทำตาโต  “ลองอะไร”

 

“จูบ ว่าจะทำให้เสพติดได้จริงรึเปล่า” โอตาเบคมองมาตรง ๆ ไม่หลบสายตา

 

“…กับ….กับนาย”  ถามอีกครั้งด้วยเสียงสั่นนิด ๆ

 

คำถามกลับนั้นมั่นคงกว่า “ตกลงหรือไม่ตกลง”  

 

…คำตอบคือการพยักหน้าเงียบ ๆ

 

———

 

แน่นอนว่าแม้จะเป็นเพียงการทดลอง แต่จูบกันตรงระเบียงสนามคงไม่ใช่เรื่องควรทำ

 

ดังนั้น เมื่อการซ้อมประจำวันจบลง โอตาเบคจึงพายูริโอะไปห้องพัก เพื่อจะ ‘ฝึก’ อีกอย่าง

 

หลังมื้อเย็นที่พยายามทำตัวเป็นปกติ โอตาเบคจึงเริ่มต้น…เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินตรงไปหาอีกฝ่าย

 

“พร้อมนะ” ถามด้วยเสียงเบากว่าปกติ

 

ยูริโอะทำตาโต ก่อนจะรีบหยิบบางสิ่งออกมาจากกระเป๋า “เดี๋ยว! ขอแปรงฟันก่อน”

 

โอตาเบคอึ้ง ก่อนจะนึกตามว่าพวกเขาเพิ่งทานอาหาร…  “โอเค ฉันก็ควรแปรงด้วยสินะ”

 

ระยะเวลาแห่งความประหม่าจึงยืดยาวออกไป และเปลี่ยนสถานที่ จากโต๊ะกินข้าวมาเป็นห้องน้ำ…สองคนยืนแปรงฟันคู่กัน อย่างกับโรงเรียนประถม

 

โอตาเบควางแปรง แล้วหันเข้าหาอีกคน เขยิบเข้าใกล้

 

ยูริโอะรีบถาม  “ด…เดี๋ยว ที่นี่เลยเหรอ”

 

“มัวแต่ย้ายไปมา ไม่ได้ทำกันพอดี”

 

เพราะหน้านิ่งมาตลอดจึงดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายจะรีบร้อนขนาดนี้ ยูริโอะแปลกใจ หรือเพราะอยากทดลองให้มันเสร็จ ๆ ไปเลยรีบ แต่ก็ไม่ติดใจถาม เพราะสติทั้งหมดใช้ไปกับการทำใจไม่ให้ตื่นเต้นเกินเหตุ

 

ส่วนสูงที่ห่างกันไม่มากทำให้แค่โน้มคอลงมา ริมฝีปากของโอตาเบคก็จ่ออยู่กับริมฝีปากสีอ่อนแล้ว…ลมหายใจที่ไล้ผ่านผิวหน้ากันเบา ๆ นั้นเจือกลิ่นมินต์ของยาสีฟัน

 

“เอาล่ะนะ…” โอตาเบคถาม

 

ขนาดนี้แล้ว อยากทำให้เสร็จ ๆ ไปไม่ใช่เหรอไง แล้วยังจะถามอะไรอีก ยูริโอะที่เป็นฝ่ายตั้งรับตลอดเริ่มฉุนขึ้นมา จึงเป็นฝ่ายยื่นหน้าเข้าไป…ชนปากตัวเองเข้ากับปากอีกฝ่าย

 

แล้วรู้สึกโดนใจ เมื่อได้เห็นโอตาเบคทำตาโตแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ยูริโอะบดริมฝีปากมากกว่าเดิม นี่เหรอจูบ…มันเพลินตรงไหนกัน ทำไมในหนังถึงดูเคลิ้มกันนัก

 

แล้วต้องสะดุ้งวาบ เมื่อลิ้นร้อน ๆ ของโอตาเบคพยายามแทรกเข้ามาระหว่างกลีบปาก จุดที่ถูกเลียเหมือนโดนไฟฟ้าช็อต…แต่ไม่เจ็บปวด กลับทิ้งความรู้สึกวาบหวามแล่นไปทั่วตัวแทน

 

และเมื่อเผยอปากด้วยความตกใจ อีกฝ่ายจึงรุกรานเข้ามาเต็มที่ ทั้งดูดดุนลิ้นเล็กและโลมเลียด้านใน…จุดหลังฟันหน้า…ยูริโอะไม่เคยรู้มาก่อนว่าเมื่อถูกสัมผัสแล้วจะสยิวซ่านแทบบ้า…

 

ความหวามไหวทำให้ต้องหลับตาหนี…แต่กลับรู้สึกถึงทุกอย่างได้แจ่มชัดกว่าเดิม…เสียงครางต่ำในลำคอของคนตรงหน้า ฟังคุกคามและเท่อย่างน่าเจ็บใจ โอตาเบคกอดเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ ฝ่ามือที่กึ่งลูบกึ่งบีบเคล้นช่วงเอวนั้น…เหมือนอีกฝ่ายกำลังห้ามใจไม่ให้ทำร้ายเขา

 

จูบ….ทำให้มึนเมาจริง ๆ ด้วย…หัวหมุนจนรู้สึกเหมือนจะเป็นลม ยูริโอะชกหน้าอกของคนตรงหน้าเป็นการเตือนว่าให้พอ

 

“…เป็นยังไง” โอตาเบคถามเมื่อถอนริมฝีปากออก…เหมือนอดใจไม่ไหวจึงจูบเบา ๆ ซ้ำอีกครั้ง ใบหน้าแดงจัดเหมือนออกกำลังมาเป็นชั่วโมงทั้งที่ความจริงเวลาผ่านไปไม่ถึงห้านาที

 

ฝ่ายยูริโอะ อาการหนักกว่า…ทั้งใบหน้าและผิวกายที่แดงจัด แข้งขาอ่อนยวบจนอาจจะลงไปกองกับพื้น ถ้าไม่มีแขนของอีกฝ่ายรวบกอดไว้  “ยังไงเหรอ…..สุด ๆ เลย เชื่อแล้ว ฉันเชื่อแล้ว…”

 

คำตอบนั้นทำให้คนฟังยิ้มอ่อนโยน “ดีกว่าบุหรี่เยอะ”

 

“อืม…”  ยูริโอะจับริมฝีปากตัวเอง…ตอนสูบบุหรี่เขารู้สึกเพียงรสเผ็ดซ่า แต่จูบให้ความรู้สึกรุนแรงกว่านั้นเยอะ…

 

…ปลายนิ้วเล็กถูกดึงออก แทนที่ด้วยจูบวาบหวามอีกครั้ง

 

“แย่แล้ว….” โอตาเบคถอนหายใจ ริมฝีปากยังคงคลอเคลียไม่ห่าง “ดูเหมือนฉันจะเสพติดแทน”

 

“…เจ้าบ้า”  ไม่นึกว่าคำด่าแรกจะได้ใช้กับเหตุการณ์นี้ ยูริโอะหัวเราะออกมา

 

ใบหน้านั้นทำให้คนถูกว่ามองค้าง…แววตาสั่น…ยูริโอะสบตาแล้วสะท้านตาม…อีกแล้ว…ท่าทางแบบนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

 

“ยังมีอีกอย่างนึง…อยากให้นายลอง”  โอตาเบคเอ่ยช้า ๆ

 

ประหม่า แต่อยากรู้ไม่แพ้กัน  “…อะไร…”

 

“เสพติดแฟน”

 

หัวใจของยูริโอะคงใกล้ระเบิดเต็มที มันเต้นแรงจนแผ่นอกของอีกคนที่แนบอยู่ยังรู้สึกได้

 

“ตกลง…หรือไม่ตกลง…”

 

คำถามเดิมของโอตาเบคกลับมาอีกครั้ง

 

และเมื่อคำตอบคือการพยักหน้าเพียงเบา ๆ จูบร้อนแรงจึงตามมา…

 

พวกเขาเสพติดกันและกันเสียแล้ว

 

-END-

 

  • โฮววววว ลังเลมากว่าคู่นี้ควรจะเริ่มเรื่องจากตอนเป็นเพื่อนหรือแฟน คือถ้าเพื่อนคงต้องเกริ่น แต่ถ้าแฟนก็พอร์นได้เลย—-  แต่…สุดท้ายก็ชอบคสพ.ที่พัฒนาจากเพื่อนไปเป็นแฟนมากกว่าค่ะ (///___///
  • ใน YOI นอกจากคู่บ้าออฟฟิเชียล คู่ซึงจูจู ก็มีคู่ลูกสาวและเขยคาซัคนี่ล่ะค่ะที่เราชอบแบบหนัก ๆ ฮาาาา
  • อีกคู่ที่ชอบแต่ไม่ค่อยได้กรี๊ดคือ คริสกับแฟนของเขา แต่…เนื่องจากไม่รู้ชื่อแฟน เลยเขียนลำบากค่ะ กร๊ากก ไว้ว่าง ๆ จะเขียนฟิคจั่วหัว ผัวคริส x คริส แล้วกันนะ X’D

[FFXV] Gladiolus. (Gladio x Ignis)

[FFXV] Duties. – 3 (Gladio x Ignis)

[FFXV] Duties. #Glanis – 3

 

Macholu

ตอนก่อน : 1 / 2

อ้างอิงเหตุการณ์และ TL ในช่วงอนิเมะ Brotherhood นะคะ ,,- -,,

และ มโนให้ในอาณาจักร Lucis ทำใบขับขี่ได้ตอนอายุ 18 เน้อ

อ้างอิงจากพรอมโต้ตอนเปิดเรื่องที่กำลังขับรถแบบเด๋อด๋ามือใหม่สุด ๆ ค่ะ XD

 

———

 

“พ่อน่ะ…เป็นราชาที่ดี”

น็อคทิสเอ่ยด้วยสายตาหม่น

“ดังนั้น ฉันถึงทั้งรักและเกลียดพ่อ”

 

———

 

นึกว่าจะเย็นเหมือนเครื่องแก้ว ริมฝีปากของอิกนิสร้อนจัดกว่าที่กลาดิโอ้คาดเดาไว้

 

เสื้อเชิ้ตซึ่งเคยเรียบตึงเสมอ ตอนนี้เริ่มยับย่นเมื่อแผ่นหลังบดเข้ากับขอบประตูรถ…ในวงแขนใหญ่ที่กั้นทางหนีนั้น อิกนิสพยายามเบี่ยงตัวหลบแล้วแต่ไร้ผล

 

คนรุกรานอาศัยน้ำหนักตัวที่มากกว่าปิดทางหนีเอาไว้…จูบช่ำชองไล่ต้อนหวังให้เคลิ้มตาม…แต่ดูเหมือนฝ่ายมัวเมาจะเป็นกลาดิโอ้มากกว่า…ริมฝีปากที่ชิงมานั้นนุ่มนวลและยั่วยวนเกินต้าน เขาเปลี่ยนมุมบดเบียด อิกนิสไม่ให้ความร่วมมือ ซ้ำยังเบือนหน้าหนีจนมุมปากกระแทกฟันหน้าของเขา

 

แล้วกลาดิโอ้ก็ต้องหยุด…เมื่อสัมผัสได้ถึงโลหะแหลมคมจ่ออยู่กึ่งกลางลำคอ…สายตาสองคู่ประสานกัน…ก่อนที่กลาดิโอ้จะยอมล่าถอย

 

เมื่อห่างออกมา จึงได้เห็นรอยช้ำก่ำเลือดอยู่บนมุมปากของอิกนิส…

 

“ฉันขอโทษ…”  สติกลับมาพร้อมความรู้สึกผิด

 

อิกนิสยังคงกดปลายปากกาหมึกซึมติดกับผิวหนังของอีกฝ่าย มืออีกข้างดันมือใหญ่ที่กุมเอวอยู่ออก…ลอบกลืนน้ำลายก่อนถาม  “นายทำแบบนี้ทำไม”

 

กลาดิโอ้มีคำตอบในใจ…เขาคงจะ ‘ชอบ’ คนตรงหน้า…แต่จะสรรหา ‘เหตุผล’ อะไรมาอธิบายความวู่วามที่ทำลงไปนั้น…ยากเหลือเกิน

 

ความเงียบไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น อิกนิสขมวดคิ้วแน่น “…หรือพอรู้ว่าฉัน ‘มีอะไร’ กับผู้ชายได้ นายก็เลยอยากลอง”

 

“ไม่ใช่!” คนถูกกล่าวหาเสียงดังอย่างลืมตัว “…โอเค…ฉันยอมรับว่าสติหลุดไปตอนรู้ความจริง…แต่”

 

นัยน์ตาสีฟ้าอมเขียวนั้น…มีทั้งแรงกดดันและเสน่ห์ชวนหลง…ถูกจ้องมองไม่วางตา…ไม่ยากเลยที่จะเผลอบอกความรู้สึกออกไป

 

“ฉันชอบนาย…”  กลาดิโอ้สารภาพ

 

และได้ปฏิกริยาตอบรับ เป็นดวงตาที่เปิดกว้างขึ้นคล้ายตกใจ

 

“ไม่มีเหตุผลเลย” อิกนิสดุเสียงเบา

 

“ฉันก็หาเหตุผลไม่ได้เหมือนกัน”

 

“งั้นมันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบ” คนเสียหายอ้าง

 

“ชั่ววูบแค่ไหน ก็คงไม่จูบผู้ชายด้วยกันหรอก”

 

ลมทะเลพัดผ่าน…เป็นข้ออ้างให้อิกนิสยกมือขึ้นปัดเส้นผมที่ปรกใบหน้า…เป็นโอกาสให้ซ่อนแววตาหวั่นไหวแม้เพียงชั่วคราว

 

“ฉัน…จะถือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น” ฝ่ายถูกล่วงเกินยอมถอยเสียเอง ยอมลดอาวุธลงมา

 

ทว่า กลาดิโอ้กลับคว้าข้อมือเพรียวเอาไว้แน่น

 

“นายไม่ได้จี้อยู่บนจุดตาย…เส้นเลือดใหญ่น่ะอยู่ที่นี่”  เขาลากมืออิกนิสให้จี้ปลายปากกาไปหยุดอยู่บนตำแหน่งที่บอก…ดึงเข้าหาลำตัวให้ปลายคมกดผิวหนัง  “แล้วจะให้ดี…อาวุธป้องกันตัวควรจะเป็นมีดสั้น…เวลาใช้ก็ไม่ควรจ่อด้วยปลายแหลมเพราะมันปัดออกง่าย…นายต้องใช้ด้านคมแนบกับลำคอให้แน่นๆ”

 

อิกนิสพยายามขืนมือออกโดยไม่ตั้งใจ

 

“ฉันจะไม่ลืม…”  กลาดิโอ้กดเสียงต่ำ  “ทั้งสิ่งที่ทำ และสิ่งที่บอก…ฉันหาเหตุผลเข้าท่ามาอธิบายไม่ถูก แต่ฉันเชื่อในความรู้สึกตัวเอง”

 

แววตาคนฟังสะท้านวูบ…เขาเองก็ชักจะหาคำอธิบายไม่ได้  “…นายไม่ควรทำแบบนี้เลย”

 

“ฮ่ะ…ฮ่ะ…ฮ่ะ…”  คนถูกต่อว่าหัวเราะประชดตนเองก่อนจะปล่อยข้อมือเพรียว เขยิบตัวเองกลับไปอยู่หลังพวงมาลัยรถ เหลือบเห็นคนข้าง ๆ ยังคงระแวงจึงยิ้มแห้ง ๆ ปลอบ “ฉันขอโทษจริงๆ…มื้อเย็นคงอดแน่นอน…เดี๋ยวจะขับไปส่งบ้าน—

 

อิกนิสพูดแทรกเสียงของกลาดิโอ้ ขณะที่เบือนหน้าไปนอกรถ  “ไปส่งฉันหน้าวัง”

 

บางจุดในอกของกลาดิโอ้เสียดลึก…เจ็บอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน

 

หากเขาจะทำอะไรได้ นอกจากทำตาม ‘หน้าที่’

 

———

 

แหวนแห่งลูซิไอส่งความเย็นเยือกมายังผิวนวลขาว เมื่อเจ้าของมือประคองใบหน้าของอิกนิสแล้วพิจารณารอยช้ำ

 

“ใครทำ” องค์ราชาเอ่ยเสียงต่ำ

 

“…แค่อันธพาลทั่วไปในเมืองครับ”  อิกนิสตอบ…บอกตัวเองว่าไม่ได้โกหกอะไร แค่เรื่อง ‘พาล’ ของใครบางคน ไม่ควรทำเป็นเรื่องใหญ่

 

“ไม่อยากให้เราเสียเวลาไปกับเหตุทะเลาะวิวาททั่วไปสินะ”  มือใหญ่โอบรอบบ่าเพรียว ดึงเข้ามาใกล้อย่างนุ่มนวล

 

“เพราะผมอ่อนด้อยฝีมือป้องกันตัวเองครับ” ตอบพลางรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก “เป็นความบกพร่องในฐานะราชเลขา…จะปรับปรุงตัวครับ”

 

ราชาเรจิสยิ้มบาง…ก้มลงมาจรดปลายจมูกกับข้างขมับคนในอ้อมแขน  “สมเป็นคนของเรา…”

 

อิกนิสพยักหน้าตอบรับ… ‘หน้าที่’ ของเขาคือไม่ทำสิ่งใดให้ระคายใจเหนือหัว

 

ด้วยความจงรักภักดีอย่างยิ่ง…

 

———

 

ไม่กี่วันหลังจากนั้น กลาดิโอลัส อามิซิเทีย ได้รับคำสั่งพิเศษจากองค์ราชาแห่งลูซิส

 

หน้าที่ใหม่ของเขาคือการช่วยฝึกซ้อมศิลปะป้องกันตัว ให้กับราชเลขา อิกนิส ซีเอนเทีย

 

TBC

 

  • ………..
  • โถ…กลาดิโอ้
  • ตอนนี้สั้นจุง คือความที่อยากสื่อมันหมดแล้ว กร๊ากกก ไว้ไปต่อยาว ๆ ตอนหน้านะคะ orz
  • หมายเหตุ ทรงผมของทุกคนในเรื่อง อ้างอิงช่วงอนิเมะ BH นะคะ อิกนิสจะยังหัวไม่ตั้ง กลาดิโอ้ก็ยังเป็นเกรียนทหารอยู่เน้อ คาดว่ากว่าจะเปลี่ยนทรงก็คงใกล้ ๆ ก่อนเดินทางตามเนื้อเรื่องเกมแหล่ะ

[FFXV] Duties. – 2 (Gladio x Ignis)

[FFXV] Duties. #Glanis – 2

Macholu

อ้างอิงเหตุการณ์และ TL ในช่วงอนิเมะ Brotherhood นะคะ ,,- -,,

และ มโนให้ในอาณาจักร Lucis ทำใบขับขี่ได้ตอนอายุ 18 เน้อ

อ้างอิงจากพรอมโต้ตอนเปิดเรื่องที่กำลังขับรถแบบเด๋อด๋ามือใหม่สุด ๆ ค่ะ XD

———

“ฉันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน”

เป็นคำนิยามสามัญของข้าราชการแห่งอาณาจักร

แต่เมื่อคนกล่าวประโยคนั้นคือ อิกนิส

กลาดิโอ้กลับรู้สึกร้าวลึกในอก

———

 

เมื่อขึ้นชั้นไฮสคูลแล้ว น็อคทิสย้ายออกจากวังมายังห้องพักส่วนตัวใกล้สถานศึกษาแห่งใหม่…เหตุผลที่แท้จริงในการย้ายที่พักไม่ใช่เพราะความใกล้ แต่เป็นเพราะอยากย้ายออกมาให้ไกลวังหลวงซึ่งดูน่าอึดอัดในสายตาของวัยรุ่น

 

แม้จะมีอิสระล้นเหลือต่างจากในวัง หากมีไม่กี่อย่างที่ยังตามติด…

 

“เอ้า!!! ไม่มีแรงโจมตีกลับแล้วหรือไง!!!”

 

แม้คอนโดมิเนียมของน็อคทิสจะกว้างยิ่งกว่าบ้านเดี่ยวของคนธรรมดา แต่เสียงคำรามของกลาดิโอ้ก็ยังดังคับห้อง ดีที่ว่าผนัง พื้น เพดานทุกส่วนบุวัสดุกันเสียงชั้นดี ไม่อยากนั้นห้องอื่น ๆ คงย้ายหนีจนหมด

 

“นายเล่นไม่เปิดช่องให้ฉันโจมตีนี่หว่า!!!” เจ้าชายผู้ยังสวมชุดเครื่องแบบนักเรียนตะโกนตอบ เกรทซอร์ดทำจากไม้ดูใหญ่ยักษ์เมื่อเทียบกับขนาดตัว น็อคทิสกวัดแกว่งมันไปมาต้านทานคู่ต่อสู้

 

“เปิดช่องให้โจมตีจะเรียกว่าฝึกได้ยังไง!!!” ครูฝึกมีน้ำโหจากคำพูดงี่เง่า จึงจงใจฟาดแรงเข้าใส่มากกว่าปกติ

 

น็อคทิสตั้งการ์ดรับได้ทัน หากแรงปะทะมากเกินจะทานไหว เขากระเด็นไปด้านหลัง กระแทกถูกโซฟาจนพลิกคว่ำ คนเสียท่ารีบร้องห้าม “หยุด!!! หยุดก่อนกลาดิโอ้!!!”

 

อยากจะแกล้งต่อให้สมกับที่กล้าโดดซ้อม หากเมื่อเห็นว่าลูกศิษย์สิ้นท่าจริงจังจึงยอมรามือ “ปวกเปียกชะมัด ให้หยุดทำไม”

 

“ต้องหยุดเด้! โซฟาล้มหมดแล้ว ไม่รู้พื้นเป็นรอยรึเปล่าด้วย” เจ้าชายน้อยผู้ร่ำรวย ปกติไม่เคยห่วงเรื่องความเสียหายของทรัพย์สิน เว้นแต่… “เดี๋ยวอิกนิสมาเห็น โดนสวดยาวแน่”

 

ชื่อที่ได้ยินนั้น ทำเอากลาดิโอ้กลั้นหายใจ…

 

เขาไม่ได้พบหน้าอิกนิสมาพักใหญ่แล้ว

 

…แน่นอนว่าต้นเหตุไม่ใช่เพราะเหตุการณ์ชวนกระอักกระอ่วนใจระหว่างองค์ราชากับราชเลขาวัยเยาว์ แต่เป็นเพราะความเอาแต่ใจของน็อคทิสต่างหาก เจ้าหมอนี่ย้ายออกมาอยู่คนเดียว ถึงเวลาซ้อมต่อสู้จึงจะไปยังสนามฝึกของวัง ต่างกับสมัยก่อนที่เขามักจะเดินไปตามถึงห้องเรียนพิเศษที่อิกนิสดูแลอยู่

 

เมื่อไม่มีเจ้าชายเป็นตัวกลาง จึงยากที่จะตามหาอีกคน…

 

“อิกนิส…”  กลาดิโอ้แอบกระแอมในลำคอเล็กน้อย  “มาที่นี่ด้วยเหรอ”

 

“แรก ๆ ก็ไม่มา” น็อคทิสตอบขณะเหนี่ยวโซฟาให้กลับมาตั้งดังเดิม  “แต่หลัง ๆ มาแทบทุกวัน”

 

คนฟังหัวเราะหึ  “นายต้องทำเรื่องอะไรแน่นอน”

 

“อย่าใส่ร้ายกันน่า” คนถูกกล่าวหาหัวเราะ  “แค่มีครั้งหนึ่งเขาเอาเอกสารราชการมาให้ แล้วบังเอิญเห็นกองอาหารกล่องกับ…สภาพห้องของฉัน หลังจากนั้นเขาเลยแวะมาบ่น ทำความสะอาด แล้วก็ทำอาหารให้”

 

“อย่างนี้ก็แทบไม่ต่างกับตอนนายอยู่ในวังเลยนี่หว่า” กลาดิโอ้หัวเราะลั่น

 

“ใช่ซี่…”  น็อคทิสถอนหายใจยาว “เหมือนเป็นแม่จริง ๆ”

 

คนหัวเราะปิดปากทันใด

 

ก่อนจะเกิดความเงียบระหว่างบทสนทนาจนน็อคทิสผิดสังเกต เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น…โดยไม่ต้องมีใครขานรับ กุญแจสำรองสอดเข้ามาแล้วไขเปิด

 

อิกนิสมาถึงพร้อมถุงกระดาษใส่วัตถุดิบทำอาหาร เขาเลิกคิ้วเรียวขึ้นเมื่อพบว่าเจ้าของห้องไม่ได้อยู่คนเดียว  “กลาดิโอ้? ไม่เจอกันนานนะ”

 

“โอ๊ส…”  คนถูกทักยกยิ้มที่มุมปากข้างหนึ่ง

 

น็อคทิสยืนนิ่ง ไม่ทักทาย

 

“หืม…” อิกนิสเก็บกุญแจใส่กระเป๋ากางเกง แล้วยกมือขึ้นดันแว่นเบา ๆ  “โซฟาเคลื่อนออกจากที่ตั้งนะ พรมด้านใต้ก็ยับย่น…แล้วนั่นรอยขูดขีดอะไรบนหนังหุ้มเบาะ”

 

“ชิ…”  เจ้าชายเดาะลิ้น ก่อนจะชี้ราชองครักษ์  “ไม่ใช่ความผิดฉันนะ กลาดิโอ้ต่างหาก อยู่ดี ๆ ก็มาให้ซ้อมดาบในห้อง”

 

คนถูกกล่าวหาไม่สะเทือน  “ฉันจะไม่บุกมาถึงที่ ถ้านายไม่โดดซ้อม”

 

“โดดซ้อม…”  สายตาคมกริบของอิกนิสจับจ้องนักเรียนจอมขี้เกียจทันที

 

น็อคทิสรู้ตัวว่าพ่ายแพ้แล้ว…  “ขอโทษ…ก็วันก่อนมีเล่นกีฬาที่โรงเรียน ฉันเหนื่อยนี่นา”

 

“ไม่ใช่เหตุผลที่ดีเท่าไหร่เลยนะ”  ราชเลขาเดินตรงเข้าไปในครัว วางถุงกระดาษ เริ่มจัดข้าวของเข้าที่โดยที่ปากยังขยับไม่หยุด  “ฉันเข้าใจว่านายเหนื่อยนะน็อค แต่ถึงยังไงก็ควรจะบอกกลาดิโอ้ ไม่คิดบ้างเหรอว่านายทำให้เขาเสียเวลาโดยใช่เหตุที่ต้องรอนาย ควรจะมีความรับผิดชอบให้มากกว่า แล้วที่รู้สึกเหนื่อยนี่ เพราะตอนกลางคืนไม่ค่อยนอนหรือเปล่า เอาเวลาไปทำอะไรหมด เอกสารราชกิจที่ฉันส่งให้นายก็ไม่ค่อยอ่าน การบ้านล่ะ—–

 

“กลาดิโอ้……”  น็อคทิสพูดตัดคำบ่นยืดยาวของอิกนิส เขาเดินไปหาดาบไม้ขนาดยักษ์ที่อีกฝ่ายถืออยู่  “เอาดาบฟาดหัวให้ฉันสลบไปที”

 

แทนคำขอนั้น กลาดิโอ้ระเบิดหัวเราะอัดหน้าอย่างไม่มีความเกรงใจ เขายกมือขึ้นขยี้หัวเจ้าชายจนยุ่งเหยิง

 

“อิกนิส ฉันให้หมอนี่ซ้อมจนพอใจแล้ว” กลาดิโอ้ส่งยิ้มกว้างพร้อมคำขอร้อง  “นายปล่อยน็อคไปอาบน้ำนอนเถอะ เขาสำนึกผิดแล้วน่า”

 

คนถูกขออ้าปากเหมือนอยากจะเถียง แต่เมื่อเห็นสภาพอิดโรยของน็อคทิสแล้ว จึงได้แต่ถอนหายใจ  “…เอาเถอะ…แต่อาบน้ำเสร็จ ออกมาท่องจำประมวลกฎหมายใหม่ก่อนแล้วค่อยนอน”

 

“ขอ…รับ…เจ้า…นายยยย”  น็อคทิสปรือตา เดินโซเซหายเข้าห้องน้ำไป

 

เมื่อไร้เจ้าชาย…บรรยากาศในห้องก็เงียบสงบ

 

กลาดิโอ้อยากจะชวนคุย แต่เห็นว่าอิกนิสกำลังง่วนอยู่ในครัว เขาจึงเลี่ยงไปนั่งบนโซฟา…จากสมัยก่อนที่ราชเลขามักจะทำขนมมาให้น็อคทิสบ่อย ๆ และคำบอกที่ว่ามาทำกับข้าวให้ เขาจึงอยากเห็นอีกฝ่ายตอนทำอาหารสักครั้ง

 

แต่แล้วต้องผิดหวัง เมื่ออิกนิสหยิบสิ่งสุดท้ายออกมาจากก้นถุง…เป็นอาหารปิ่นโตสำเร็จรูป…เมื่อจัดวางเรียบร้อยพร้อมทานแล้ว ทำท่าจะเก็บของอย่างอื่นกลับ

 

“เฮ้!”  กลาดิโอ้เรียกไปโดยไม่รู้ตัว ยิ้มเก้อ ๆ เล็กน้อยขณะหาคำพูดต่อ “วันนี้…ไม่ทำอาหารเหรอ”

 

“ถ้าปกติก็จะทำ” อิกนิสตอบ “…แต่น็อคอยากกินเมนูของร้านนี้ เลยซื้อมาให้”

 

ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า แต่แววตาของคนตรงหน้าดูหงอยเหงาที่ไม่ได้ลงมือปรุงเอง

 

กลาดิโอ้เม้มปากลอบยิ้ม…รู้สึกว่าอีกฝ่าย…น่ารัก…

 

เมื่อเริ่มคุยได้แล้ว ไม่ควรปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป “นายมาหาเจ้าน็อคมันบ่อยเหรอ”

 

“…เจ้านั่น….”  คราวนี้สีหน้าของอิกนิสดูอึมครึมขึ้น “ปล่อยไม่ค่อยได้น่ะ เดี๋ยวนี้ชักเหลวไหลใหญ่แล้ว ไม่ได้สม— ”

“ไม่ได้สมเป็นเจ้าชายเลยสักนิด”  กลาดิโอ้ช่วยเสริมให้

 

นัยน์ตาสีฟ้าอมเขียวเหลือบมองคนพูด ก่อนจะอมยิ้มมุมปาก  “ใช่”

 

…ทำไมถึงได้….กลาดิโอ้สรรหาคำบรรยายสภาพจิตใจต่อคนตรงหน้าไม่ถูกแล้วในขณะนี้

 

กำลังปั่นป่วนได้ที่จนต่อบทสนทนาไม่ได้ อิกนิสก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน  “น็อคอาบน้ำนานผิดปกติแฮะ”

 

“เหรอ…”  กลาดิโอ้ตอบรับ ก่อนจะฉุกคิดอะไรได้ “เดี๋ยวนะ เจ้านั่นน่ะเคย….”

 

ยังพูดไม่ทันจบประโยคดี ราชองครักษ์ก็ลุกขึ้น สาวเท้าตรงไปทางห้องน้ำทัน

 

และเป็นไปตามคาด กลาดิโอ้เกาท้ายทอยซึ่งไว้ทรงผมสั้นเกรียนดังแกรก ๆ  “เจ้าบ้านี่ หลับจริง ๆ ด้วย!”

 

อิกนิสตามมา จึงได้เห็นเจ้าชายนอนหลับอยู่คาอ่าง สภาพยังไม่ได้ถอดเสื้อผ้าหรือทำความสะอาดร่างกายส่วนไหน  

 

กลาดิโอ้เห็นสีหน้าบูดบึ้งของราชเลขา รู้ตัวว่าถ้าปล่อยไว้น็อคทิสคงชะตาขาด เขาจึงช้อนตัวขี้เซาขึ้นมาพาดบ่า รีบพาไปยังห้องนอน โยนลงบนเตียงทั้ง ๆ แบบนั้น…น็อคยังคงหลับสนิท

 

อิกนิสตามมาติด ๆ กำลังจะอ้าปากพูด แต่กลาดิโอ้ยกมือห้ามเอาไว้ ทำสีหน้าขอร้องแทนลูกศิษย์  “ปล่อยเขาไปเถอะ วันนี้ฉันผิดเองที่บุกมาบังคับให้เขาซ้อมจนหมดแรง”

 

นัยน์ตาใต้กรอบแว่นอ่อนลง ก่อนจะพยักหน้า สองคนจึงพากันเดินออกมาจากห้องนอนเงียบ ๆ

 

อิกนิสหยิบกระเป๋าเอกสารขึ้นมาถือ เพราะวันนี้คงไม่ได้ใช้งานแล้ว คว้ากุญแจห้องใส่กระเป๋ากางเกง ตรงไปยังประตูห้อง

 

“เดี๋ยว” กลาดิโอ้ตามมาทัน “ฉันกลับด้วย”

 

คนฟังทำหน้างงว่าทำไมต้องขอ แต่ก็ตอบรับ “อืม”

 

สองคนลงจากลิฟต์อาคารสูง เมื่อประตูเปิดออกกลาดิโอ้จึงสรรหาคำถามได้  “นาย…กลับยังไง”

 

“แท็กซี่” อิกนิสตอบสั้น

 

“กลับกับฉันไหมล่ะ” กลาดิโอ้ล้วงกุญแจรถออกมา “วันนี้ฉันเอารถมา”

 

“เอ๊ะ นายทำใบขับขี่แล้วเหรอ” รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฎบนใบหน้า “ของฉันปีหน้าถึงจะทำได้”

 

“ใช่ ไปประเมินฝีมือให้หน่อยได้ไหม” ขยิบตาแถมท้าย…ท่าพิฆาตที่ทำให้สาว ๆ ทั้งหลายกระโจนขึ้นตักมานักต่อนัก

 

แต่ต้องลุ้นผลลัพธ์เหลือเกิน เมื่อใช้กับอิกนิส กลาดิโอ้ยิ้มค้าง

 

ราวกับเวลาไหลอืดขึ้นหลายเท่าในที่สุดคนถูกถามก็ตอบ “ได้สิ เผื่อน็อคต้องอาศัยรถนายกรณีฉุกเฉิน”  

 

เยส…กลาดิโอ้ร้องในใจ

 

———

 

แม้จะยังอายุไม่มาก หากสวัสดิการและเงินเดือนของราชองครักษ์นั้นหรูหราใช่ย่อย รถสปอร์ตคันโตจึงเป็นพาหนะแรกที่กลาดิโอ้เลือกซื้อด้วยตนเอง แต่งสีน้ำตาลเข้มสลับขอบเงินทั้งคัน

 

อิกนิสแทบจมหายลงไปกับเบาะกว้างขวาง เขานั่งมองสองข้างทาง คุยกับเจ้าของรถบ้างสั้น ๆ เพราะไม่อยากรบกวนสมาธิของมือใหม่…ซึ่งเป็นเรื่องดี เพราะกลาดิโอ้นั้นเกร็งไม่น้อยกับประสบการณ์บนถนนจริง ขามาเขาไม่เกร็งเท่าขากลับ เหตุผลเพราะมีใครบางคนนั่งข้าง ๆ หากขับไม่ดี…รับรองติดลบ

 

ส่วนคนประเมิน ลอบขำในใจ อันที่จริงเขาไม่ได้เคร่งตามเหตุผลที่บอกไปก่อนขึ้นรถหรอก หวังจะให้คนขับผ่อนคลาย จึงชวนคุยเรื่องอื่น

 

“สะดวกดีนะ มีรถเป็นของตัวเองแล้ว”  

 

“ก็…ไม่เชิงหรอก ปกติฉันไม่ค่อยได้ขับไปไหน” โกหกคำโต แค่ออกรถวันแรก เบาะข้างก็มีสาวสวยนั่งแล้ว

 

“ฉันน่ะ อยากมีรถไวๆ” อิกนิสเปรย  “จะได้สะดวกขึ้น เวลาซื้อของเยอะๆ”

 

กลาดิโอ้ขำพรืด

 

อิกนิสเหล่มอง

 

“ไม่ได้ขำแบบตลกนะ…ขำเพราะ…สมเป็นนายดี”  คนขำรีบแก้ตัว

 

“อืม…” คนถูกขำพยายามปล่อยไป ยังไงก็อาศัยรถเขานั่ง

 

“จะว่าไป อยากไปไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า” กลาดิโอ้รีบเปลี่ยนเรื่อง

 

“ไม่นี่ กะว่าจะกลับบ้าน—-”  พูดได้ไม่จบ เมื่อรถเลี้ยวไปในทิศทางที่ไม่ใช่ทางหลัก  “เฮ้ จะไปไหนน่ะ”

 

“ถ้าจะกลับบ้าน ไปกินข้าวกับฉันดีกว่า”  หน้าด้าน หน้าด้านมาก แต่ก็ดันหมุนพวงมาลัยไปแล้ว

 

“ไม่ได้บอกซักคำว่าจะไป”  อิกนิสเลิกคิ้วช้า ๆ

 

“ถ้าบอกนายก็ปฏิเสธน่ะสิ”  อันนี้หลุดออกไปจากใจคิดจริง ๆ การที่ต้องตั้งสมาธิทั้งขับรถและชวนคนข้าง ๆ ด้วยเนี่ย มันเหนื่อยสมองนะ

 

ผู้โดยสารทบทวนในใจว่าวันนี้ไม่มีธุระแล้ว จึงตอบรับ  “โอเค ไปก็ไป”

 

กลาดิโอ้ผิวปากหวืออย่างอารมณ์ดี…ตอนนี้แม้แต่แสงไฟจากป้ายร้านค้ายังดูเพลิดเพลินใจ…เขานึกได้แล้วหมุนพวงมาลัยออกห่างจากเมืองมากขึ้น พาอีกคนยังไปยังจุดที่สามารถเห็นตะวันตกดินได้ชัดเจนกว่าในเมือง

 

 อิกนิสทอดสายตาไปตามทิวทัศน์ ก่อนจะรู้สึกตัวว่าควรชวนอีกคนคุยบ้าง จึงถามพลางชี้ปุ่มบนแผงควบคุม   “รถคันนี้เปิดประทุนได้ด้วยเหรอ”

 

“ใช่แล้ว กำลังนิยม” กลาดิโอ้กดปุ่มทันที

 

กระจกทุกบานถูกลดลง หลังคาแยกออกจากกันแล้วพับเก็บอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหายลับไปยังด้านหลัง

 

“เจ๋งดี”  อิกนิสเอ่ยชม  “เหมือนกับที่เคยเห็นเลย”

 

“นายเคยนั่งรถเปิดประทุนแบบนี้เหรอ”  กลาดิโอ้เลิกคิ้วสูง เขามั่นใจว่ารถรุ่นนี้ล้ำกว่ารุ่นทั่วไปแล้ว

 

“เคยสิ” เสียงนั้นรื่นรมย์  “ระบบเหมือนเรกัลเลีย”

 

เรกัลเลีย

 

รถของท่านเรจิส

 

กลาดิโอ้เงียบ…ตะกอนใจเมื่อเดือนก่อนถูกกวนขึ้นมาจนขุ่นข้น…เขาลอบมองคนข้างกาย…มองมือขาวที่กำลังปัดผมให้พ้นจากใบหน้า…อิกนิสในรถเรกัลเลีย…นั่งกับใครไม่ต้องเอ่ย

 

สายลมที่เคยพัดแรงค่อย ๆ อ่อนลงเมื่อรถชะลอเข้าสู่ข้างทาง…อีกไกลกว่าจะถึงที่หมาย แต่รถจอดแล้ว

 

อิกนิสเบิกตาขึ้นเล็กน้อย เมื่อคนขับหันมาเผชิญหน้ากับเขาทั้งตัว

 

“อิกนิส…คือว่า….”  กลาดิโอ้รู้สึกแหบแห้งในลำคอ…เหมือนสิ่งที่คาอยู่ในอกค่อย ๆ ดันขึ้นมา แย่งชิงอากาศและพื้นที่เปล่งถ้อยคำ  “นาย…กับท่านเรจิส”

 

ผิวที่ขาวราวกับเครื่องเคลือบเนื้องาม…ดูซีดเผือดลงไปเมื่อได้ยินคำถาม

 

“…วันนั้นสินะ….” อิกนิสพอจะระลึกได้ เขารู้สึกถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของเพื่อนไม่สนิทเช่นกัน…หากสิ่งที่ทำได้ มีเพียงการยิ้มบาง ๆ “…เป็นอย่างที่นายเข้าใจแหล่ะ”

 

“ทำไม…”  ทำไมต้องมายุ่งกับราชเลขา ทำไมต้องมายุ่งกับคนใต้บังคับบัญชา ทำไมต้องมายุ่งกับ…คนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนของลูกชาย…ทำไมต้องมายุ่งกับเด็กหนุ่มอ่อนวัยกว่า…

 

ปลายนิ้วขาวดันแว่นขึ้น ซ่อนแววตาจากคนตรงหน้าแม้เพียงเสี้ยวนาที “เป็นหน้าที่ของฉัน…ราชเลขาต้องชำนาญการในหลายสิ่งและเกื้อหนุนเหนือหัวเสมอ”

 

“แต่นาย…ไม่ควรอยู่ในสถานะนั้น!” คำสุดท้ายเผลอกระแทกออกไปอย่างอัดอั้น

 

อิกนิสเลิกคิ้วช้า ๆ …

 

“แต่ท่านเรจิส…ไม่มีใครอื่น…”

 

ขอแค่มีสัมพันธ์กับคน ๆ เดียว จะเป็นใครก็ได้อย่างนั้นเหรอ

 

กลาดิโอ้รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งหน้าผากด้วยความไม่พอใจ

 

ความกดดันนั้น อิกนิสรู้สึกได้และหวั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน…เขาอับอายที่ต้องเฉลยความสัมพันธ์ให้เพื่อนไม่สนิทรับรู้…และ…รู้สึกปั่นป่วน…รู้สึกผิดโดยไม่รู้สาเหตุ

 

“เรา…กลับกันดีกว่าไหม”  ราชเลขาวัยเยาว์หันมองไปทางอื่น แสร้งมองดินฟ้าอากาศ…หลบสายตาร้อนราวกับลวกผิวที่จ้องมองมา

 

เพราะเป็นถนนใกล้ทะเล จึงเกิดลมพัดกรรโชกมาวูบใหญ่ คอเสื้อเชิ้ตของอิกนิสขยับเคลื่อน เผยผิวที่ถูกบิดบังอยู่

 

มีรอยแดงจาง ๆ ประทับอยู่บนนั้น

 

กลาดิโอ้ยื่นมือออกไป สัมผัสรอยสีอ่อนบริเวณซอกคอคนตรงหน้า อิกนิสสะดุ้งเฮือก หากไม่อาจตอบโต้อะไรได้อีกแล้ว

 

เพราะร่างใหญ่โน้มเข้าไปหา บดเบียดจูบ คุกคามโดยไม่ให้ตั้งตัว

 

TBC

 

  • แง้ว…
  • อย่าเพิ่งคิดว่าท่านเรจิสเป็นคนเลวนะคะ…คือ…เป็นราชาที่ดีแหล่ะ กับอิกนิสแม้จะเกินเลย แต่ก็คงปฏิบัติด้วยแบบดี
  • อิป๊าสิ ที่อาจจะไม่ดี….
  • เปนชู้—
  • ฝ…ฝากติดตามต่อด้วยนะคะ ความสัมพันธ์ของคู่นี้จะพัฒนาไปเรื่อย ๆ มีสวิงสวายบ้าง แต่จบดี แฮปปี้แน่นอน TvT

[FFXV] Duties. – 1 (Gladio x Ignis)

[FFXV] Duties. #Glanis – 1

Macholu

 

อ้างอิงเหตุการณ์และ TL ในช่วงอนิเมะ Brotherhood นะคะ ,,- -,,

 

———

“หนี…ไปกับฉัน”

อามิซิเทีย คือตระกูลของนักรบ พวกเขาไม่มีวันหนี ไม่มีวันพ่าย

อิกนิสจึงแทบไม่เชื่อ เมื่อคำนั้นเอ่ยโดยกลาดิโอลัส

———

 

สิบแปดปี คือช่วงอายุหัวเลี้ยวหัวต่อ…แม้จะสับสนกับการเลือกอนาคตว่าจะเป็นผู้ใหญ่แบบไหน แต่ความเยาว์วัยทำให้ทุกอย่างดูมีชีวิตชีวา…อิสระเสรี

 

เว้นเสียแต่ในวัยสิบแปดปีนั้น ได้ถูกกำหนด ‘หน้าที่’ เอาไว้ตั้งแต่เกิด

 

ในห้องบัลลังค์แห่งลูซิสเมื่อหลายปีก่อน…กลาดิโอ้ได้พบกับอิกนิสเป็นครั้งแรก…พวกเขายืนคู่กันโดยปราศจากการสนทนา ต่างคนต่างขานรับ ‘ปฎิญาณ’ ต่อราชวงศ์

 

พันธะที่ผูกพวกเขาเข้าหากัน คือเจ้าชายองค์น้อย…ในเมื่อมีเจ้านายคนเดียวกัน ใครบางคนเอ่ยแซวอย่างติดตลกไว้ ว่าตระกูลอามิซิเทียและตระกูลซีเอนเทียเหมือนถูกคลุมถุงชน ต้องอยู่กันไปจนตาย

 

หากเป็นหน้าที่คงต้องทำ แต่กลาดิโอ้ไม่เคยคิด…ว่าจะสนิทกับคนหน้านิ่งได้มากนัก

 

พวกเขาไม่ค่อยมีเรื่องให้พูดกัน ถ้าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ ‘น็อคทิส’

 

….

………

………….

 

แม้ประตูจะเปิดกว้างอยู่แล้ว แต่กลาดิโอ้เลือกจะเคาะลงบานไม้เบา ๆ เมื่อเห็นว่านอกจากน็อคทิสแล้ว ยังมีอิกนิสอยู่อีกคน

 

“ถึงเวลาซ้อมมือกับนายแล้วเหรอ” เจ้าชายน้อยน่าเอ็นดูในอดีต เติบโตเป็นเด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าง่วงซึมได้อย่างไรก็ไม่ทราบ  “งดได้ไหม”

 

“อยากเพิ่มเวลาใช่ไหม ได้…” กลาดิโอ้แสยะยิ้ม

 

“ไม่งดก็ไม่งด ไม่ต้องเพิ่มเวลา” น็อคทิสลุกขึ้นจากโซฟา ปล่อยปึกกระดาษในมือลงกับพื้นโต๊ะหินอ่อนหรู

 

“…นี่เอกสารราชการนะ ใส่ใจหน่อย”  อิกนิสขมวดคิ้ว

 

“อ่า…ทำหน้าบึ้งมาก ๆ ถึงได้แก่ก่อนวัยยังไงล่ะ” เจ้าชายยิ้มบาง ดูเหมือนการได้ทำอะไรขัดใจราชเลขา จะเป็นความบันเทิงเล็ก ๆ แบบหนึ่ง

 

อิกนิสไม่ต่อปากต่อคำ เขาก้มลงหยิบเอกสารมาจัดให้เขาที่ ก่อนจะเอ่ยปาก “ขนมล่ะ เป็นยังไงบ้าง”

 

น็อคทิสหยุดคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ “…ยังไม่ใช่รสชาติที่เคยกิน นี่มันหวานน้อยเกินไป”

 

ราชเลขาพยักหน้า “จะจำไว้…”

 

กลาดิโอ้เหลือบมองจาน ขนมทาร์ตสีเหลืองนวลประดับด้วยครีมและเกล็ดน้ำตาล ดูน่ากินขนาดนั้น ยังไม่ถูกปากเจ้าชายอีก

 

“ไปกันเถอะกลาดิโอ้” น็อคทิสถอดเสื้อนอกออก ทำท่าจะโยนลงพื้น

 

อิกนิสเอ่ยดักทาง “อย่างน้อยก็แขวนกับราวไม้”

 

เจ้าชายลอบยิ้มกวน ทว่า ยังไม่ทันได้ปล่อยมือจากเสื้อสูท เสียงของเจ้าหน้าที่ในวังก็ดังมาเสียก่อน

 

“ท่านน็อคทิส องค์ราชาเรจิสเดินทางกลับมาถึงแล้วครับ”

 

มือของเจ้าชายกำเสื้อแน่นขึ้น ก่อนจะตวัดขึ้นสวม

 

กลาดิโอ้มองพลางคิดในใจว่าวันนี้คงได้งดซ้อมจริง ๆ …จังหวะเดียวกับเกิดสายลมวูบหนึ่ง เมื่อใครอีกคนตรงมาหาน็อคทิส ช่วยดึงรอยยับบริเวณไหล่เสื้อให้เข้าที่

 

“ถึงได้บอกไงว่าให้เบามือกับสูทหน่อย” สอนด้วยน้ำเสียงระอา

 

“ครับ ๆ …คุณแม่…” เจ้าชายโคลงหัวไปมา “จะไปพบพ่อพร้อมกันไหม”

 

อิกนิสไม่ตอบ ตีความได้ว่ายังไม่พร้อม

 

แม้จะดีใจที่ไม่ต้องซ้อมให้เหนื่อย แต่น็อคทิสยังมีมารยาทพอ “โทษทีนะกลาดิโอ้”

 

“ช่วยไม่ได้…แต่อย่าลืมฝึกกล้ามเนื้อก่อนนอนล่ะ ไม่อย่างนั้นวันซ้อมนายได้ตายแน่” ราชองครักษ์พ่วงครูฝึกยกมือขึ้นขยี้หัวเจ้าชาย

 

“กลาดิโอ้…พอได้แล้ว”

 

เจ้าของเลิกคิ้วสูง มองอิกนิสดันมือเขาออกจากหัวน็อคทิส และจัดทรงผมให้เจ้าชาย…เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่อีกฝ่ายเรียกชื่อ

 

บอกแล้วว่าถ้าไม่มีเรื่องเกี่ยวข้องกับน็อคทิส พวกเขาแทบจะไม่มีเรื่องให้คุยกัน

 

…และนั่นก็ทำให้กลาดิโอ้เคืองอยู่ไม่น้อย

 

น็อคทิสออกจากห้องไปแล้ว อิกนิสเมื่อส่งเจ้าชายเสร็จก็เดินย้อนกลับไปยังโต๊ะหินอ่อน ลงนั่งบนโซฟาแล้วเริ่มเก็บเอกสารกองใหญ่ที่กระจายอยู่เต็ม…ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้เงยหน้าขึ้น

 

“ไม่มีธุระอื่นหรือไง”

 

กลาดิโอ้ร้องหึในลำคอ กว่าจะทักเขาได้ ล่อไปเกือบครึ่งชั่วโมง  “ว่าง…”

 

ดวงตาภายใต้กรอบแว่นบางไม่บอกความรู้สึกยินดียินร้าย แล้วเบนไปให้ความสนใจกับงานต่อ

 

คนถูกเมินจึงถือวิสาสะตรงมานั่งบนโซฟา แสยะยิ้มเมื่อทำให้เบาะยวบลงไปจนทำให้อีกคนเสียหลักเล็กน้อย

 

“พวกนี้คือไรเนี่ย เยอะไปหมด” ถามขณะเอนหลังลงกับพนักพิง

 

“บันทึกราชกรณียกิจของท่านเรจิส…ที่ต่อไปน็อคต้องทำหน้าที่แทน”  อิกนิสอธิบาย ก่อนจะย่นคิ้วเล็กน้อย “แล้วก็…ใบเกรดกับรายงานกิจกรรม”

 

“เห…” กลาดิโอ้สนใจขึ้นมาทันที ผลการเรียนของเจ้าชาย ใช่ว่าใครจะได้เห็นง่าย ๆ เขาเด้งตัวขึ้นมา ฉวยเอาซองที่มีตราโรงเรียนไปถือก่อนจะโดนอีกคนเก็บไปและเปิดออกอ่าน

 

แล้วต้องผิดหวัง…  “อะไรเนี่ย ผลการเรียนยอดเยี่ยมสมเป็นเจ้าชายเหมือนกันนี่หว่า”

 

“เกรดไม่น่าห่วงหรอก ฉันดูแลกับมือ” อิกนิสทำมือเป็นเชิงให้พลิกไปดูกระดาษอีกใบ

 

“… ‘ไม่ค่อยสนใจเข้าร่วมกิจกรรมกับคนหมู่มาก’  ฮ่าๆๆๆ ก็สมเป็นเจ้านั่นนี่นา” กลาดิโอ้พยักหน้ากับตัวเอง

 

แต่คนฟังกลับส่ายหน้า “ถ้าสังเกตได้ชัดจนอาจารย์เขียนมา ไม่น่าเป็นผลดีกับเจ้าตัวหรอกนะ…เดือนหน้าก็ต้องเข้าไฮสคูลแล้ว โรงเรียนใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่ ถ้ามีเพื่อนเก่าสักคนฉันคงไม่กังวลหรอก”

 

อิกนิสจบด้วยการถอนหายใจ หากกลาดิโอ้ มองตาไม่กะพริบ เกือบลืมหายใจ…เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายพูด (หรือให้ถูกคือ บ่น) กับเขายืดยาวขนาดนี้…รู้ว่าผิด แต่อยากชมเจ้าน็อคว่า…ดีมาก…หาเรื่องให้หมอนี่บ่นอีกเถอะ

 

เพราะสีหน้าเป็นกังวล…ทำให้คนตรงหน้าดูมีชีวิตชีวา ไม่ใช่เครื่องเคลือบที่สวยงามแต่ดูเย็นชา

 

“กลาดิโอ้…”

 

มองเพลิน เจ้าของชื่อรีบคิดหาคำพูด “…แค่ไม่ชอบเข้าสังคม คงไม่เลวร้ายอะไรนักหรอกน่า อีกอย่าง เจ้าน็อคชอบทำตัวขรึมเกินวัย การขึ้นไฮสคูลที่คนรอบตัวเริ่มเป็นผู้ใหญ่แล้วอาจจะดีกว่าเดิม ประมาณว่าเหมาะกับไลฟ์สไตล์ขึ้น”

 

สายตานิ่ง ๆ ของอิกนิส ทำให้คนพูดประหม่าลึก ๆ

 

“งั้นเหรอ…”  รอยยิ้มเล็กน้อยปรากฎขึ้นบนริมฝีปาก

 

“นี่คึอเชื่อฉันใช่มั้ย” กลาดิโอ้ไม่แน่ใจ

 

“หือ…ก็ต้องเชื่อสิ” อิกนิสเลิกคิ้ว “ถ้าเป็นนายที่ถนัดการเข้าสังคมบอก ก็น่าเชื่อ”

 

ถูกชมด้วยแฮะ รู้สึกดีแปลก ๆ “แล้วนายล่ะ เห็นติดต่อกับพวกผู้ใหญ่ในวงราชการบ่อย ๆ นี่นา”

 

“สังคมทำงานต่างกับสังคมเพื่อน” แววตาหม่นลงไปเล็กน้อย “ฉันก็แค่อยากให้น็อคมีเพื่อนรุ่นเดียวกันบ้าง”

 

นี่บอกได้ลาง ๆ ว่าเจ้าตัวไม่ค่อยมีเพื่อนสม้ยเรียน…

 

งั้นเหรอ…”  กลาดิโอ้สรรหาเรื่องคุยต่อ หากไม่อาจนึกอะไรดี ๆ ได้ จึงต้องวนเข้าหาตนเอง  “พวกเราก็ไม่ค่อยได้คุยกันแบบนี้นะ…แล้ว…นายรู้ได้ยังไงว่าฉันถนัดการเข้าส้งคม”

 

“เรื่องของนายมีคนพูดกันไปทั่ว” อิกนิสเอ่ยราบเรียบขณะดึงซองจากมือใหญ่ นำไปใส่ลงแฟ้มสุดท้ายและวางบนตั้ง ก่อนจะหันมายิ้มมุมปาก “…และรู้จากน้ำหอมกลิ่นผู้หญิงที่ติดมาด้วยบ่อยๆ”

 

กลาดิโอ้รู้สึกหน้าชา…ปนกับร้อนวูบวาบในอกและท้องน้อย…ชาเพราะถูกหยอกเรื่องที่ลักลอบทำในวัง ร้อนในอกเพราะรู้สึกว่าตนเองสนิทสนมกับคนตรงหน้ามากขึ้น…

 

ส่วนวูบไหวในท้องน้อย…เพราะรอยยิ้มหยอกเย้าหายากแบบนั้น…

 

ประหม่าจนเถียงหรือตอบไม่ถูก สิ่งแรกที่เข้ามาในสายตาคือขนม กลาดิโอ้คว้ามันมาถือ กัดกร้วมเข้าไปคำใหญ่ ก่อนจะเบ้หน้า

 

“หวานชะมัด” บ่นออกไปโดยไม่คิด

 

อิกนิสหันมาทันที “แต่น็อคบอกว่าหวานน้อยไป”

 

“ไม่ หวานจัดเลยล่ะ” เขาวางทาร์ตคืนลงจาน มองหาน้ำดื่มแก้เลี่ยน “เจ้าน็อคมันกินหวานเกินไปแล้ว”

 

“ไม่เคยรู้มาก่อนเลย…แต่ฉันทำตามสูตรตลอดนะ”  คนทำเสียงเบา

 

“เชื่อสูตรมากไปแล้ว…” กลาดิโอ้ลังเล คนไม่เคยทำอาหารแบบเขา จะสอนสั่งคนทำเป็นดีไหม

 

แล้วความคิดใด ๆ ก็หายไป เมื่ออิกนิสหยิบทาร์ตที่เขากัดไว้ครึ่งหนึ่งขึ้นมา…นิ้วเรียวจุ่มลงไปในครีมข้นแล้วส่งเข้าริมฝีปาก…ดูดเม้มอย่างนุ่มนวล…ก่อนจะค่อย ๆ ถอนออก…ปลายนิ้วยังคงเกลี่ยไปมาบนริมฝีปากสีอ่อนขณะครุ่นคิด…

 

“…คงต้องปรับส่วนผสมจริง ๆ เพื่อสุขภาพของน็อค”

 

จังหวะที่กลาดิโอ้พยายามสลัดตัวเองให้หลุดจากภวังค์นั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นหน้าประตูเสียก่อน

 

“อิกนิส”

 

วูบแรก ราชองครักษ์รู้สึกผิดสังเกต เขาจำไม่ได้ว่ามีเจ้าพนักงานคนไหนมีเสียงทุ้มกังวานโทนนี้

 

หากคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กลับลุกขึ้นอย่างไม่ลังเล พลางค้อมหัวทำความเคารพ กลาดิโอ้หันไปมองตามสายตาของอิกนิส แล้วลุกขึ้นทันใด

 

ราชาเรจิส ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา

 

“ทำไมไม่ไปพบเราพร้อมกับน็อคทิส” เสียงทรงอำนาจถาม

 

“…มีงานค้างอยู่ครับ” ตอบได้ไม่เต็มเสียงนัก

 

“ไม่ใช่ข้ออ้างที่ดีเลย…” เจ้าเหนือหัวยิ้ม ก่อนจะผายมือออก กระดกปลายนิ้วเป็นเชิงเรียก

 

กลาดิโอ้ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่…

 

หากอิกนิสเดินตรงไปหาราชา หยุดยืนนิ่ง

 

…เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มไม่วางมือลงบนมือที่รอรับ องค์ราชาเพียงหัวเราะเบา ๆ แล้วเปลี่ยนที่วางมือ…ตำแหน่งหมิ่นเหม่ระหว่างเอวบางกับสะโพกได้รูป

 

…เวลานับตั้งแต่ราชามาถึงจนจากไปอาจจะไม่กี่นาที…แต่สำหรับกลาดิโอ้แล้ว…เหมือนเขาจะติดค้างอยู่ในห้วงนั้นอย่างยาวนาน โดยมีกลุ่มเมฆหนาดำปกคลุมทั้งใจ

 

TBC

 

  • …ค่ะ ใช่ค่ะ
  • ใช่ค่ะ…ใช่…
  • ใช่— #โดนถีบ
  • น็อคโตะเรียกอิกกี้ว่าแม่แค่ล้อเล่นหรือจงใจ โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ… :’D

 

[FFXV] Birthday Candles. (Gladio x Ignis)

[FFXV] Birthday Candles. (Gladio x Ignis)

macholu

15977262_1529841947045896_793261852711677112_n

ฟิคเร่งด่วน สุขสันต์วันเกิดอิกกี้ ขุ่นแม่แห่ง FFXV ค่ะ ,,- -,,

คำเตือน สปอยด์ Chapter ท้าย ๆ ของเกมนะคะ

เพลงไว้ฟังคลอ

อิกนิสจำได้…ในวัยเด็ก พ่อและแม่มักจะให้ของขวัญที่ใช้งานได้จริงและคำอวยพรเรียบง่ายเสมอ จนกระทั่งเข้าสู่วัยรุ่น จากของขวัญก็เหลือเพียงคำอวยพร เขาไม่เคยน้อยใจ เพราะเขาเป็นคนบอกไปเองว่าของขวัญไม่จำเป็นอีก

จนกระทั่งต้องมาเป็นราชเลขาส่วนตัวของรัชทายาท ‘ของขวัญ’ ก็กลับเข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้ง ดูเหมือนน็อคทิสจะได้อิทธิพลมาจากเพื่อนใหม่ร่วมชั้นมัธยมปลาย เค้กเซอร์ไพรซ์และของขวัญจึงถูกยัดเยียดให้เขา

น็อคทิสให้แว่นกันแดด(ที่ราคาแพงระยับ) เมื่อเขาบอกไปว่าเลนส์แว่นที่สวมอยู่สามารถเปลี่ยนสีตามปริมาณแสงได้ เจ้าตัวก็ทำหน้าเจ็บใจ…

พรอมโต้ซึ่งรู้จักกับเขาได้ไม่นาน อาจหาญให้หนังสือรวมร้านอาหารสำหรับการเดท…น็อคโตะหัวเราะลั่น แล้วบอกว่าฝีมือทำอาหารของเขา เชฟห้าดาวยังร้องไห้…พรอมโต้ทำไรไม่ถูกไปหลายนาทีเลยทีเดียว ก่อนจะสัญญาว่าจะไปเปลี่ยนเป็นรวมสถานที่เดทแทน เขาปฏิเสธ แต่รับเอาหนังสือที่มีเมนูอาหารแนะนำด้วยเอาไว้ กะว่าจะเอาไปดัดแปลงสูตรต่าง ๆ

กลาดิโอ้ ไม่ได้ให้อะไร และอาจจะไม่มาด้วยซ้ำ ถ้าน็อคทิสไม่โทรไปสั่ง…ดูเหมือนจะเดทกับสาวสวยคนหนึ่งในกรมวังอยู่ แต่เธอตื่นตระหนกกับเสียง ‘บัญชาองค์ชาย’ ที่หลุดรอดจากลำโพง จึงขอเลิกเดท

สุดท้ายองครักษ์ร่างใหญ่ก็มาถึงห้องพักของเจ้าชาย ตอนที่น็อคทิสสับสวิทซ์ปิดไฟให้ห้องมืด พรอมโต้กำลังยกเค้กออกมา กลาดิโอ้พุ่งเข้าหาจะเอาเรื่องที่ทำให้แผนเดทล่ม…

“แล้ว ตู้มมมม เค้กวันเกิดของนายก็เละ”

เสียงของกลาดิโอ้ทำให้เปลวเทียนสั่นระริก อิกนืสรีบยกนิ้วจรดริมฝีปากให้เงียบ

“อ๊ะ โทษที”

อิกนิสไม่ได้อยากดุอะไร ริมฝีปากยังอมยิ้มและเล่าต่อ “จากคำว่า Happy Birthday ครีมเละจนเหลือแค่ Ha___y Bir__d__”

“เจ้าพรอมโต้เลยล้อว่าวันเกิดนายคือวัน Hay! Bird นับตั้งแต่นั้นมา เจ้าบ้านกเอ้ย!!!”

“กลาดิโอ้” เอ่ยเสียงปราม

“โอ๊ะ โทษ….

กลาดิโอ้ตอบรับไม่จบคำ เพราะใบหน้าที่ขยับเข้าหา…เขาจับต้นแขนของอิกนิส ดึงเบา ๆ นำทางเข้ามา รวบเอวค่อนข้างผอมนั้นไว้ในวงแขน ยึดให้นั่งลงบนต้นขาของตนเอง…จูบแผ่วเบาประสานกัน

“นายจะเงียบเวลาฉันทำแบบนี้เท่านั้น” อิกนิสเอ่ยเย้า วิธีเก็บปากคำของกลาดิโอ้ที่ดีที่สุดคือจูบ

“ล่อให้นายจูบฉันบ่อย ๆ ไง” คนถูกจูบยิ้มจนตาแทบปิด “อา…ถึงไหนแล้วนะ อ้อ ถึงหน้าเค้กจะเละ แต่เทียนรอดทุกแท่ง”

“น็อคเคยบอกว่ามันเป็นเทียนพิเศษ ออกแบบมาให้ทนต่อลมกลางแจ้ง เลยไม่ดับง่ายๆ…สีก็สวย เป็นสีฟ้าอมเขียว”

“เจ้านั่นก็แอบโรแมนติกนะ เลือกสีเทียนให้เหมือนสีดวงตาของนาย…..

กลาดิโอ้เงียบ

มันไม่เหมือนอีกต่อไปแล้ว…

กลับเป็นอิกนิสที่พูดต่อ “เฮ้อ…เสียดายนะ ที่ตาของฉันตอนนี้คงขุ่นฝ้า และเทียนดับยากแบบนั้นคงไม่มีเหลืออยู่”

“อย่าเพิ่งหมดหวังสิ” กลาดิโอ้กดริมฝีปากกับขมับของคนในอ้อมแขน “ถ้าฉันบอกว่ายังมีเหลืออยู่ล่ะ”

“เป็นไปไม่ได้” อิกนิสตอบ ในโลกที่เต็มไปด้วยปีศาจ สิ่งของฟุ่มเฟือยอย่างเทียนวันเกิดถูกตัดทิ้งไปแน่นอน

“บอกแล้วไงว่าอย่าหมดหวัง โลกกำลังดีขึ้นนะอิกกี้ นี่ไง…”  มือใหญ่เอื้อมไปหยิบสิ่งที่เตรียมไว้…เทียนไขเล่มหนึ่ง “ลองเอามือมาอังใกล้ ๆ สิ…พิสูจน์ด้วยมือนายเอง”

อิกนิสยกมือขึ้น…มือใหญ่กว่าจับข้อมือเขาเอาไว้อย่างอ่อนโยน เลื่อนไปด้านหน้า…ไออุ่นที่รู้สึกนั้นตัดกับลมเย็นยามค่ำ “อืม..เทียน”

“ทีนี้ ลองเป่าดูสิ ว่ามันจะดับไหม”

คนฟังกำลังจะทำตามคำท้า ก่อนจะดักคอ “ถ้านายขยับเทียนหนีไม่ให้โดนลมที่ฉันเป่าล่ะ”

“ว้า…แฟนฉันนี่ขี้ระแวงจริง อย่างนี้เวลาฉันออกไปข้างนอกนาน ๆ ไม่ขี้หึงแย่เหรอ”

จบคำ ศอกของอิกนิสกระทุ้งลิ้นปี่อีกฝ่ายเบา ๆ พอแค่เตือน

“โอเค ไม่หยอกแล้ว…นายจับข้อมือฉันไว้สิ จะได้ขยับหนีไม่ได้”

ความมั่นใจนั้นทำให้อิกนิสเริ่มไขว้เขว…เขาทำตามที่บอก จับข้อมืออีกฝ่ายเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างของกลาดิโอ้ก็โอบอยู่รอบเอวเขา คงไม่ขยับไปไหน

ลมหายใจถูกถ่ายถอนออก อิกนิสได้กลิ่นควันไฟจาง ๆ สัญญาณของเทียนที่มอดดับ

ทว่า…ฝ่ามือที่อังอยู่ของเขายังคงรู้สึกถึงไออุ่นแจ่มชัด…เขาเป่าอีกครั้ง แรงขึ้นกว่าเดิม กลิ่นควันเช่นเคย หากยังคงรู้สึกอุ่น ยิ่งขยับไปใกล้ยิ่งร้อนอย่างชัดเจน

“…ยังมีอยู่จริง ๆ ด้วยแฮะ”  รอยยิ้มปรากฎขึ้นบนใบหน้า

แม้จะเต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผล…หากปิดบังแววละมุนชวนมองไม่ได้ กลาดิโอ้มองคนรัก…เอนหน้าผากไปอิงแนบ  “เห็นไหม โลกเราค่อย ๆ ดีขึ้นแล้ว…ดีถึงขนาดกลับมาผลิตของฟุ่มเฟือยอีกครั้ง”

อิกนิสพยักหน้า…

ช่วงหลังเขาหมดกำลังใจไปไม่น้อย…เมื่อโลกเข้าสู่ความมืดมิดไร้แสง ปีศาจเพิ่มขึ้นเท่าทวีจนอันตรายที่จะออกล่า แม้ดวงตาจะมองไม่เห็น หากหัวใจก็สัมผัสได้ถึงความท้อแท้

แต่ดูเหมือนกลาดิโอ้จะพยายามหาทางให้เขารับรู้…ถึงความหวังที่ไม่ต้องเห็นด้วยสายตา

อันที่จริงมันไม่จำเป็นเลย…

เพราะแม้จะท้อแท้และต้องหยุดต่อสู้…แต่แลกกับการได้กลาดิโอ้มาอยู่ข้างกายเขาบ่อยขึ้น

“ถ้าฉันหาวัตถุดิบมาให้นายทำเค้กได้จะดีแค่ไหนนะ” คนอยากกินบ่นพึมพำ

“ซักวันหนึ่งล่ะนะ…” อิกนิสยิ้มบาง ก่อนจะปล่อยมือจากข้อมือใหญ่ เอื้อมไปคล้องรอบลำคอหนา โน้มลงมา… “ฉลองด้วยอย่างอื่นแทน”

กลาดิโอ้ยิ้ม…แล้วก้มลงไปชิมจูบที่หวานล้ำกว่าน้ำตาล

———

โลกไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิมหรอก

เทียนดับยากก็ไม่ได้ผลิตขึ้นใหม่

กลาดิโอ้กอดคนรักไว้ในอ้อมแขน พลางยิ้มอย่างขอบคุณให้กับเพื่อนที่คอยช่วยเหลือ…พรอมโต้ถือเทียนหลายเล่มอยู่เต็มกำมือ คอยสับเปลี่ยนให้ถึงมือกลาดิโอ้หลังอิกนิสเป่า

พรอมโต้ยิ้มตอบ…แม้โลกจะไม่ดีกว่าเดิม แม้จะต้องใช้อุบายเล็กน้อย…แต่เพื่อแลกกับการจุดความหวังในใจที่แผ่วจางลง ยังไงก็คุ้มค่า

วันเกิดของอิกนิสครั้งนี้ ทั้งสี่คนไม่ได้พร้อมหน้า

หากมีสักวัน…ต้องมีสักวัน

พรอมโต้คิดในใจ…ถึงใครบางคนที่เขาจะกอดเอาไว้เมื่อได้เจอหน้า…

HBD Iggy.

Talk :

  • อั้ยย่ะ เลทไป 30 นาที…orz
  • เป็นฟิค HBD อิกกี้ค่าาาา คุณแม่ของ FFXV (- -,,
  • ตั้งใจจะเขียนแบบสุข ๆ นะ…แต่…เออ..มันมาหน่วงตรงน็อคไม่อยู่ แงงงง orz
  • กลายเป็นพรอมโต้น่าสงสารสุด…
  • จะว่าไปยังไม่ได้เขียนฟิคน็อคxพร้อมบ้างเลย…จะพยายามนะลูกนะ
  • เข้าเรื่อง เขียนเรื่องนี้เพราะอยากสื่อว่า ในความสิ้นหวัง ยังมีความหวัง แม้จะเป็นความหวังที่ปลอมแปลงขึ้นมา แต่มันก็ความหวังล่ะนะะะะะะะ (TvT
  • รักอิกกี้ เสียน้ำตาให้มากที่สุด
  • ฮึก….
  • โอเค เราควรจบทอล์คคค่ะ แวะมาคุยกับมาโชได้นะ (- -,,