macho_luglio 's cargo, Mostly fanfictions.

17-05-25-16-55-15-337_deco

ตอนก่อนเก่าเก่าก่อนก่อนก่อนเก่า

9.

 

แม้อยากหยุดเวลาแห่งความสงบเอาไว้เพียงใด ฤดูกาลก็ผันไปอย่างคงเส้นคงวา

 

เนเว่ค่อยๆ เดินลงมาตามเนินเขา ตรงไปยังรั้วทางเข้าติดถนนใหญ่ ที่นี่มีกล่องจดหมายทำจากเหล็กติดตั้งอยู่ เขาใช้กุญแจดอกเล็กที่พกมาไขเปิดออก หยิบจดหมายสามฉบับออกมา…ฉบับแรกคือค่าไฟฟ้า ฉบับที่สองคือค่าโทรศัพท์บ้าน และฉบับสุดท้ายประทับตราตระกูลวอลเธอร์ จ่าหน้าถึงวาสโก้

 

เขาลองยกซองขึ้นส่องกับแสงแดดยามเช้า กระดาษข้างในมีแถบสีดำปกปิดข้อความ คาดเดาได้ว่าเป็นหลักฐานทางการเงิน

 

หนุ่มน้อยกลับบ้าน ตรงไปหาเจ้าของจดหมายบนโซฟา เนเว่เดินอ้อมไปด้านหลัง คล้องแขนรอบคอคนตัวใหญ่ที่กำลังง่วนอยู่กับสมาร์ทโฟนในมือ แล้วต้องหลุดขำเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเล่นอะไรอยู่

 

“แอพเกมอื่นๆ มีให้เลือกโหลดตั้งเยอะ คุณก็ยังเลือกเททริสอยู่ดี”

 

“ช่วยไม่ได้…เกมอื่นไม่ถูกใจ” วาสโก้บ่นเสียงเบา อันที่จริงเขาลองเล่นมาหลายเกม แต่ตายด่านแรกทุกครั้ง ความหงุดหงิดเพราะเกลียดการพ่ายแพ้ ทำให้เขาเลือกจะกลับมาหาเกมที่ตนเองชำนาญที่สุด

 

เนเว่ลอบยิ้มมุมปาก ก่อนจะแกล้งยื่นมือไปกดหน้าจอให้บล็อกร่วงลงมารัวๆ

 

“เฮ้ย!” คนเล่นอยู่ประท้วง เขาเลิกเล่นเกมหันมาเล่นคน โดยการเอี้ยวตัวไปคว้าร่างเล็กแล้วจับทุ่มลงกับโซฟาข้างตัว

 

“อ๊าก!” คนถูกทุ่มส่งเสียงกระอักแบบเกินจริง หัวเราะที่แกล้งคนติดเกมได้ แม้ตัวเองจะถูกเอาคืนแบบไม่มีทางสู้ก็เถอะ

 

“กล้ากวนฉันตอนเล่นเกมแบบนี้ มีอะไรอีกล่ะ” วาสโก้ดึงเจ้าตัวเล็กให้นอนหนุนตักแล้วถามอย่างรู้ทัน ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันเนเว่ไม่เคยเกเรใส่ ยกเว้นมีเรื่องต้องคุย

 

“จดหมายของคุณครับ” มือขาวราวกับกระดาษยื่นของให้

 

เจ้าของชื่อบนจ่าหน้ารับมาเลื่อนดูทีละซอง เขาชะงักเมื่อถึงซองสุดท้ายจากตระกูลวอลเธอร์ ดวงตาเข้มลอบมองคนที่นอนหนุนตัก ปรากฎว่าสบตากันพอดี

 

“ได้เงินเดือนเท่าไหร่ครับ” ประโยคนั้นมาด้วยเสียงธรรมดาเหมือนถามเรื่องดินฟ้าอากาศ

 

วาสโก้ยังไม่ตอบ เขาฉีกซอง…ในนั้นมีกระดาษเพียงใบเดียว ระบุเงินโอนเข้าบัญชีหกร้อยเหรียญ ปกติเงินจำนวนนี้ต่อเดือนเพียงพอให้เขากินอยู่อย่างเหลือใช้ มีอีกหนึ่งปากท้องให้เลี้ยงก็ยังพอจ่าย

 

แต่ปัญหาอยู่ที่อีกฝ่ายคาดหวังว่าจะได้รับเงินเดือนตามที่เขาสัญญา…เจ้าตัวออกไปตรวจสอบหมุดหลักเขตทุกวันไม่ได้ขาด ขยันกว่าเขาร้อยเท่า

 

กำลังลังเลว่าจะควรแบ่งเงินครึ่งหนึ่งจ่ายให้เนเว่หรือไม่ อีกฝ่ายก็พูดขึ้นมา

 

“สมัยนี้การจะจ้างใครไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่แปลกหรอกครับที่เจ้านายของคุณจะยังไม่อยากรับผมเข้าทำงาน ผมเข้าใจนะครับ”

 

วาสโก้นิ่งไป…คำกล่าวของเนเว่เป็นเหตุเป็นผล เขาไม่จำเป็นต้องหาข้ออ้างอะไรอีก

 

“ใช่…เพราะนายเพิ่งมาอยู่กับฉันไม่นานด้วย” เขาพูดตามน้ำ โกหกได้อย่างคล่องปากเพราะที่จริงแล้ว…เขาไม่อยากแนะนำเด็กคนนี้ให้กับทางเจ้านายรับรู้

 

“ผมเผื่อใจเรื่องนี้ไว้พอควร…” เนเว่ลุกขึ้น หยิบสมาร์ทโฟนของตัวเองขึ้นมาเปิดรูปภาพ “เลยหาช่องทางทำเงินอื่นๆ จากป่า แล้วเจอพวกนี้พอดี”

 

เจ้าของบ้านมองรูปถ่าย…กองกระดูกสัตว์สภาพดีเรียงรายอยู่หลังบ้าน มีกะโหลกของกวางเขางามวางเด่น ปกติบริเวณนี้จะมีผ้าใบคลุมทับเอาไว้ และเขาขี้เกียจเกินกว่าจะใส่ใจเปิดดู

 

“จำได้ว่าสัตว์ป่าไม่ถือเป็นของตระกูลวอลเธอร์ แถมนี่ยังเป็นซากสัตว์อีก เลยไปเก็บมาทำความสะอาด กะว่าจะไปปล่อยขายในเมือง” นิ้วเล็กกดปิดหน้าจอ ยิ้มบางให้อีกฝ่าย “ผมพอจะมีเส้นสายคนที่รับซื้ออยู่บ้าง”

 

“นายนี่…หัวการค้าเหมือนกันนะ” บอกพลางยื่นมือมาจับศีรษะกลมทุย สอดนิ้วไปในเส้นผมนุ่ม “เดี๋ยวจะหากระสอบใหญ่ๆ มาใส่ แล้วบรรทุกขึ้นหลังคารถ”

 

คนถูกชมยิ้ม ก่อนจะเอ่ยเรื่องคาใจ “ผมไม่อยากให้คุณกังวลเรื่องผมมากเกินไป ถึงผมจะดูไม่เอาไหน แต่ก็พึ่งพาตัวเองได้”

 

“ฉันไม่เคยคิดว่านายไม่เอาไหน” บอกพลางเลื่อนมือจากเส้นผมลงมายังหัวไหล่ ดึงให้อีกคนเอนตัวมาหา “…พอมีนายอยู่ด้วย ชีวิตฉันดีขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ”

 

ในมุมที่คนตัวใหญ่ไม่เห็นนั้น นัยน์ตาสีฟ้าปรากฎความหวั่นไหว

 

เป็นที่ต้องการ…ให้ความรู้สึกดีเสมอ

 

“ผมดีใจที่คุณรู้สึกแบบนั้นนะครับ” เนเว่กระซิบ

 

“ส่วนเรื่องรายได้…” วาสโก้ทอดสายตาไปไกล มองผืนดินโล่งกว้าง “…ที่ดินตรงหน้าบ้านเป็นชื่อของฉันเอง สามารถทำอะไรก็ได้…เราลองมาปลูกผักหรือเลี้ยงสัตว์ส่งขายกันไหม”

 

“ฮ่ะๆ น่าสนใจนะครับ” คนฟังคิดตาม “ส่วนหลังบ้าน เลี้ยงปลากันเถอะ ผมอยากลอง”

 

“ต้องขุดบ่อสินะ” เจ้าของไอเดียเริ่มต่อยอด “แล้วสร้างเล้าไก่ เก็บไข่ขาย”

 

“เลี้ยงเป็ดด้วยสิครับ” คนอาศัยเสนอ

 

“ไม่” ตอบรวดเร็ว

 

คำถามตามมา “ทำไมล่ะ”

 

“ฉันเกลียดเป็ด มันเคยจิกฉันตอนเด็ก”

 

คนฟังขำพรืด “แต่ไข่เป็ดขายได้ราคาดีกว่าไข่ไก่”

 

“ไม่คือไม่ เลี้ยงแค่ไก่พอ”

 

การพูดคุยยาวออกไป จินตนาการถึงสิ่งที่เป็นไปได้อย่างไม่รู้เบื่อ…แม้ภายนอกจะต่างกันเพียงไหน หากทั้งคู่เพิ่งรับรู้โดยไม่ต้องพูดออกมา ว่าต่างก็ปรารถนาชีวิตเรียบง่าย…

 

ชีวิตที่ใครๆ ก็สร้างได้…แต่สำหรับพวกเขา ดูจะเป็นเรื่องห่างไกลเกินตัว

 

เพราะภาระซ่อนเร้นที่มีอยู่…

 

———

 

 

เป็นเวลาบ่ายคล้อยแล้ว เมื่อรถ 4WD คันโตจอดลงที่หน้าร้านค้าแห่งหนึ่ง ในบริเวณรอยต่อระหว่างเขตเหนือกับเขตกลางของเมืองเรเวน

 

เนเว่ลงจากรถมาก่อนแล้วตรงเข้าไปในอาคาร วาสโก้นั่งคอยอยู่ประมาณห้านาที อีกฝ่ายถึงกลับมาพลางส่งสัญญาณให้ปลดสินค้าที่บรรทุกมาลงจากหลังคารถ หนุ่มใหญ่จัดการแบกกระสอบใบโตเข้าไปในร้าน

 

เพราะเป็นช่วงปลายของฤดูใบไม้ผลิ แดดจากหน้าต่างจึงสว่างพอจนไม่ต้องเปิดไฟ ภายในห้องนั้นตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้รูปแบบย้อนยุค แม้จะเก่าแต่สลักเสลาอย่างสวยงาม…เนเว่กำลังยืนคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ เธอมีเส้นผมสีบรูเน็ต นัยน์ตาอำพัน ผิวสีน้ำผึ้งอ่อน…เดรสวันพีชสีดำผ่าข้าง ขับให้เรือนร่างระหงน่ามอง

 

“ผมขออนุญาตแนะนำนะครับ วาสโก้ นี่คือลินดา เธอเป็นเจ้าของร้านรับซื้อของเก่ารวมไปถึงของป่า” เนเว่กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ลินดาครับ นี่คือวาสโก้ คนที่ผมอาศัยอยู่ด้วย”

 

“หืม…” เสียงหวานเอ่ยจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีนู้ด “อาศัยอยู่ด้วยนี่…แบบไหน”

 

เนเว่เม้มปาก ทว่าเมื่อกำลังจะพูด เสียงหนึ่งกลับขัดขึ้นเสียก่อน

 

“เป็นหัวหน้างานน่ะครับ เจ้าหมอนี่มารับจ๊อบเฝ้าที่ดินกับผม เลยให้พักอยู่บ้านเดียวกัน” วาสโก้อธิบาย สบสายตากับสาวงาม

 

…ลินดาคือนางฟ้าชัดๆ…

 

“อย่างนี้นี่เอง” คนสวยยิ้วพราว ก่อนจะหันไปหาคนข้างๆ “ว่าแต่ หนุ่มน้อยของฉัน วันนี้มีอะไรมาเสนอจ้ะ”

 

เนเว่พยายามไม่ใส่ใจสายตาของวาสโก้ที่มองลินดา เขาแกะเชือกผูกปากกระสอบ หยิบกะโหลกกวางอันใหญ่ออกมาวางบนโต๊ะกลางร้าน

 

“ผมเห็นว่าสภาพของมันสมบูรณ์ดี เหมาะจะเอาไปขายต่อ ทำของตกแต่งบ้าน” มือเล็กลูบไปตามกิ่งเขา “เขาของมันไม่หักเลยแม้แต่กิ่งเดียว ชอบไหมครับ”

 

ลินดามองประเมิน กรีดนิ้วเรียวตามมือขาวอย่างพอใจ “ชอบสิ เธอรู้ใจฉันเสมอเลยเนเว่”

 

“งั้นขอราคาแบบเอ็นดูผมด้วยนะครับ” หนุ่มน้อยออดอ้อน

 

และสาวงามก็ตอบรับด้วยการยกมือโอบบ่า “แน่นอน เด็กคนนี้นี่…ทำอย่างกับฉันเคยให้ราคาต่ำ เอ้า มีอะไรอีก เอาออกมาขายให้หมด”

 

“ได้เลยครับ” เจ้าตัวค้นในกระสอบกุกกัก “นี่กระดองเต่า สภาพสมบูรณ์เหมือนกัน น่าจะเอาไปขายที่ไชน่าทาวน์ ส่วนนี่เป็นกะโหลกกวางตัวเมีย—–

 

เนเว่ค้นสินค้าออกมาขาย เสียงนุ่มเอ่ยบรรยายสรรพคุณเชิญชวนให้เจ้าของร้านคนงามซื้อสินค้า

 

ลินดาฟังข้อเสนอด้วยหู ตอบรับด้วยวาจา…หากสายตาเบนไปยังอีกคนบ่อยครั้ง

 

เพราะเนเว่ง่วนอยู่กับการขาย วาสโก้จึงมองสาวสวยได้ไม่วางตา

 

และรู้ดีว่าเธอสนใจเขาอยู่ไม่น้อยไปกว่ากัน

 

———

 

 

“ลินดา…ทั้งสวยและมีเสน่ห์เนอะครับ”

 

วาสโก้ละสายตาจากถนนไปทางคนนั่งข้างวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาตั้งใจขับรถต่อ “ใช่ เธอสวยมากจริงๆ”

 

เนเว่มองสมาร์ทโฟนในมือที่แจ้งยอดเงินเข้าบัญชี กะโหลกกวางและกระดองเต่าที่เขาเก็บมาจากในป่า ลินดารับซื้อเอาไว้จนหมด  “ใจดีด้วย…เหมือนนางฟ้า ผมนับถือเธอมากด้วยล่ะ”

 

คนฟังเริ่มจับความรู้สึกได้ลางๆ…เด็กนี่รุกเข้าหาคนอื่นได้อย่างคล่องแคล่ว แต่เวลาหึงหวงกลับขี้ขลาด

 

“กลัวฉันจะจีบเธอหรือไง” วาสโก้เอ่ยออกไปตรงๆ

 

ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันก่อนเอ่ย “…ขอได้ไหมครับ…ว่าอย่า”

 

คำอ้อนวอนนั้น ปลุกความอยากรังแกในใจ “นายคิดว่าตัวเองมีสิทธิห้าม…”

 

“ไม่มีครับ” เนเว่เอ่ยเสียงแผ่ว “ไม่มี…ผมไม่มีสิทธิจะผูกมัดใครไว้”

 

รอยยิ้มปรากฎขึ้นบนมุมปากของวาสโก้

 

เด็กนี่หึงหวงเขา แต่ไม่กล้าแสดงออกเพราะกลัวจะถูกโกรธ…หลงรักเขามากกว่าที่คาดไว้เสียอีก

 

ให้ตายเถอะ…เขาพอใจเหลือเกิน

 

วาสโก้กดความยินดีเอาไว้ขณะยื่นมือไปจับศีรษะเล็กอย่างคุ้นชิน  “คิดมากน่า…เชื่อใจฉันได้ไหม”

 

เนเว่พยักหน้าเบาๆ พร้อมรอยยิ้มจางๆ

 

TBC

 

 

 

 

 

10.

 

หลังการทำงานในช่วงเช้าถึงบ่าย วาสโก้ขับรถ ATV กลับมาบ้าน อากาศเริ่มอุ่นขึ้นจนทำให้เหงื่อซึมทั่วเสื้อยืด เขาเก็บรถเข้าโรงจอด ถอดเสื้อออกมาพาดไหล่ขณะเดินเข้าบ้าน

 

วันนี้เนเว่หยุดพัก จึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการแกะสลักไม้ เป็นหนึ่งในงานอดิเรกที่เจ้าตัวภูมิใจว่าสามารถสร้างรายได้อีกทาง เขาวางมือเมื่อเห็นวาสโก้

 

“ดีจังที่คุณกลับมาไว” บอกพลางยันตัวลุกจากพื้น บิดแขนไปมาอย่างเมื่อยขบก่อนจะตรงไปยังห้องครัว กดน้ำเย็นจากตู้มาส่งให้เจ้าของบ้านดื่ม

 

“มีอะไร” ถามพลางลงนั่งบนเก้าอี้ในครัว รับแก้วมาจิบน้ำ

 

เนเว่หยิบสมาร์ทโฟนออกมาจากกระเป๋ากางเกง เปิดข้อความหนึ่งแล้วยื่นหน้าจอให้ดู “ปิแอร์มาทวงนัดเลี้ยงเบียร์น่ะครับ บอกให้ไปเอาเอกสารเรียนต่อด้วย”

 

เพราะการช่วยเหลือของลินดา ฐานะการจับจ่ายของเนเว่จึงคล่องมือขึ้นอย่างมาก เจ้าเพื่อนบ้านผิวแทนก็เหมือนรู้งาน รีบทักมาหาเพื่อเบียร์ฟรี

 

“เขาชวนคุณไปด้วย จำได้ไหมครับ”

 

“อืม…” วาสโก้พยักหน้า ลังเลระหว่างเบียร์ที่ร้านกับการไม่ต้องฝืนใจไปนั่งคุยกับคนไม่สนิท

 

“ผมว่าจะแวะเอาของที่อพาตเมนก่อน ไปเยี่ยมพ่อ แล้วถึงไปเจอปิแอร์”

 

วาสโก้ตัดสินใจได้ทันที “ฉันไม่ไป”

 

“อ้าว…” หนุ่มน้อยแสดงอาการผิดหวัง “แต่โอเค ผมไปคนเดียวได้”

 

“อืม ฉันเหนื่อยน่ะ” อันที่จริงแค่ไม่อยากไปพบหน้าผู้ปกครองของอีกฝ่าย…เขายังไม่พร้อมกับการถูกผูกมัด…

เนเว่พอจะอ่านออกว่าคนตรงหน้ารู้สึกอย่างไร จึงไม่เซ้าซี้ต่อ เขาเดินไปกอดรอบคอวาสโก้ “งั้นพักผ่อนนะครับ อ้อ ผมขอยืมมอเตอร์ไซด์ในโรงจอดได้ไหม”

 

“ขึ้นคร่อมแล้วขาถึงพื้นเหรอ” ถามพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน

 

“ใหญ่กว่ามอเตอร์ไซด์ผมก็คร่อมมาแล้ว” โต้กลับพร้อมจูบสันกรามแกร่งเบาๆ “นะครับ…ขอยืมหน่อย”

 

“ให้ฉันไปรับกลับดีกว่า” เจ้าของพาหนะไม่เต็มใจนัก เขากลัวว่าอีกฝ่ายจะไปล้มกลิ้งอยู่ริมทาง

 

“คุณเหนื่อยไม่ใช่เหรอ” นิ้วขาวเกาบ่ากว้างคล้ายจะข่วน

 

…เสร็จกัน…ไม่น่าอ้างมั่วๆ เลย วาสโก้ถอนหายใจ

 

“กุญแจมอเตอร์ไซด์อยู่ในลิ้นชักข้างหัวเตียง”

 

เนเว่ขอบคุณด้วยการจูบเบาๆ ที่ข้างแก้ม หากวาสโก้หันไปประกบปากแนบแน่นแทน สองคนแลกความวาบหวามอยู่หลายอึดใจ ก่อนเนเว่จะผละออกมา…ลิ้นเล็กเลียริมฝีปากแดงก่ำคล้ายเสียดาย

 

คนถูกทิ้งไว้มองตาม…นึกในใจว่าถ้าจูบนานกว่านี้อีกฝ่ายคงต้องเลื่อนนัด

 

หนุ่มน้อยเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดสีน้ำเงินเข้ม เขาชูกุญแจให้เจ้าของบ้านดูแล้วเดินออกทางหลับบ้าน ห้านาทีต่อมา เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซด์ห่างออกไปเรื่อยๆ จนไม่ได้ยินในที่สุด

 

วาสโก้เปลี่ยนที่นั่ง เอนแผ่นหลังลงกับโซฟา…หยิบหนังสือขึ้นมาเปิดแล้วปิด…หยิบเครื่องเกมขึ้นมา…แล้ววางลง

 

เขาไม่ได้อยากตามหมอนั่นไปหรอก เขาแค่อยากดื่มเบียร์…แถมโรงเบียร์ในเรเวนมีเพียงแห่งเดียว คงบังเอิญเจอหมอนั่นกับเพื่อน…

 

หาข้ออ้างให้ตัวเองได้ หนุ่มใหญ่ลุกขึ้น เดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วคว้ากุญแจรถออกจากบ้าน

 

———

 

 

ขับรถออกมาได้พักหนึ่ง ถึงเพิ่งรู้สึกว่าตัวโง่อย่างไรชอบกล…

 

วาสโก้เดาะลิ้น เขาไม่รู้ว่าพ่อของเนเว่อยู่ที่ไหน ไม่สนใจจะถาม ดังนั้นทางเดียวที่เขาจะรู้ว่าอีกฝ่ายไปที่ไหนบ้าง คือต้องไปดักหน้าอพาตเมนต์ให้ทัน คิดได้แค่นั้นก็กระทืบคันเร่ง ซิ่งเข้าเมือง

 

โชคดีที่ตัดสินใจถูก มอเตอร์ไซด์จอดอยู่หน้าอพาตเมนต์สี่ชั้น เขามาถึงก่อนเนเว่จะไปที่อื่น หนุ่มใหญ่ถอยรถไปแอบที่มุมตึกฝั่งตรงข้าม…คงเสียฟอร์มแย่ถ้าหมอนั่นรู้

 

ประตูสีฟ้าอ่อนเปิดออก เจ้าของห้องเดินออกมา…ด้วยรูปลักษณ์แปลกตาจนจำแทบไม่ได้

 

เนเว่เสยผมขึ้นด้วยเจล สวมแว่นกันแดดทรง aviator เลนส์เข้มช่วยพรางดวงตาได้ดี เจ้าตัวสวมเชิ้ทสีดำ ทับด้วยสูทสีเทาไม่ติดกระดุม คาดเข็มขัดหัวเหล็กกับกางเกงยีนส์ขัดสี สวมรองเท้าหนัง…แม้รูปร่างจะเพรียวดังเดิม แต่บรรยากาศรอบตัวดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นหลายปี

 

ยิ่งยามที่ขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซด์…วาสโก้เจ็บใจที่เจ้าตัวดูเซ็กซี่…ในขณะที่ไม่ได้อยู่กับเขา

 

หนุ่มน้อยที่เหมือนโตเป็นผู้ใหญ่ในพริบตาสตาร์ทเครื่องแล้วขับออกไป วาสโก้ขับรถตามโดยทิ้งระยะห่างพอควร การสะกดรอยมอเตอร์ไซด์ทำได้สะดวกกว่ารถยนต์ เพราะคนขับมีวิสัยทัศน์ด้านหลังจำกัด

 

เนเว่เลี้ยวเข้าย่านชุมชนค่อนไปทางทิศใต้ของเมือง จอดรถหน้าบ้านหลังหนึ่งที่มีสภาพกลางเก่ากลางใหม่ ทีแรกวาสโก้เข้าใจว่านี่คือบ้านพ่อของเนเว่ แต่กลับไม่ใช่

 

เพราะคนที่เดินออกมาเปิดประตูให้ คือปิแอร์…เจ้าตัวแต่งตัวคล้ายวันที่พบกันครั้งแรก ต่างแค่วันนี้สวมเชิ้ทเนื้อดูดีขึ้นกว่าเก่า

 

เขายังหวังว่าหมอนี่อาจจะมารอที่บ้านพ่อเพราะเป็นเพื่อนกัน แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่อย่างนั้น เนเว่ทักทายคนในบ้าน ลักษณะจะเป็นญาติของปิแอร์มากกว่า คุยกันอยู่ครู่หนึ่ง จึงเดินออกมา

 

วาสโก้หัวร้อนอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเนเว่ยอมให้ผู้ชายอื่นขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซด์ของเขา…

 

หลังจากบ้านหลังนั้น เนเว่ขับต่อไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เจ้าตัวจอดรถแล้วเดินหายเข้าไปพร้อมปิแอร์ ที่จอดรถยนต์ของทางร้านเต็มแล้ว วาสโก้จึงต้องหาที่อื่น และได้จอดบริเวณมุมตึกถัดไปอีกสามร้าน

 

คนตามมายังหวังอยู่ว่าร้านนี้อาจจะเป็นกิจการของพ่อเนเว่…แต่ก็ไม่เป็นตามนั้น เพราะเมื่อเขาลอบมองจากนอกหน้าต่าง เจ้าตัวและเพื่อนเริ่มสั่งอาหารกัน

 

อาจจะเป็นการนัดเลี้ยงเพื่อนฝูงแบบธรรมดา…

 

เนเว่มีรูปลักษณ์ที่แปลกไป แต่รอยยิ้มยังเหมือนเดิมทุกอย่าง เจ้าตัวไม่มีท่าทีเกินเลยกับปิแอร์ เห็นได้ชัดว่าเป็นแค่เพื่อน

 

ทว่าความสบายใจของวาสโก้อยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อบุคคลที่สามมาถึง

 

ผู้ชายในชุดสูทดำเดินมาแตะบ่าเล็ก เนเว่หันไปแล้วยิ้มอย่างสุภาพให้ อีกฝ่ายวางกระดาษแผ่นเล็กลงตรงหน้า…ดวงตาที่ซ่อนอยู่ใต้แว่นกันแดดทำให้คาดเดาอารมณ์ไม่ถูก แต่รอยยิ้มนั้นแปรเปลี่ยนเล็กน้อย…เย็นชา

 

มือขาวจัดดันกระดาษนั้นออกจากตัวเป็นเชิงปฎิเสธ ชายสูทดำไม่ได้แสดงท่าทางโกรธเคือง เพียงแค่เก็บกระดาษใส่อกเสื้อ พูดคุยอีกสองสามประโยคแล้วเดินจากไป

 

ความมีลับลมคมในนั้น วาสโก้ทดเอาไว้อย่างเงียบงัน

 

หลังจากนั้นอาหารมาถึง เนเว่และปิแอร์ลงมือกินพลางคุยเล่นกัน เสียงหัวเราะของทั้งคู่ผสมกลมกลืนไปกับแขกโต๊ะอื่น ไม่สามารถจับใจความอะไรได้

 

จนอาหารหมด เบียร์สี่ขวดจึงมาเสิร์ฟลงบนโต๊ะ…และยังมีขวดต่อๆ ไปทยอยมา เพราะปิแอร์ซดอย่างไม่เกรงใจ เวลาผ่านไปจนพลบค่ำ

 

วาสโก้หมดความอยากดื่มเบียร์ เขาเดินกลับขึ้นรถเมื่อรู้สึกว่าอยู่ต่อก็ไร้ประโยชน์

 

ไว้รอถามเจ้าเด็กโกหกตอนกลับบ้าน…น่าจะสาแก่ใจกว่า

 

———

 

 

โทรศัพท์บ้านแผดเสียงดังลั่น มือใหญ่คว้ามันไว้ทันควันไม่ยอมพลาด

 

“สวัสดีครับ”

 

แล้วต้องยิ้มออกมา เมื่อพบว่าปลายสายคือคนที่รอเสมอ…

 

‘ไม่ได้คุยกันนานเลยนะ’ ไม่ใช่เสียงสดใสของหญิงสาว หากเป็นเสียงนุ่มนวลที่ถูกบ่มเพาะด้วยวันเวลายาวนาน ‘ครั้งก่อนโทรมา ดูเหมือนสายจะหลุดไปก่อน’

 

“พายุทำให้เสาไฟกับเสาโทรศัพท์โค่นลงมาน่ะครับ” วาสโก้ตอบด้วยความสุภาพ สำเนียงอ่อนลงอย่างไม่เคยใช้สนทนากับใครอื่น “ขอโทษด้วยที่ไม่ได้รับสาย”

 

‘ฉันทราบเรื่องจากโรซาเลียแล้ว เหตุสุดวิสัย ใครจะโทษเธอกัน’ แม้แต่เสียงหัวเราะหยอกยังฟังสูงศักดิ์ ‘ที่โทรมา…เพราะมีเรื่องติดใจอยู่’

 

คนฟังขมวดคิ้ว “เรื่องอะไรหรือครับ”

 

หญิงสูงวัยเงียบไปอึดใจ ก่อนเอ่ย ‘ตอนนี้เธออยู่กับใครหรือเปล่า’

 

วาสโก้เผลอกลั้นหายใจ “…ไม่ครับ…ผมอยู่คนเดียว”

 

ไม่ถือเป็นคำโกหก เพราะตอนนี้ทั้งบ้าน มีเขาเพียงคนเดียว

 

‘อย่างนั้นเหรอ’ เสียงปลายสายคล้ายจะพึงพอใจ ‘ดีแล้ว…ฉันจะได้หมดห่วง’

 

“อยู่ๆ ถามเรื่องนี้ทำไมเหรอครับ” ชายหนุ่มถามกลับบ้าง

 

‘ช่วงนี้มีคนน่าสงสัยมาป้วนเปี้ยนอยู่รอบๆ คนในตระกูลเรา’ เธอทอดถอนใจเสียงฟังชัด ‘ระวังตัวด้วยล่ะ…นี่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ฉันไม่สบายใจเอาเสียเลย’

 

วาสโก้พยักหน้าแม้อีกฝ่ายไม่เห็น “…ผมพร้อมจะไปอยู่ข้างๆ เสมอ ถ้าคุณและนายท่านต้องการ”

 

‘แล้วฉันจะติดต่อมาแน่นอน’

 

การสนทนาจบลงแค่นั้น หูฟังถูกวางคืนลงกับเครื่อง

 

‘เธอ’ ไม่เคยพูดคุยทางโทรศัพท์ยาวนาน แต่ทุกถ้อยคำนั้นเปี่ยมความหมายต่อเขาเสมอ

 

และเป็นเธอเท่านั้น ที่เขาจะรับใช้อย่างภักดีเรื่อยไป

 

…ดังนั้น หากมีใครต้องสงสัย เขาพร้อมจะกำจัดออกไป…แม้แต่คนที่นอนกอดอยู่ใต้ผ้าห่มเดียวกันทุกคืน…

 

TBC

เนเว่หนีปายยยยยยยยยยยย หนีปายยยยยยยยยยย (;{};

 

Advertisements

Comments on: "[Novel] Be[lie]ve. – 9&10" (3)

  1. ตอนปลูกผักเลี้ยงไก่นี่โคนาอีซูซุลอยมาค่ะ แอ๊ยย
    ชอบตอนปากบอกไม่ไปแต่ขับรถตามเขานี่แล //ถึงผลจะเหงื่อตกก็ตาม…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: