macho_luglio 's cargo, Mostly fanfictions.

Archive for June, 2017

[Novel] Be[lie]ve. – 21&22

17-06-02-20-43-30-005_deco

 

ตอนเก่าๆค่า

คำเตือน ตอนนี้ยาวมาก….

 

 

21.

 

 

 

เส้นผมบางส่วนของวาสโก้เริ่มหงอกขาว เนื่องจากเจ้าตัวพักผ่อนน้อยจนร่างกายแสดงอาการประท้วง

 

ตอนนี้เหมือนเขากำลังไล่จับเงาที่ไม่มีตัวตน เวลาหลายสัปดาห์ผ่านไปอย่างไร้ค่า เพราะไม่ว่าเขาจะเดินฝ่าฝนตกท้ายฤดูไปตามซอกซอยบ่อยแค่ไหน หรืออดหลับอดนอนสุ่มเดินเข้าไปตามผับบาร์ร้านค้าช่วงดึกเท่าไหร่ รวมไปถึงทำใจกล้าหน้าด้านเข้าไปพบอังเดรและคริสเตียโน่…ก็ไม่เจอคนที่ต้องการตัว…

 

กระเพาะเริ่มทนไม่ไหวกับพฤติกรรมการกินแบบผิดปกติ จึงส่งเสียงโครกคราก สร้างความปวดทรมาน บางครั้งเอนตัวลงนอนในรถยังแสบร้อนในอก…จนต้องไปซื้อยาเคลือบกระเพาะมากระดกต่างน้ำ

 

ความกังวล มันโหดร้ายขนาดนี้…

 

เวลาเย็นมาถึงอีกครั้ง ใบไม้ที่เคยเขียวสดในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนเริ่มเปลี่ยนสีเป็นแดงคล้ำ ลมแห้งแล้งเริ่มพัดเข้ามาแทนที่ลมฝน…เนเว่ไปจากเขาเป็นเดือนแล้ว ในโลกนี้มีเพียงไม่กี่คนที่ทำให้วาสโก้คิดถึงจนลืมนึกถึงตัวเอง…

 

ชายหนุ่มปรับเบาะคนขับให้เอนลง ใช้มันแทนที่นอนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา…และแม้จะห่วงบางคนเพียงใด เขายังจำเป็นต้องอารักขาอดีตพ่อตา จึงเลือกที่จะจอดรถอยู่หน้าโรงพยาบาลเสมอ

 

ดวงตาสีดำเหม่อมอง ใกล้จะหลับอยู่แล้ว

 

…ถ้าไม่เห็นคนคุ้นตาเสียก่อน…

 

โฆเซ่ในชุดสูทดำเคร่งขรึมกำลังเดินตรงเข้าไปในโรงพยาบาล เขามีหน้าที่อารักขานายใหญ่เป็นหลัก แต่เหตุการณ์ทางคฤหาสน์ช่วงนี้ไม่น่าวางใจ จึงไม่แปลกนักที่จะเดินทางไปกลับบ่อยครั้ง

 

แต่ครั้งนี้ต่างไปจากเดิม

 

เพราะด้านหลังของโฆเซ่ไปไม่กี่ก้าว เนเว่กำลังเดินตามมา

 

วาสโก้รีบลุกพรวดจากเบาะ เปิดประตูแล้วปิดล็อกรถเสร็จจึงกระโจนข้ามถนน เขายังไม่ทันแตะประตูโรงพยาบาล เนเว่กับโฆเซ่ก็ขึ้นลิฟต์หายไปแล้ว แต่ท่าทางระหว่างทั้งคู่ ไม่ใช่การจับกุมหรือบังคับฝืนใจ หลักฐานเห็นได้จากการที่ผู้คนในโรงพยาบาลมองผ่าน

 

คนตามยืนอย่างร้อนรนอยู่ในลิฟต์อีกตัว เขาออกมาที่โถงทางเดิน ทันเห็นการ์ดสองคนกำลังตรวจค้นอาวุธจากตัวเนเว่ ต่อด้วยโฆเซ่อีกคน…ในสถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้ได้ชื่อว่าเป็นมือขวา ก็ไม่สามารถข้ามกฏรักษาความปลอดภัยได้ โฆเซ่จึงต้องปลดปืนที่พกมา ยื่นให้การ์ดเก็บเอาไว้

 

เนเว่เบิกตาขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นวาสโก้สาวเท้ายาวๆ มาสมทบ แล้วเบือนหน้าหนี ทำเป็นไม่รู้จักหรือสนใจ

 

คนถูกเมินกดความเจ็บยอกในอกขณะยื่นปืนที่พกมาให้การ์ด ยิ้มมุมปากเป็นเชิงทักทายโฆเซ่

 

“ให้ผมเข้าไปด้วยได้ไหมลูกพี่…ในฐานะคนโง่ที่ไม่รูัเท่าทันอะไรใครเขา”

 

‘ลูกพี่’ หรี่ตามอง บ่งบอกความขุ่นเคือง แต่เพราะเกรงใจในฐานะลูกเขยของนายใหญ่ จึงต้องปล่อยไปอย่างช่วยไม่ได้

 

ประตูห้องผู้ป่วยเปิดออก ทั้งสามคนเดินเข้าไปช้าๆ…โฆเซ่ตรงไปยืนข้างเตียง จับมือซูบผอมของเจ้านายขึ้นมาจุมพิตบนหลังแหวน

 

“ท่านครับ…ผมพาเขามาพบแล้ว”

 

จบคำกระซิบ ชาร์ลส์ลืมตา ลมหายใจให้หน้ากากออกซิเจนเป็นฝ้าชัดเมื่อเจ้าตัวตื่่นเต็มที่…เขาเบนมองไปรอบๆ พบวาสโก้กำลังค้อมศีรษะให้แทนความเคารพก่อนจะแยกไปยืนชิดกำแพงปลายเตียง

 

แม้จะป่วยหนัก แต่ดวงตาสีเทายังคงมองได้แจ่มชัดทั้งสองข้าง เขาพิจารณาเด็กหนุ่มที่ยืนนิ่งไม่แสดงกริยาอะไร ก่อนจะคลี่ยิ้ม

 

“แม้เส้นผมจะไม่ใช่สีดำ…แต่เธอหน้าเหมือนเตียเรไม่มีผิด”

 

นัยน์ตาสีฟ้ากะพริบติดกันสองครั้ง…นั่นคือปฏิกริยาที่มากสุดแล้วบนใบหน้าขาวจัด

 

“อย่าเย็นชากับคนแก่นักเลย เด็กน้อยเอ๋ย…” ชาร์ลส์ถอนหายใจ เขายกมือเป็นสัญญาณอะไรบางอย่าง นางพยาบาลที่ยืนหลบอยู่หลังม่านล้อมเดินอ้อมมา ช่วยปรับระบบไฟฟ้าให้เตียงยกขึ้นกลายเป็นพนักพิง และปลีกตัวเดินออกไปจากห้อง

 

“ฉันเรียกเธอมาวันนี้…เพราะอยากเจรจาอะไรด้วย”

 

“ผมก็มาเพื่อฟังข้อเสนอ ดังนั้นข้ามเรื่องไร้สาระ แล้วเข้าประเด็นกันเลยดีกว่า” เนเว่ถือวิสาสะเดินไปลากเก้าอี้มาตั้งกลางห้อง นั่งลงบนนั้น

 

โฆเซ่คิ้วกระตุกอย่างไม่พอใจ วาสโก้เองก็รู้สึกได้เช่นกัน การที่เนเว่ทำแบบนี้เป็นการบ่งบอกทางพฤตินัยว่าตนมีฐานะเท่าเทียมกับชาร์ลส์

 

ทว่านายใหญ่แห่งวอลเธอร์ไม่ถือสา ซ้ำยังยิ้มอย่างถูกใจ “ใจเด็ดเสียด้วย เหมือนเตียเรไม่มีผิด…”

 

“มีอะไรรีบพูดเถอะครับ” ริมฝีปากบางแสร้งยิ้มตาม

 

“ก่อนที่ฉันจะเข้าประเด็นหลัก…ขอรำลึกความหลังหน่อยได้ไหม” ตาเฒ่าพยายามผ่อนคลายบรรยากาศไม่ให้ตึงนัก “แต่เดิมพวกเราวอลเธอร์กับซองโตเน่ ไม่ใช่คนอื่นคนไกล”

 

 

“เรื่องนี้ผมพอจะทราบ” ผู้เยาว์ตอบรับ แต่ไม่ได้ขัดขวางการเล่าอะไร

 

“ฉันกับโรแบร์โต้ พ่อของเธอ เราเป็นเพื่อนรักกัน” ชาร์ลส์ยิ้ม ดวงตาเหม่อไปไกลกับความหลัง “ตระกูลของเราเป็นพันธมิตรกันมาแต่อดีต ดังนั้น เราจึงต่างเอื้อเฟื้อเกื้อกูล…โรแบร์โต้คือเจ้าพ่อตัวจริง เขาเด็ดขาดในเรื่องอำนาจ ส่วนฉันไม่ใช่…ฉันเรียกตัวเองว่านักธุรกิจ เพราะไม่ใช่คนใจแกร่งแบบเขา”

 

เรื่องของ ‘พ่อ’ ที่ออกมาจากปากศัตรูนั้น สร้างความสับสนไม่น้อยให้เนเว่ แต่เขาเลือกที่จะเก็บงำมันไว้ รออย่างตั้งใจ

 

“พวกเราไม่เคยบาดหมาง ไม่เคยหันอาวุธเข้าใส่…แล้วทำไมซองโตเน่ถึงล่มสลาย ทำไมพวกเราจึงเป็นศัตรูกันได้” ชายชราทอดถอนใจ เมื่อมาถึงจุดที่ยากจะเอ่ย “…นั่นเพราะฉันไม่ใช่เจ้าพ่อที่แท้จริง…เมียฉันต่างหาก ที่เป็นคนกุมบังเหียนทุกอย่าง”

 

คนที่เหลือสะดุดลมหายใจ ไม่เชื่อหูว่าสามีจะเอ่ยถึงภรรยาในลักษณะนี้

 

“รู้จักการคลุมถุงชนใช่ไหม ฉันเกิดมาในยุคที่มีประเพณีเช่นนั้น…คู่ครองน่ะ ถูกกำหนดโดยพ่อแม่ ไม่ใช่การเลือกด้วยตนเอง และบางครั้งก็หมั้นหมายกันตั้งแต่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยังอยู่ในครรภ์…ชื่อของฉันคือ ‘ชาร์ลส์’ ราชาผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยโบราณ…ดังนั้นภรรยาย่อมต้องเป็น ‘เฮนเรียตต้า’ ราชินีคู่บัลลังค์ของเขา…เธอถูกตั้งชื่อนี้ตั้งแต่แรกเกิด เพื่อจะมาเป็นภรรยาของฉัน

 

อันที่จริงพวกเราสามคนเติบโตมาด้วยกัน ทั้งฉัน โรแบร์โต้ และเฮนเรียตต้า…ฉันรู้มาตลอดว่าเฮนเรียตต้าไม่ได้เห็นโรแบร์โต้เป็นแค่พี่ชายหรือเพื่อน ในสายตาของเธอมองเขาเสมอ รอว่าสักวันเขาจะพาเธอออกไปจากคำสาปคู่ครองที่ไม่ได้เลือก

 

…ผู้ชายมักจะไม่คิดมากเหมือนผู้หญิง ในหัวมีแต่เรื่องที่ตนสนใจและความแปลกใหม่ท้าทาย ฉันชอบธุรกิจ สนุกกับการได้สร้างอาณาจักรการค้า ส่วนโรแบร์โต้สนใจเกมการเมือง สนใจการได้ต่อสู้กับศัตรูรอบด้าน สนใจที่จะขยายชื่อของซองโตเน่ให้ไปไกลกว่าบรรพบุรุษ…เฮนเรียตต้าสนับสนุนเขาเสมอ ด้วยความรัก และความหวังสุดหัวใจ

 

แต่เรื่องคู่ครองในยุคของพวกฉัน มันเป็นยิ่งกว่าของตาย

 

ถัดจากวันที่พ่อของฉันเสียชีวิตประมาณหนึ่งสัปดาห์ กำหนดการแต่งงานของฉันและเธอก็ถูกประกาศ

 

หนึ่งวันก่อนงานแต่ง เฮนเรียตต้าไปหาโรแบร์โต้ สารภาพความรักที่ทนเก็บไว้มานาน

 

เขาปฏิเสธเธอ เขาไม่เคยเห็นเธอเป็นมากกว่าน้องสาว และเขาไม่อยากแต่งงานกับใครหน้าไหนทั้งสิ้น ชีวิตเขาคือการขยายอำนาจ ไม่อยากมาเสียเวลาให้กับความรัก

 

เธอกลับมาหาฉัน และเราแต่งงานกันในวันรุ่งขึ้น โดยมีโรแบร์โต้เป็นเพื่อนเจ้าบ่าว”

 

ชาร์ลส์หยุดพัก ถอนหายใจยืดยาว…ยาวจนน่ากลัวว่าเป็นลมหายใจสุดท้าย ก่อนจะเล่าต่อ

 

“หลังจากนั้นอีกหลายปี โรแบร์โต้ยังเป็นเพื่อนรักของฉัน และเป็นพี่ชายแสนดีของเธอเสมอ จนกระทั่ง…วันหนึ่งเขามาหาพวกเรา เพื่อแจ้งข่าวว่าจะแต่งงานกับเตียเร…ลูกสาวคนรองของตระกูลมาเฟียทางตอนใต้

 

ฉันยังจำเสียงร้องไห้ของเฮนเรียตต้าได้ดี เธอแอบร้องไห้อยู่ในห้องแต่งตัว

 

…อย่างที่รู้ พวกผู้ชายอย่างเราๆ มันโง่เง่า ฉันจึงปล่อยผ่านเรื่องนั้น หวังว่าสักวันเมียตัวเองจะตัดใจจากชายอันเป็นที่รักไปเอง

 

แต่เฮนเรียตต้าไม่หยุด ที่จริงมันเพิ่งเป็นแค่จุดเริ่มต้น…เพราะโรแบร์โต้ล้มล้างจุดยืนที่ไม่คิดจะแต่งงาน ในเมื่อเขาเปลี่ยนไปแล้ว เธอย่อมเปลี่ยนได้บ้าง จากเดิมที่ทำได้แค่เพียงแอบรัก เธอจึงเดินหน้าเข้าใส่ หวังจะพิชิตใจเขา ใช้ฐานะน้องสาวเข้าใกล้ ไม่สนแม้เขาจะมีเมียเป็นตัวเป็นตน”

 

ถึงตรงนี้ ชาร์ลส์หัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ราวกับเล่าเรื่องของคนอื่นไกล

 

“เตียเร…แม่ของเธอน่ะเนเว่ ทนไม่ไหวที่สามีโดนเกาะแกะโดยหญิงอื่น เธอเดือดขึ้นมา คว้าปืนสไนเปอร์แล้วไล่ยิงไม่ไว้หน้ากันเลย ฮ่ะๆๆๆ บอกแล้วว่าเธอเป็นผู้หญิงใจเด็ด สมกับที่โรแบร์โต้เลือกเอง

 

เคราะห์ดีในยามร้าย…ตอนนั้นเฮนเรียตต้าตั้งครรภ์ลูกของฉันอยู่ เตียเรจึงทำแค่เพียงยิงใบหูของเธอจนขาดเป็นคำขู่…

 

 

มันควรจะจบลงแค่นั้น…แต่ไม่ใช่

 

เฮนเรียตต้าประกาศตัดความสัมพันธ์ระหว่างวอลเธอร์และซองโตเน่ และทีละเล็กละน้อย…เธอเริ่มหยิบฉวยอำนาจจากมืออันละเลยของฉันไป ซ่องสุมกำลัง ปูฐานอำนาจให้กับตนเอง ธุรกิจมืดแบบไหนถ้าทำเงินและขยายอำนาจได้ เธอพร้อมจะสนับสนุน

 

และชะตาก็สุมไฟให้มันฉิบหายวายป่วงขึ้นกว่าเดิม…เนเว่…เธอดันมามีตัวตนในครรภ์ของเตียเร ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมว่าใจของใครบางคนแหลกสลาย

 

 

ไม่รู้ว่าเฮนเรียตต้าได้ข่าวมาจากไหน ว่าโรแบร์โต้มีคลังทองคำไม่ตีตรามูลค่านับหมื่นล้านเหรียญ…เป็นทองคำเถื่อนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน สามารถใช้แลกเปลี่ยนในธุรกิจใต้ดินได้อย่างสะดวก

 

มันเหมือนเพลงอะไรสักเพลง…ฉันจำไม่ค่อยได้…ทันทีที่ข่าวนี้ลือออกไป ทุกคนต่างตื่นทอง แก๊งเล็กแก๊งใหญ่จ้องซองโตเน่ตาเป็นมัน หาโอกาสปล้นชิงตลอดเวลา…พ่อเธอรับศึกรอบด้าน และยืนหยัดมาได้ยาวนานพอควร…อย่างน้อยก็พอให้เธอเติบโตจนอายุสองถึงสามขวบ

 

ศึกนอกต้านได้ แต่คนหักหลังภายในต้านยาก ในที่สุดเด็กชายตัวน้อยก็ถูกลักพา…นำไปขังไว้ในโกดังเหล็กทึบ ล่ามด้วยโซ่ที่ข้อเท้าขวา…อา…เธอรู้มาก่อนหรือเปล่า ว่าเตียเรเป็นคนกลั้นใจตัดเท้าเธอทิ้งทั้งน้ำตา”

 

เนเว่นิ่งเฉยกับเรื่องเล่านั้น…หากขบฟันจนเห็นเส้นเลือดนูนข้างลำคอขาว…

 

ชาร์ลส์เหมือนเครื่องฉายหนังยุคเก่า จะไม่หยุดจนกว่าฟิล์มขาดหรือหมดเรื่อง

 

“แต่คนที่จ้องจะล้างโคตรเธอเล็งเอาไว้แล้ว จึงวางระเบิดเป็นกับดักซ้อน…เวลากระชั้นชิด หนีไม่ได้…พ่อแม่จึงเอาตัวบังลูกไว้…เธอหายตัวไปเพราะถูกใครบางคนช่วยออกมา…หายไปยาวนาน…จนกระทั่งวันนี้”

 

ความเงียบอันน่าอึดอัดคงอยู่หลายนาที จนกระทั่งเสียงไม่ต่ำไม่สูงเอ่ยขึ้น

 

“…ที่คุณเล่านิทานยืดยาวมานี่ ต้องการสื่ออะไรกันแน่ คงไม่ใช่แค่อยากเอาบุญด้วยการบอกความจริงกับลูกกำพร้าอย่างผมใช่ไหม” หนึ่งในตัวเอกของเรื่องเล่าถาม

 

“ฉัน…” เสียงของผู้เฒ่าแหบเครือ  “ต้องการจะขอขมา…”

 

“เรื่องอะไร…” เนเว่เอียงคอ คล้ายเบื่อเต็มที

 

“เรื่องที่ฉันไม่เคยทำสิ่งที่ถูกต้อง…ไม่เคยห้ามปรามภรรยา” ชาร์ลส์มองตรงมา แววตานั้นมีความเสียใจแฝงอยู่ “ไม่เคยรู้ตัว จนกระทั่งเสียเพื่อนรักไป…ผิดต่อเตียเร ผิดต่อเธอ…หากมีสิ่งใดฉันจะชดใช้ได้ คงเป็นตอนนี้เท่านั้น”

 

“แบบไหน…” กับการชดใช้หนี้เลือดให้สาสม

 

 

“ฉันขอให้เธอยุติทุกเรื่องไว้แค่นี้…เลิกแล้วต่อตระกูลวอลเธอร์” ชาร์ลส์บอกด้วยเสียงมั่นคง “ส่วนฉันจะใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายนี้ หยุดเฮนเรียตต้าไม่ให้ยื่นมือไปหาเธอได้อีก”

 

 

โฆเซ่กับวาสโก้ มองหน้ากันอย่างไม่เชื่อหู

 

ในขณะที่เนเว่…ยิ้มหวานยวนตา

 

“ทำไมผมต้องเชื่อคุณด้วยล่ะครับ…” ถามพลางหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง ยกมือขึ้นเกาหูคล้ายมีอะไรรบกวน

 

ชายชราเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือผอมแห้งขึ้นวางเหนือหัวใจ “ด้วยเกียรติของผู้นำตระกูล ด้วยความสำนึกผิดต่อบาป…ฉันขอร้องให้เธอเชื่อตาเฒ่าคนนี้สักครั้ง”

 

“นั่นล่ะที่ทำให้ผมไม่อยากเชื่อ” ผู้เยาว์มองตรงไปอย่างไร้ความกลัวเกรง “ตาเฒ่าแบบคุณ อีกไม่นานก็ตายแล้ว…คุณอาจหยุดเมียได้ แต่ความสงบมันจะอยู่ถึงแค่วันสุดท้ายของชีวิตคุณเท่านั้น”

 

“เนเว่!”

 

วาสโก้ออกปากเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าห้องมา เขากลัวชาร์ลส์จะไม่พอใจ กลัวข้อเสนอที่นายใหญ่ตัดสินใจเลือกจะสูญเปล่า

 

หารู้ไม่ เสียงของวาสโก้ยิ่งเป็นเชื้อไฟให้เนเว่เดือดดาลกว่าเดิม

 

“ชีวิตผมนอกจากจะสูญเสียนับไม่ถ้วนแล้ว ยังไม่อยากจะเชื่อใครอีกต่อไป…สิ่งที่ผมเชื่อมีเพียงตัวเองเท่านั้น” นัยน์ตาสีฟ้าเริ่มปรากฎรอยแดงแทรกขึ้นมา “ดังนั้น…ผมเลือกที่จะทำตามวิธีของตัวเอง”

 

ชาร์ลส์สีหน้าซีดลงไป ส่วนโฆเซ่เคลื่อนตัวเองไปยืนใกล้เจ้านายมากกว่าเดิม เผื่อเหตุไม่คาดฝัน

 

ตอนนั้นเองที่เสียงนุ่มนวลดังมาจากประตู

 

“คุณบอกเองว่าเด็กนี่เหมือนแม่…ก็ควรรู้แล้วสิว่าคงตกลงกันไม่ได้”

 

เนเว่หันไปมองหญิงสูงวัยเพียงหางตา คงเพราะยังไม่พ้นช่วงฝนตกดีนัก เธอจึงพกร่มคันยาวมาด้วย หนุ่มน้อยลุกขึ้นจากเก้าอี้ ลากไปใกล้คนป่วย โดยมีสายตาระแวงของโฆเซ่จ้องอยู่…แต่เขาเพียงแค่วางเก้าอี้ไว้หน้าเตียง จัดให้เอียงเข้าหาอย่างเหมาะสม ต่อด้วยการผายมือเชิญ

 

เฮนเรียตต้ากระตุกยิ้มมุมปาก เดินเนิบช้าไปนั่ง พลางมองเด็กหนุ่มถอยกลับไปยืนกลางห้องตรงจุดเดิม “…น่ารักจัง”

 

“ผมถูกสอนให้เป็นสุภาพบุรุษครับ” บอกพลางค้อมศีรษะ “แม้แต่กับนางมารร้าย ก็ถือว่าเป็นสตรี”

 

รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้างาม

 

“ดูสิ…ดู” เฮนเรียตต้าหันมองชาร์ลส์ “คุณนี่ ทำให้ฉันผิดหวังได้เสมอ คิดเหรอว่าเขาจะยอมจับมือเลิกแล้วต่อกัน…ฉันฆ่าพ่อแม่เขานะ…”

 

น้ำเสียงไพเราะ แต่ประโยคเลือดเย็น

 

“วาสโก้…เธอเองก็เหมือนกัน ฉันรู้หมดแล้วนะเรื่องของเขา” ขนตายาวเหยียดแทบปรกลงแก้มเมื่อคนพูดหรี่ตา “…ทำไมถึงทำเรื่องน่ารังเกียจ”

 

คนฟังหน้าชา ไม่สามารถตอบโต้อะไรได้

 

“ส่วนเธอ…” ราชินีผมบลอนด์จงใจไม่เอ่ยชื่อคนตรงหน้า ราวกับว่ามันเป็นคำหยาบคาย “โง่หรือไงที่เดินตามเขาต้อยๆ เข้ามาถึงที่นี่…รู้ใช่ไหมว่าถ้าจะออกไปต้องเป็นศพเท่านั้น”

 

เนเว่ยิ้มร่า ราวกับเพิ่งเจอเรื่องบันเทิงเริงใจที่รอมานาน “แล้วคุณเองล่ะครับ ตามเข้ามาดูมารหัวขนที่กำจัดไม่สำเร็จแบบผมเนี่ย ไม่อายเหรอ อีกอย่าง…สามีของคุณเป็นคนเรียกผมมา คุณน่ะไม่ได้รับเชิญ…สอดรู้”

 

เฮนเรียตต้าเผลอถลึงตา ความเยือกเย็นที่รักษาเหมือนละลายหาย

 

“ฉันทำลายพ่อแม่แกไปแล้ว…ต่อไป…แม้แต่อนาคตของแกก็จะไม่เหลือ”

 

“ทำไมพวกคนแก่ชอบห่วงอนาคตเด็กจังหนอ…” มือขาวยกขึ้นจับต้นคอคล้ายเบื่อหน่าย

 

“แล้วก็…คนอย่างผมน่ะ ไม่ต้องการอนาคตหรอกครับ”

 

ขาดคำ เนเว่ชักมีดแกรนิตเนื้อแก้วเล่มยาวประมาณสิบห้าเซนติเมตรออกมาจากด้านหลังคอเสื้อ เขาซ่อนมันไว้อย่างแนบเนียน และเพราะไม่ใช่โลหะจึงรอดจากการตรวจจับมาได้อย่างง่ายดาย

 

โฆเซ่ผวาเฮือก รีบกันนายใหญ่เอาไว้ แต่เมื่อเห็นว่าเป้าหมายอาจจะเป็นนายหญิงมากกว่าจึงขยับมาด้านหน้า

 

“ฮ่ะๆ…” เนเว่หัวเราะแผ่ว “พอเอาเข้าจริง มันไม่ได้ง่ายเหมือนในหนังเลย การที่จะควักมีดออกมาแล้วกระโดดเข้าไปฆ่าคนได้ในพริบตาเนี่ย…ยากเหมือนกันนะ”

 

“เนเว่…อย่า” วาสโก้เอ่ยเสียงแหบ สิ่งที่เขากลัวไม่ใช่เจ้าตัวเล็กจะฆ่าใคร แต่เขากลัวว่าใครจะฆ่าเด็กคนนี้มากกว่า

 

และคำตอบประการหลังเริ่มพุ่งเข้าหา โฆเซ่อาศัยจังหวะที่เนเว่ลังเล พุ่งเข้าใส่ หวดแข้งจนเกิดเสียงดังแหวกอากาศ แต่คนตั้งรับคาดเดาไว้อยู่แล้วจึงกระโดดหลบด้วยขาข้างดีได้ทันควัน

 

แม้มือเปล่าแต่องครักษ์รุ่นใหญ่ไม่มีความลังเล แขนขาหมัดเท้าประเคนเข้าใส่เด็กรุ่นหลาน ว่องไวเสียจนน่ากลัว เนเว่การ์ดแตก โดนชกไปหลายหมัด แต่ยังยืนไหวและหลบได้คล่องกว่า

 

เพราะอายุมากแล้ว หมัดหนักหน่วงชุดหลังจึงช้าลง มืดมีดไม่พลาดโอกาศ เอี้ยวหลบหมัดที่เกือบกระแทกหน้า แล้วปาดเฉือนใกล้ข้อพับแขน เสียงร้องคำรามอย่างเจ็บปวดดังคับห้อง

 

แต่สติคนเจ็บยังคงอยู่ ในพริบตานั้น มือซ้ายของโฆเซ่คว้าเข้าที่ลำคอเล็กพอดิบพอดี

 

วูบหนึ่ง เนเว่คิดว่าตัวเองต้องคอหักตาย

 

แต่ไม่เป็นเช่นนั้นเพราะวาสโก้กระโจนเข้าใส่ลูกพี่ของตนเอง เพราะขนาดตัวใหญ่พอกันจึงต้องโถมใส่ทั้งร่าง บนพื้นห้องพักฟื้นจึงเหมือนหมีสองตัวกำลังล้มปล้ำชกต่อยกันหมัดต่อหมัดเลือดต่อเลือด

 

มีดแกรนิตเนื้อแก้วยังอยู่ในมือเดิม ตอนนี้มันย้อมเลือดแดงฉานไปครึ่งเล่ม…เนเว่สูดลมหายใจเข้าลึก ปรับจังหวะให้ร่างกายนิ่ง เขามองประเมิน

 

เฮนเรียตต้าขยับหนีไปไกลแล้ว เธอตั้งหลักอยู่หลังเตียงของชาร์ลส์

 

หนุ่มน้อยเดินอ้อมไปหา เฮนเรียตต้ารีบสาวเท้าหลบหนีไปอีกฝั่ง ด้ามร่มยาวชนเข้ากับเสาน้ำเกลือจนล้มคว่ำ

 

เนเว่หงุดหงิดเล็กน้อย ทันใดนั้น เขามองเห็นผมบลอนด์ทองของเธอเสียทรง…ใบหูข้างซ้ายขาดแหว่งปรากฎออกมา

 

“ฮ่ะๆๆๆ” เสียงหัวเราะดังเย้ยหยัน “ปกติคุณขี้ขลาดแบบนี้รึเปล่าครับ นี่สมัยก่อนคงวิ่งหัวซุกหัวซุนจนเล็งเป้ายาก แม่ผมถึงยิงพลาดไปโดนแค่หู ไม่ใช่หัว”

 

เฮนเรียตต้าหยุดนิ่ง…ใบหน้าปรากฎริ้วรอยชัดเจนเมื่ออารมณ์อันแท้จริงแสดงออกมา เธอเหวี่ยงร่มขึ้นสูง แล้วฟาดใส่ขาขวา เล่นงานส่วนที่พิการของอีกฝ่าย

 

เนเว่ประเมินความเกรี้ยวกราดของเธอผิดไป เขาเซวูบแต่ยังฝืนประคองตัวเอาไว้ได้ มือซ้ายข้างว่างจับบ่าเพรียวของศัตรู เงื้อมีดขึ้น เป้าหมายคือดวงตาสีเทาข้างซ้าย…

 

“ลาก่อน” เอ่ยเสียงเบา แล้วลงมีด

 

ทว่า ทุกอย่างไม่สำเร็จตามที่ควรเป็น

 

 

“เฮนเรียตต้า!!!!!!!”

 

 

 

เสียงตะโกนนั้น ดังว่าครั้งใดที่เคยได้ยิน ชัดเจนกว่าคำใดที่เจ้าของเสียงเคยเอ่ย

 

หลังคอเสื้อของเนเว่ถูกคว้าไว้ แล้วกระชากไปด้านหลังจนกระอักลมหายใจ…โลกทั้งใบหมุนกลับด้าน ร่างทั้งร่างลอยคว้างในอากาศ จับโฟกัสสิ่งใดไม่ได้…แผ่นหลังเล็กกระแทกบานประตู ก่อนรูดลงไปตามแผ่นไม้ ศีรษะหล่นลงพื้น เจ็บจนร้องไม่ออก…นอนกองแน่นิ่ง

 

หากนัยน์ตาสีฟ้ายังคงรับภาพได้ชัดเจน…

 

วาสโก้เป็นคนจับเขาทุ่ม เพื่อปกป้องนายหญิง

 

สายตาตื่นตระหนก น้ำเสียงร้อนรนที่เรียกชื่อเธอ บ่งบอกได้ดีว่ามีความสำคัญต่อกันแค่ไหน

 

มือที่สัญญาว่าจะไม่มีวันทำร้ายเขา…เหวี่ยงทั้งร่างราวกับไร้เยื่อใย

 

……

 

เศษเสี้ยวกระจายในความจำ พลันมาบรรจบต่อ

 

เนเว่ตาสว่าง รู้แล้วว่าวาสโก้รักและรอคอยใคร…สายเรียกเข้าที่พลาดรับนั้น คือสายของคนไหน

 

 

เจ็บ…จนร้องไห้ไม่ออก

 

 

 

ฝ่ายคนทำร้าย กำลังมือสั่น…สัญชาตญาณบอกให้เขาเลือกปกป้องผู้หญิงที่เป็นดั่งเจ้าชีวิตเมื่อเธอเจออันตราย

 

วาสโก้หูอื้อตาลาย คำสาบานว่าจะภักดีต่อคนที่แอบรักมาเนิ่นนาน ผสานกับเสียงสัญญาที่เคยมีให้ใครอีกคน จะไม่ทำร้าย ไม่มีวันทำร้าย ไม่มีวัน…

 

ลิ้นเขาแข็งค้าง เมื่อพยายามจะห้ามโฆเซ่ที่เดินตรงไปยังร่างเล็ก

 

ทว่า ประตูห้องกลับถูกกระชากเปิดเสียก่อน ปากกระบอกปืนนำมาก่อนตัวคน ต่อด้วยการบรรจงลั่นไกทีละนัดอย่างใจเย็น

 

เฮนเรียตต้าถูกยิงเข้าที่ท้องเป็นนัดแรก หัวเธอเกือบจะเป็นเป้าหมายต่อไป แต่เธอกุมแผลแล้วหนีไปหลังเตียงทัน โฆเซ่โดดขวางนายใหญ่และนายหญิง แม้จะสวมเสื้อกันกระสุนเอาไว้แต่เมื่อถูกยิงก็กระอักจนน้ำลายพุ่ง

 

เมื่อเห็นว่าเป้าหมายใส่ของป้องกัน มือปืนจึงเปลี่ยนไปจ่อที่เข่าข้างขวาแทน ร่างใหญ่ทรุดฮวบแต่ยังอึดพอ…เขายันตัวขึ้นกางแขน ปกป้องนายใหญ่เอาไว้แม้ต้องแลกชีวิต

 

ปากกระบอกปืนหันไปยังวาสโก้ เหนี่ยวไกใส่ท้อง เมื่อรู้ว่ามีเสื้อกันกระสุนเช่นกัน จึงเลี่ยงไปยิงแขนขวาแทน ชายหนุ่มโดนแรงอัดปืนทั้งท้องและแขนจนเซไปชนผนัง จุกจนยืนแทบไม่อยู่

 

…อังเดรเหลือกระสุนนัดสุดท้ายไว้ในลูกโม่เผื่อกรณีฉุกเฉิน นอกนั้นเขาใช้ ‘สั่งสอน’ ไปอย่างไม่เสียเปล่าแม้แต่นัดเดียว

 

“ไหวไหม…” น้ำเสียงอ่อนโยนนั้นเอ่ยพร้อมประคองหนุ่มน้อยที่นอนอยู่ให้ลุกขึ้นยืน พยายามแกะมีดแกรนิตออกจากมือที่เกร็งค้าง “บาดเจ็บตรงไหนร้ายแรงหรือเปล่า”

 

เนเว่ดวงตาสั่นพร่า… “อังเดร…ทำไม”

 

“การ์ดข้างนอกห้องเขาห้ามพกปืนเข้ามา แถมพูดจาไม่รู้เรื่อง” คนงามสูงวัยยิ้มบาง “ฉันเลยฟาดจนสลบ…แล้วนี่ก็ไม่ได้พกปืนเข้าห้อง ฉันยืนยิงอยู่ในเขตก่อนข้ามขอบประตู อ๊ะ…ไม่ใช่ เพราะเข้ามาหาเธอเลยผิดกฎเสียแล้ว”

 

คนเจ็บช้ำทั้งตัวหัวเราะเสียงแหบกับตลกร้าย เนเว่รู้สึกว่าหลังคอปวดหนัก แต่เขากัดฟันยืนขึ้น อังเดรยกแขนไปพาดบ่าช่วยประคองให้เดินไหว

 

ก่อนจะพ้นประตู มือปืนกดเสียงต่ำถึงคนด้านในห้อง

 

“ชาร์ลส์…” อังเดรเหลือบมองเจ้าของชื่อเพียงหางตา… “เห็นแก่ที่นายยังเป็นพี่ชาย ฉันถึงหยุดแค่นี้…ช่วยทำยังไงก็ได้กับเมียของนายที”

 

‘ชาร์ลส์ วอลเธอร์’ ไม่สามารถเปล่งเสียงตอบ ‘อังเดร วอลเธอร์’ ได้เลยแม้เพียงประโยคเดียว…พวกเขาเป็นพี่น้องคนแม่ แค่นี้ก็ทำให้ต่างกัน…ต่างกันมากเกินไป

 

“ฉันไม่อยากแย่งเหยื่อของเนเว่” อังเดรออกเดิน ประคองคนเจ็บพร้อมทิ้งท้าย “แต่อาจจะลงมือเอง ถ้าทนไม่ไหว”

 

……

 

ทั้งที่เสียงปืนสนั่นโรงพยาบาล แต่กลับไม่มีใครเข้ามาใกล้ห้องพักของชาร์ลส์ จวบจนเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง พอให้คนสองคนออกไปแล้ว แพทย์และพยาบาลถึงเริ่มโกลาหล…ราวกับมีใคร ‘สั่ง’ ให้ล้อมปิดอาคารเอาไว้

 

คนเจ็บสามคนถูกทำแผลฉุกเฉินพร้อมกัน การ์ดสองคนที่เพิ่งฟื้นรีบรุดเข้ามาดู ต่างหน้าซีดเผือด

 

แผลทั้งแขนและเข่าของโฆเซ่อาการหนักสุด จึงถูกส่งต่อไปยังแผนกเฉพาะทาง วาสโก้หลังถูกดึงกระสุนและพันแผลเสร็จแล้ว ยังคงนั่งอยู่ในห้องนั้น มองพยาบาลอีกกลุ่มกำลังตัดชุดเดรสช่วงท้องของนายหญิงออก

 

ชาร์ลส์นอนประสานมืออยู่บนเตียง…มองภรรยาด้วยแววตาแห้งผาก เขาเอ่ยขึ้นตัดเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของเธอ

 

“เลิกบ้าได้หรือยัง” เสียงนั้นแหบลึก “…ตอนครั้งระเบิดบ้านคริสเตียโน่ พวกเราก็แทบออกจากเมืองไม่ได้แล้ว…ครั้งนี้เธอหาเรื่องอังเดรอีกทำไม แค่ปล่อยเด็กคนเดียวไป เธอทำไม่ได้เลยหรือ”

 

เฮนเรียตต้าชะงัก…เสียงร้องจากความทรมาน เปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะหลอนลึก…

 

“ฉันจะเอาให้ตาย…เอาให้ตาย…ฉันคนนี้ต้องการอะไร…ต้องได้…ต้องได้…”

 

วาสโก้เห็นเหล่าแพทย์และพยาบาลมือสั่น…เข็มเย็บปักไม่เข้าเนื้อหลายครั้ง จนต้องเอ่ยขอโทษแล้วตั้งสติใหม่

 

…เขาเองยังรู้สึกหนาววาบทั้งสันหลัง

 

เทพีของเขา…เป็นเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

 

ไม่นานนัก การเย็บแผลเบื้องต้นก็จบลง หน่วยฉุกเฉินบอกให้เฮนเรียตต้ารอ พวกเขาจะรีบไปเตรียมรถเข็นมารับไปห้องพักเพื่อรักษาต่อ…พอคล้อยหลังแพทย์ เธอยันตัวลุกขึ้นมา โดยอาศัยการพยุงจากการ์ดทั้งสอง

 

 

วาสโก้ไม่กล้ามองหน้าเธอ…จึงจ้องเพียงปลายรองเท้าคู่สวย…หนังแก้วแวววับสะท้อนเงาลาง ๆ ของผู้สวมใส่

 

ที่กำลังถือปืนจ่อมายังเขา…

 

พริบตาที่เหนี่ยวไก ชายหนุ่มกลิ้งหนีได้อย่างทันการ เขาลุกขึ้นยืน เบิกตาค้าง…มองนายหญิงที่ตนช่วยชีวิตเอาไว้อย่างไม่เชื่อ

 

“แกนอนกับลูกของเตียเร…” ใบหน้างามแสดงความเกลียดชัง

 

เสียงปืนดังรัวอีกหลายนัดตามมา วาสโก้หนีตาย ออกวิ่งจนเกือบลงไปคลานสี่ขา

 

…ความรักทั้งชีวิตที่เขาเทิดทูนมา…ช่างไร้ค่าในสายตาเทพี…

 

TBC

 

22.

 

 

 

 

ในตรอกแคบของเมืองเรเวน ระงมไปด้วยเสียงร้องไห้ของสองแม่ลูก

 

เด็กชายตัวน้อยเอื้อมมือไขว่คว้า พยายามช่วยผู้เป็นแม่ที่กำลังถูกฉุดคร่าโดยชายฉกรรจ์หลายคน ตัวเด็กถูกเตะถีบให้พ้นทางราวกับเป็นขยะกองหนึ่ง เสื้อผ้าของแม่ถูกฉีกกระชากออก ท้องถูกต่อยให้ยอมอยู่นิ่ง

 

เสียงปืนหลายนัดดังก้องในตรอกสกปรก…

 

 

เลือดมากมายไหลรวมกับน้ำคลำบนพื้น เด็กชายพุ่งเข้าไปหาแม่อย่างหวาดกลัว แล้วต้องเสียขวัญซ้ำซาก เพราะแม่ของเขาหมดสติจากการถูกทำร้าย เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ฟื้นขึ้นมา

 

ชายถือปืนเดินมาอุ้มร่างของแม่ เด็กน้อยเข้าใจผิดจึงตรงเข้าไปทุบตี

 

ตอนนั้นเองที่แขนเรียวขาวดึงเขาไปกอดเอาไว้ มือคู่งามลูบศีรษะให้หายตื่นตระหนก

 

เธอกระซิบคำหวานปลอบโยนเขา…ก่อนจะช้อนร่างขึ้นอุ้ม พาไปขึ้นรถคันหรู ที่เขาเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก

 

….

……

 

จากสลัมสกปรก สู่คฤหาสน์หลังใหญ่ราวกับวัง แม้แต่ห้องสำหรับคนรับใช้ ยังใหญ่กว่าบ้านที่สองคนแม่ลูกเคยอาศัย

 

แม่เคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นวัยเด็กของเธอ…เทพีประจำใจของเขา เธอทั้งเอ็นดูและให้ความเอาใจใส่ เธอชื่นชมเมื่อพบว่าเขาอ่านออกเขียนได้เกินวัย และรีบไปปรึกษากับนายท่านเพื่อส่งเขาไปเข้าโรงเรียน

 

กาลเวลาไม่อาจทำอะไรเธอได้…จากวัยสาวสู่วัยผู้ใหญ่…เขาเพียงแค่มองอย่างหลงใหลเทิดทูน

 

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เธอดูเศร้าระทม…ไม่นานหลังจากนั้น เธอเข้าพิธีแต่งงาน…เขากับแม่ย้ายตามเธอไป รู้จักกับนายใหญ่อีกท่าน

 

ชีวิตอันสงบสุขดำเนินต่อไป

 

จนกระทั่งวันหนึ่งเธอร้องไห้อีกครั้ง

 

ใครๆ ต่างกล่าวว่าเธอเปลี่ยนไป…เขาเถียง เธอยังเป็นนางฟ้าของเขา เป็นเทพีผู้เต็มไปด้วยความรักและเมตตา

 

แล้วใครกัน…ที่ทำร้ายเธอได้ลงคอ ทั้งที่เธอกำลังตั้งครรรภ์

 

วันที่เธอนอนละเมอเพราะพิษจากบาดแผลบนหู เขาอยู่ไม่ไกลจากห้องนั้น…เขาจึงตั้งคำสัตย์สาบาน ว่าจะปกป้องและภักดีเธอ…ไม่ว่าต้องทำวิธีไหน

 

วันเวลาผ่านไป เขาเติบโตขึ้นเด็กชายไม่เอาไหน เป็นชายหนุ่มสมบูรณ์

 

นั่นเป็นเวลาใกล้เคียงกับตอนที่แม่ของเขาจากไปด้วยโรคร้าย

 

เธอปลอบประโลมเขาเช่นเคย ซ้ำยังเอ็นดูเขาเสียจนอยากสนับสนุนสิ่งที่ดีกว่าให้

 

ลูกสาวของเธอที่โตมาพร้อมกับเขา กลายเป็นคู่หมายที่ใครๆ ต้องอิจฉา

 

จวบจนวันวิวาห์…เขาจึงเพิ่งรู้ว่าตนเองรักใคร

 

หากความรักกับเทพีนั้น…เป็นไปไม่ได้ เขาจึงเก็บมันเอาไว้ เลือกใช้ชีวิตในทางที่ถูกและควร

 

ชีวิตแต่งงานล่มลงอย่างรวดเร็ว เขายังเลือกจะกอดความภักดีเอาไว้

 

รัก เทิดทูน หลงใหล บูชา

 

เพื่อจะมารับรู้ตอนสุดท้ายว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมา…ความรักของเขาช่างไร้ค่าสิ้นดี…

 

 

———

 

 

ขับรถออกจากเมืองเรเวนมาราวหนึ่งชั่วโมง จะถึง ‘เมืองโครวเวน’ เมืองที่ได้รับคำเปรียบเปรยว่าเป็นเมืองแฝดของเรเวน แต่เป็นด้านสว่างกว่า

 

บ้านพักส่วนตัวของอังเดรตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้านจัดสรร ออกแบบเรียบง่ายเหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก ฝั่งตะวันตกของบ้านติดกับแม่น้ำ มองออกไปจะเห็นครอบครัวเพื่อนบ้านออกมาทำกิจกรรมต่างๆ…ซึ่งทั้งหมู่บ้านนั้น คือการ์ดของอังเดรทั้งสิ้น

 

เนเว่นอนอยู่บนเตียงริมหน้าต่าง รอบลำคอมีเฝือกอ่อน หลังแพทย์ที่เชิญมาดูอาการและจ่ายยาออกไป อังเดรจึงเข็นรถเข็นพาคริสเตียโน่เข้ามาหา

 

หากเป็นเวลาปกติ คริสเตียโน่คงจะตะโกนด่าตัวต้นเหตุ แต่คงเพราะครั้งนี้รู้ว่าเนเว่บอบช้ำทางจิตใจมาพอแล้ว ผู้เป็นพ่อจึงทำเพียงแค่ลูบศีรษะ

 

“ให้พ่อไปฆ่ามันไหม” ถามพร้อมรอยยิ้มกว้าง

 

บรรยากาศที่คุ้นเคยทำให้คนเจ็บยิ้มออก “พ่อก็รู้ ว่าผมจัดการเองได้”

 

อังเดรนั่งลงบนเตียง “…ฉันอยากให้เธออยู่ที่นี่…ลืมเรื่องอดีตให้หมด”

 

เนเว่ฟังคำนั้นอย่างเคารพ แต่กลับปฏิเสธเสียงเบา “ทั้งเรื่องของพ่อแม่แท้ๆ ทั้งเรื่องที่พวกเขาวางระเบิดบ้านจนพ่อเจ็บ ผมหยุดไม่ได้หรอกครับ”

 

“ทั้งที่คุณห้ามผมไม่ให้ไปจัดการกับชาร์ลส์” คนงามสูงวัยตวัดสายตามองคนบนรถเข็น “แต่กลับห้ามลูกตัวเองไม่ได้”

 

คริสเตียโน่ไม่ยอมสบตา “…ช่องว่างระหว่างวัยล่ะมั้ง แล้วที่ผมห้ามคุณ…เพราะผมจะรอหายดีแล้วไปจัดการเองต่างหาก”

 

แม้จะรูปร่างหน้าตาต่างกันสุดขั้ว แต่เนเว่คิดว่าเขาเหมือนพ่อเหลือเกิน

 

“งั้นช่วงนี้ก็พักฟื้นที่นี่เถอะเนเว่” อังเดรหาทางประนีประนอม “ของทุกอย่างในบ้านเก่าที่เรเวน ฉันย้ายมาไว้ที่นี่หมดแล้ว…ที่นี่เป็นบ้านของเธอเสมอ”

 

“ขอบคุณครับอังเดร” มือเล็กเอื้อมไปจับมือคนที่นั่ง “แต่ผมคงอยู่ที่นี่ไม่นาน…เฮนเรียตต้าต้องการชีวิตผม ดังนั้นผมจะไม่อยู่เป็นเป้าล่อให้เมืองนี้เดือดร้อน”

 

ความห่วงใยแสดงออกมาทางดวงตาสีเทาสวย หากริมฝีปากยิ้มน้อยๆ คล้ายเข้าใจความคิด “จะไปที่ไหนล่ะ ให้ฉันเตรียมคนไปส่งไหม”

 

“เดินทางด้วยรถคงสะดุดตา…ผมมีวิธีครับ…”

 

ระหว่างโครวเวนกับเรเวนนั้น เชื่อมถึงกันด้วยไฮย์เวย์กว้างใหญ่ แต่น้อยคนนักจะรู้ว่ายังมีถนนเส้นเล็กคดเคี้ยวไปตามหุบเขา เชื่อมต่อไปยังอีกเมืองทางใต้

 

….

…..

 

หลังพักรักษาตัวจนเคลื่อนไหวได้สะดวก เนเว่ซื้อจักรยานใหม่คันหนึ่ง แล้วออกเดินทางไปยังถนนเส้นเล็กนั้น…ไปยังเมือง ‘บลอดเวน’ ที่เขารัก…

 

TBC

ใกล้วันงานแล้ว ฝากร้านด้วยค่ะ อิอิ ใบโฆษณางานGenYบูธG1

Advertisements

[Novel] Be[lie]ve. – 19&20

17-05-31-22-41-01-418_deco

 

ตอนเก่าาาาาาาาาา

 

19.

 

 

ในห้องของโรงแรมสี่ดาวนั้น ร่างใหญ่นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียง นิ้วมือกดพิมพ์ข้อความลงในสมาร์ทโฟน พิมพ์แล้วลบ ลบแล้วพิมพ์ใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า…หาเหตุผลให้น่าเชื่อถือจนพอใจ จึงจะกดส่ง…

 

วาสโก้มองข้อความของคืนก่อน หลังแอบเห็นความลับของเนเว่ และผ่านการสนทนากับโฆเซ่…เขาไม่เหลือแรงพอจะกลับบ้าน จึงส่งข้อความอ้างไปว่ามีงานด่วนจากนายใหญ่ ยังกลับไปไม่ได้ อีกฝ่ายส่งข้อความกลับมาว่าเข้าใจ

 

ส่วนวันนี้ เขาใช้เวลาทั้งวันนอนคิดหาทางออกให้ชีวิต แต่ยังไม่อาจพบวิธีไหน…เวลาใกล้ค่ำบอกให้เขาต้องส่งข้อความอีกครั้ง…จึงอ้างไปว่างานยังติดพันต่อเนื่องอีกคืน…เนเว่ตอบกลับมาเช่นเคยว่าเข้าใจ…

 

เขาไม่รู้ว่า ‘เข้าใจ’ นั้นจะเป็นจริงตามที่เจ้าตัวบอกหรือเปล่า อาจจะเริ่มระแวง อาจจะเริ่มหึงหวงว่าเขาไปค้างกับใคร มันเป็นได้ทั้งนั้น

 

 

เช่นเดียวกับตัวเขา ซึ่งระแวงและเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ ด้วยฐานะของเขาในตอนนี้ ควรทำตามคำแนะนำของโฆเซ่ คือรีบเขี่ยเด็กคนนั้นออกไปจากชีวิตให้ไวที่สุด

 

พยายามสะกดจิตตัวเองให้คิดว่านั่นเป็นเพียงคู่นอนชั่วคราว เป็นเพียงเด็กขายตัวดังที่เอ่ยอ้าง…ผู้ชายด้วยกันมันจะไปมั่นคงถาวรอะไร…หนำซ้ำการกันอีกฝ่ายออกไป อาจจะเป็นข้อดีแก่ทั้งสองฝ่าย เขาไม่ต้องกังวล เนเว่ปลอดภัย

 

…แต่เขาทำไม่ได้…

 

บนเตียงโรงแรมกว้างใหญ่…เมื่อไม่มีร่างเล็กให้กอดแล้วเขาหลับแทบไม่ลง ฝืนตัวเองจนได้พักผ่อนไปวูบหนึ่ง กลับต้องสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้าย ฝันว่าเลือดมากมายชโลมอยู่บนผิวกายขาวโพลนนั่น

 

นอนนิ่งอยู่พักใหญ่ ท้องไส้ก็เริ่มประท้วง…เขาไม่ได้กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมาหนึ่งวันเต็มๆ ทั้งที่บุฟเฟ่ต์มื้อเช้าอร่อยมาก แต่รูมเซอร์วิสของที่นี่กลับห่วยบรรลัยอย่างน่าผิดหวัง

 

วาสโก้ตัดสินใจลุกจากเตียง แต่งตัวด้วยชุดเดิมที่ส่งไปซักรีดกลับมาเรียบร้อย เขาคว้ากุญแจรถ ตั้งใจจะเช็คเอาท์ในวันนี้ เพราะการนอนค้างอยู่ในโรงแรมเดิมนานเกินไป อาจจะทำให้พวกเดียวกันสงสัยได้โดยไม่ต้องมีมูลเหตุ…ในภาวะแบบนี้ ใครจะไว้ใจใครได้

 

ถึงตรงนี้ ชายหนุ่มหัวเราะขื่นขมในลำคอ…

 

เขารักเนเว่มากเกินไป…มากเสียจนไม่อาจตัดใจแม้เด็กน้อยจะแฝงด้วยอันตรายเกินประเมิน

 

———

 

ผับแอนด์เรสเตอรองค์เปิดให้บริการตั้งแต่ก่อนตะวันตกดิน วาสโก้จึงอาศัยฝากท้องเอาไว้กับอาหารที่นี่ เขาจะกินมื้อเย็นให้อิ่มหนำ และเอาใจปากด้วยเบียร์ต่อท้ายสักสามสี่ขวด

 

ทว่า มื้ออาหารยังไม่ทันจบและเครื่องดื่มมึนเมาเพิ่งมาเสิร์ฟ ชายหนุ่มก็มีแขกมาเยือนถึงโต๊ะเสียก่อน

 

 

“มองอยู่แต่ไกลว่าคุ้นหน้า” เสียงหวานนุ่มเอ่ยทัก มือเรียวสีน้ำผึ้งทาบลงบนบ่ากว้าง “คุณวาสโก้นี่เอง”

 

“ลินดา” ชายหนุ่มเลิกคิ้วประหลาดใจ รีบจะลุกขึ้นตามมารยาท

 

แต่คนสวยกลับกดบ่าเอาไว้ “ไม่ต้องมีพิธีอะไรหรอกค่ะ ฉันมารบกวนคุณเอง”

 

“รบกวนอะไรกัน…เชิญนั่งตามสบายเลย” วาสโก้ยิ้ม ผายมือไปยังเก้าอี้ว่างด้านซ้ายมือของเขา

 

ลินดานั่งลง สั่งไวน์โดยไม่ต้องใช้กับเมนูกับบริกรที่เดินผ่านมา หันซ้ายขวาอย่างมีจริตก่อนถาม “เนเว่ไม่ได้มาด้วยกันเหรอคะ”

 

ไม่รู้เพราะความอ่อนล้า หรือเพราะบรรยากาศผ่อนคลายของหญิงสาวที่แผ่ออกมา วาสโก้จึงเลือกตอบไปตามตรง “เปล่าครับ…ผมมาคนเดียว”

 

“อือฮึ…” ดวงตาสีอำพันหรี่ลง ริมฝีปากแย้มยิ้ม “งั้นฉันขอฉวยโอกาสเดตกับคุณอีกสักครั้งจะได้ไหม”

 

คนฟังหัวเราะเบาๆ “แน่นอน…”

 

ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาพบกับลินดาเพียงลำพัง เริ่มต้นนั้นเป็นเพียงความบังเอิญ เธอมาพบเขาที่กำลังพักทานอาหาร ทั้งคู่พูดคุยกันถูกคอ  จึงมีการนัดเจอครั้งต่อๆ มา…เป็นความสัมพันธ์หยอกเย้า…ลินดารู้จากปากคำเนเว่ตอนที่ไปค้าขายเพียงลำพัง ว่าหนุ่มน้อยเป็นอะไรกับชายตรงหน้า แต่เขาและเธอเลือกจะมองข้ามไป

 

วาสโก้ยอมรับว่าลินดามีอิทธิพลต่อจิตใจ ซ้ำยังนับถือยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อพบว่านอกจากอาชีพค้าของเก่าแล้ว…เธอเปิดเผยตัวตนกับเขาเองว่าเป็น ‘คนขายข่าวอิสระ’ ผู้หญิงน้อยคนนักที่จะทำอาชีพนี้ได้ เพราะต้องอาศัยทั้งบารมี ไหวพริบ สติปัญญามากมายเกินกว่าคนส่วนใหญ่จะจินตนาการถึง

 

และแน่นอน เธอมองความกลุ้มใจของเขาออก เพียงแค่นั่งจิบไวน์ไปสองสามอึก

 

“คุณกลุ้มใจเรื่องของเนเว่อยู่ใช่ไหม”

 

คนถูกถามพยักหน้าช้าๆ มองสบดวงตาคู่งามใต้แสงโคมที่เริ่มฉาย

 

“ก่อนหน้านี้เขาเงียบราวกับเงา แต่เพราะวีรกรรมล่าสุด ทำให้เจ้าตัวเผยการเคลื่อนไหว ตอนนี้ไปไหนก็มีแต่คนเตือนให้ระวังเด็กมากกว่าผู้ใหญ่แล้ว รู้รึเปล่า” ลินดาถอนใจยาวด้วยความห่วงหา “ถ้าลงมือฆ่าเจ้าขี้ยานั่นในซอกตึกเสียเลย ก็คงจะดีกว่านี้…แต่ก็นะ…เนเว่คือเนเว่ เขายังไม่เคยฆ่าคน”

 

วาสโก้บอกไม่ถูกว่าควรจะประหลาดใจหรือโล่งใจ “แต่ฝีมือการใช้ปืนของหมอนั่น ไม่ใช่มือสมัครเล่น”

 

“พ่อของเขาสอนมาดี” หญิงสาวยิ้มหวาน จิบไวน์เข้าไปอึกใหญ่ “คุณเคยเจอพ่อของเขาไหม นั่นน่ะ อดีตผู้บังคับการตำรวจของเรเวน เกษียณอายุราชการก่อนเวลาเพราะเรื่องส่วนตัว”

 

เรื่องส่วนตัว อาจจะเกี่ยวข้องกับอาการบาดเจ็บ คนฟังสรุปเองในใจ

 

“เนเว่ถึงใช้ปืนเป็นสินะ” ชายหนุ่มถือวิสาสะแย่งแก้วไวน์มาจิบบ้าง เป็นการหยอกเล่นที่เคยทำกันบ่อย “แล้วทำไมเขาถึง…”

 

“ฉันบอกได้แค่ว่า…ซองโตเน่” ลินดาจรดปลายนิ้วเรียวบนริมฝีปากเคลือบสีส้มอิฐ “แต่แนะนำว่าคุณไม่ควรรู้อะไรไปมากกว่านี้…”

 

 

“ผมไม่สนว่าเขาจะเป็นใคร สายข่าว เหยื่อล่อ หรือแบบไหน” วาสโก้เสียงเข้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว “…ผมแค่ไม่อยากให้เขาเป็นอันตราย”

 

ในมุมที่คนร่วมโต๊ะมองไม่เห็นนั้น สาวงามแอบทำจมูกยุกยิกล้อเลียน…เธอได้กลิ่น…กลิ่นของความรักและความโง่งม

 

“คุณรักเขา” เสียงนุ่มอ่อนโยนประโลมปลอบ “ฉันมักจะซาบซึ้งกับเรื่องราวโรแมนติกแบบนี้…และสามารถช่วยได้”

 

ชายหนุ่มหันไปมองเธอ ยื่นมือไปกุมมือเรียวราวกับคนจมน้ำเห็นท่อนไม้

 

“ฉันมีเส้นสายพอจะส่งเนเว่ไปหลบในห่างไกล เอาให้ความตึงเครียดระหว่างวอลเธอร์กับซองโตเน่คลี่คลาย คุณค่อยไปรับเขากลับมา”

 

วาสโก้พยักหน้า สายตาเปี่ยมไปด้วยความหวัง

 

“แต่ว่า…….” หญิงงามปรายตา “ฉันเอ็นดูเขามาก ระหว่างที่เขาไม่อยู่ ฉันคงเหงาเกินทนไหว…”

 

สายตากรุ่นด้วยความร้อนแรงเชิญชวนนั้น หอมหวานดั่งกระดังงาลนไฟ

 

“ฉันอยากจะได้ใครสักคนคอยเอาใจ…แทนค่าตอบแทนให้ใครบางคนปลอดภัย…ได้หรือเปล่า”

 

วูบหนึ่งในอก วาสโก้บอกตัวเองว่าเขากำลังจะทำร้ายเนเว่อีกครั้ง…ด้วยการนอกใจ

 

แต่…ถ้าหากมันทำให้เด็กน้อยของเขารอดตายได้…

 

ซ้ำร้าย…กับหญิงสาวพราวเสน่ห์และรู้ว่าสิ่งไหนคือเล่น สิ่งไหนคือแท้…คงไม่มีปัญหาเท่าไหร่ ตราบเท่าที่ทั้งสองฝ่ายปิดเป็นความลับ

 

และเขาคงจะไม่ได้รับโอกาสดีแบบนี้อีกแล้วถ้าปฏิเสธเธอ

 

วาสโก้สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะยิ้มให้ลินดา…เขาสั่งเช็คบิลทั้งที่ยังไม่ได้ดื่มไปเท่าไหร่ หลังจากนั้นจึงตระกองร่างเพรียวงามขึ้นรถ ตรงไปยังร้านของเธอ

 

———

 

 

อากาศร้อนยิ่งทวีความน่ารำคาญ เมื่อเมฆฝนเริ่มสานตัวกันแน่นหนา ความชื้นพุ่งขึ้นสูง ส่งผลให้เหนียวเหนอะหนะผิว…โดยเฉพาะช่วงเวลาหลังเสร็จกามกิจ

 

ลินดายันตัวลุกขึ้นจากโต๊ะประเมินราคากลางร้าน ที่ๆ เธอใช้ต่างเตียง เหงื่ออุ่นๆ ไหลท่วมผิวกาย หญิงสาวบิดเอวไปมาให้หายเมื่อยขบ ก่อนจะหยิบชุดเดรสตัวเดิมขึ้นมาสวม

 

วาสโก้นั่งอยู่อีกฟากของโต๊ะ สวมเพียงกางเกงขายาว เหงื่อชุ่มโชกไม่ต่างกัน…ปลายสายตานั้นคือหัวกะโหลกกวาง กิ่งเขาสวยไร้ตำหนินั้นทำให้จำได้ว่ามันมาจากไหน

 

…สุขทางกาย แต่ใจกลับว่างเปล่า…ตัวเขาตอนนี้ คงไม่ต่างกับซากกวางตรงหน้าเท่าไหร่นัก

 

“อากาศร้อนจังเลย แอร์ก็ดันมาเสียช่วงนี้” เจ้าของสถานที่บอกขณะอ่านอะไรบางอย่างในสมาร์ทโฟน ก่อนจะเบนสายตาไปยังอีกคน “ช่วยเปิดหน้าต่างให้หน่อยได้ไหมคะ”

 

“โอเค…”  วาสโก้รับคำอย่างเลื่อนลอย วางเท้าเปลือยลงกับพื้น เดินตรงไปยังหน้าต่างโบราณที่ตีเป็นช่องถี่ๆ จุดประสงค์เพื่อใช้กันลมภายนอกมากกว่าจะระบายอากาศ

 

มือใหญ่ผลักบานไม้เปิด

 

…แล้วยืนนิ่งค้างเหมือนโดนคำสาป

 

คล้ายสมองถูกฟาดด้วยค้อนใหญ่ที่มองไม่เห็น…วาสโก้มือเย็นเท้าเย็น…สายตาของเขาจับโฟกัสไม่ได้ค่อยได้ ต้องใช้เวลาอยู่อึดใจกว่าจะรับรู้ความเป็นไปตรงหน้า

 

นัยน์ตาสีฟ้าสวยค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น และกำลังจ้องมองมา…ใบหน้าขาวนิ่งเรียบ หากริมฝีปากบางสั่นไหว แขนขาแข็งเกร็งดั่งหุ่นกระบอก…เหมือนเจ้าตัวตั้งใจจะเดินหนีไปให้พ้น แต่กลับขยับไม่ได้

 

…หยดน้ำหยดเล็ก…ร่วงออกมาจากลูกแก้วใส หล่นผ่านผิวแก้ม ปลายคาง แล้วลับหายไป…

 

เนเว่ขยับริมฝีปาก…อย่างยากเย็น

 

 

“ฝนตก…แล้วล่ะ”

 

 

คำโกหกนั้น ฉีกกระชากหัวใจคนฟังจนขาดวิ่น

 

 

TBC

20.

 

 

 

วาสโก้ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรดี เขาได้แต่จ้องมองร่างเล็ก…มองอยู่นานเท่าไหร่ไม่รู้ จนกระทั่งเจ้าตัวเป็นฝ่ายขยับก่อน

 

วูบแรกชายหนุ่มแทบจะกระโจนออกหน้าต่างไปคว้าเด็กน้อยของตนเอาไว้ไม่ให้หนีหาย แต่เนเว่แค่เดินอ้อมจากหน้าต่าง เข้ามาด้านในทางประตู

 

“ลินดา” ใบหน้าขาวมีรอยยิ้มทักทาย ราวกับเป็นวันปกติธรรมดา ราวกับแค่มาติดต่อค้าขาย

 

กลายเป็นเจ้าของร้านเสียเองที่ยิ้มไม่ค่อยออก เพราะผิดคาดหลายอย่าง ผิดที่หนุ่มน้อยไม่โวยวาย ผิดที่เขายังใจเย็นและเข้ามาหาเธอ…ผิดที่ได้เห็นน้ำตาหยดนั้น…ครั้งสุดท้ายที่เธอเห็นเนเว่ร้องไห้ คือตอนเจ้าตัวเล็กหกล้มเมื่ออายุไม่ถึงห้าขวบดี…

 

“ที่รัก…ฉันอธิบายเรื่องนี้ไ—–

 

 

คำกล่าวของหญิงสาวถูกหยุดเอาไว้ เมื่อมือขาวยกขึ้นเป็นเชิงห้าม

 

“ผมมาเพื่อคุยงาน…เราจะคุยกันแค่งาน ไม่มีเรื่องอื่น และไม่มีคนอื่น”

 

ความมั่นคงในน้ำเสียงนั้น กดดันทั้งเจ้าของร้านและใครอีกคนหนึ่ง…วาสโก้รู้สึกถึงเหงื่อร้อนและเหงื่อเย็นไหลผสมไปมาบนร่าง เขาคิดได้ว่าตนเองควรปลีกตัวไปอาบน้ำ แต่งตัว และรอรับเนเว่กลับบ้านพร้อมกัน…

 

“เอ่อ…ห้องน้ำเดินผ่านประตูไป แล้วเลี้ยวซ้ายสุดทาง” ลินดาบอกกับร่างสูงใหญ่ที่เดินวนไปมาหาทางออก

 

 

เมื่อบุคคล ‘ไม่พึงประสงค์’ ของผู้มาเยือนหายตัวไป คนที่เหลือจึงเริ่มคุยกันได้เสียที

 

“ผมเห็นข้อความที่คุณส่ง เลยรีบมา” เนเว่เดินเข้าหา แต่รักษาระยะไว้ไม่ใกล้ชิดอย่างเคย

 

“ใช่แล้ว ทางซองโตเน่ขอให้ส่งนี่ให้กับเธอ” ลินดาเดินไปยังลิ้นชักเก็บของทรงโบราณ หยิบกระดาษที่เย็บไว้เป็นชุดออกมายื่น

 

คนต้องการข่าวรับกระดาษชุดนั้นมาเปิด…ในนั้นเป็นสัญลักษณ์จุดกลมอยู่เต็มไปหมด หากเป็นแผ่นเดี่ยวอาจจะมองผ่านเป็นเพียงเศษกระดาษ แต่เมื่ออยู่รวมกันแล้ว ถึงมองออกว่า ‘มีระบบ’ อย่างชัดเจน

 

เนเว่กวาดสายตาอ่านคร่าวๆ แล้วจึงพับกระดาษใส่อกเสื้อกันลม “ขอบคุณมากครับ ช่วยได้เยอะเลย”

 

เพราะอีกฝ่ายทำท่าจะกลับไปทันที ลินดารีบเรียกเอาไว้ด้วยเสียงร้อนรนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “เนเว่ คือ…”

 

ทว่าเจ้าของชื่อเพียงแค่หันมา ยกนิ้วขึ้นจรดริมฝีปากบาง ส่ายหน้าช้าๆ

 

“ไม่ต้องบอกอะไรเกินจำเป็น คำนี้คุณเคยสอนผมใช่ไหมครับ” นัยน์ตาสีฟ้ามีแววโศกลึกอย่างปิดบังไม่ไหว “…คุณน่ะ เป็นผู้หญิงแบบที่เขาฝันถึง…ความชอบพอเป็นเรื่องส่วนบุคคล ผมไม่มีสิทธิห้ามเขา ไม่มีสิทธิห้ามคุณ”

 

ลินดารู้ตัวว่าทำเกินไปแล้ว มือเรียวยกขึ้นกุมอก “…ฉันอยากให้เธอรู้ ว่าทั้งหมดนี่เพื่อตัวเธอเอง…เลิกกับเขา ไปให้ไกลจากเมืองนี้ ไปในที่ๆ เธอจะสามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขได้ ลืมเรื่องของคนรุ่นเก่าให้หมดเถอะ”

 

คำตอบของคำวิงวอนนั้น คือเสียงหัวเราะแหบพร่าราวกับร้องไห้

 

“…ผมมาไกล…เกินกว่าจะกลับไปเป็นเด็กน้อยคนเดิมแล้วครับ”

 

……

………

 

วาสโก้กลับมาอีกครั้ง เพื่อพบว่าคนที่คอยเขาเสมอ ได้จากไปแล้วราวกับลมพัดผ่าน

 

ลินดานั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างหน้าต่างอันเป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องบาดหมาง เธอถือวิสกี้ขวดใหญ่แล้วนั่งกระดกอย่างไม่เหลือมาดนุ่มนวลชวนฝัน

 

“ฉัน…ไม่ได้คิดว่าจะทำให้เขาเจ็บปวดขนาดนี้…คาดผิดไปเอง” บอกเสียงแผ่วพลางยกซดอีกอึกใหญ่ “คุณอาจจะคิดตัวเองทำเพื่อช่วยให้เขาปลอดภัย…แต่ฉันต้องขอโทษและสารภาพไว้ตรงนี้ ว่าฉันเองต่างหากที่ได้รับการจ้างวานให้กันคุณออกจากเขา”

 

แปลว่าจังหวะการมาถึงของเนเว่นั้น เป็นแผนที่ลินดากำกับขึ้นมา

 

“ใครกัน…” คนฟังครางในลำคอ

 

“คนที่รักเนเว่มากกว่าใคร” บอกกำกวม ซ้ำยังแสยะยิ้มเยาะ “แถมคุณก็ใจง่าย แผนการเลยไปได้ดี…”

 

วาสโก้กำหมัดแน่น…จะโทษใครได้ นอกจากเจ็บใจตัวเองที่โง่เง่า

 

“ดังนั้นฉันก็เลยโดนเด็กที่เอ็นดูโกรธ เขาไม่ฟังฉันอีกแล้ว…” หญิงสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินลากเท้าเนิบช้ามาหา “…นี่…ปลอบใจฉันทีได้ไหม”

 

มือเรียวแตะต้องความเป็นชายใต้กางเกง…ลูบโลมปลุกปั่น เบียดทรวงอกอิ่มเข้ากับแผ่นอกกว้าง ส่ายเอวพลางลูบไล้ไปทั่ว

 

ชายใดคงต้านทานได้ยากกับลีลานี้…ทว่า…ตอนนี้วาสโก้ไม่เกิดอารมณ์ใดอีกแล้ว เขาแห้งแล้งและไม่ตอบสนองแม้ถูกเล้าโลมนับสิบนาที…ทำได้แค่เพียงยืนเฉย

 

ลินดาหยุดการเคลื่อนไหวในที่สุด…เธอทดสอบเขาเสร็จสิ้น…รู้แล้วว่าความรู้สึกของชายหนุ่ม ตอนนี้ตกเป็นของใคร

 

เจ้าของร้านเดินกลับไปยังตู้ลิ้นชักโบราณอีกครั้ง หยิบสำเนากระดาษอีกชุดนึงแล้วโยนลงบนโต๊ะกลาง เรียกความสนใจให้วาสโก้หันมามอง

 

“คุณเคยเห็นสัญลักษณ์พวกนี้หรือเปล่า” เธอถามหยั่งเชิง

 

วาสโก้จำไม่ได้ในแวบแรก…แต่เมื่อตั้งสติทบทวนอยู่ครู่หนึ่งจึงเบิกตากว้าง “ผมเคยเห็นเนเว่ได้รับมันมาจากเพื่อนที่ชื่อปิแอร์”

 

“นี่คือวิธีส่งข่าวลับของพวกซองโตเน่” ลินดาหันไปหยิบของในลิ้นชักอีกครั้ง โยนลงโต๊ะตามมาอีกชุด “มันอาจจะอ่านยากสักหน่อย แต่ถ้ามีแบบให้เทียบอักษรก็แกะตามได้สบาย ถึงจะช้ากว่าการอ่านแล้วแปลเลยก็ตาม”

 

ดวงตาสีดำจ้องมองชุดอักษรที่ถูกแปลเป็นสัญลักษณ์…ปกติมันไม่ค่อยอยู่ในรูปแบบการเขียนบนกระดาษเขาจึงไม่เคยเอะใจ แต่ถ้าตามที่สาธารณะในเมืองใหญ่ๆ จะสามารถ ‘สัมผัส’ ได้ไม่ยาก

 

‘อักษรเบรลล์’

 

พวกซองโตเน่ใช้อักษรเบรลล์ในการสื่อสารกัน มิน่าถึงไม่ค่อยมีคนดักจับข่าวสารได้ ไม่ต้องใช้สัญญาณ ถูกมองผ่าน เมื่ออ่านแล้วแค่ทำลาย หรือเก็บเอาไว้ก็ได้ถ้ามั่นใจว่าไม่มีใครรู้

 

หากความคาใจของวาสโก้ตอนนี้ อยู่ที่คนเดียว “…เนเว่คือใครกันแน่”

 

“อย่าถามเยอะได้ไหม แค่นี้ฉันก็เหมือนยื่นดาบให้ศัตรูไปแล้วเพราะคุณเป็นคนของวอลเธอร์” ลินดาแสดงสีหน้ารำคาญใจให้เห็นเป็นครั้งแรกนับจากรู้จักกันมา “อยากรู้มากกว่านั้น คุณก็ลองไปค้นหาจากเจ้าตัวเองสิ”

 

มาถึงจุดนี้ เขาสับสนไปหมดแล้วว่าหญิงขายข่าวอิสระนี้อยู่ข้างใดกันแน่ ค่อนไปทางซองโตเน่ แต่ยังยื่นมือมาช่วยเขา

 

หรือเหตุผลที่แท้จริงอาจไม่ใช่ฝ่ายใด แต่เป็นคนไหน

 

“ขอบคุณ…ลินดา…ผมสัญญาว่าจะปกป้องให้เขาปลอดภัย”

 

“ทำให้ได้อย่างปากว่าแล้วกัน” จบคำนั้น มือเรียวกระชากปืนลูกซองที่ซ่อนอยู่หลังตู้มาขึ้นลำอย่างชำนาญ “แล้วก็เตรียมตัวตายได้เลย…ถ้าวันรุ่งขึ้นพวกวอลเธอร์นั่งเรียนอักษรเบรลล์กันเต็มเมืองไปหมด”

 

วาสโก้นึกขอบคุณเธออย่างสุดใจ…ปนกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น

 

———

 

 

รถ 4WD จอดคาอยู่หน้าบ้านโดยไม่ได้ดับเครื่อง เพราะเจ้าของรถรีบพุ่งเข้าไปในบ้านไม้ซุงทันทีที่มาถึง

 

ภายในบ้านเรียบร้อย เงียบสนิทและเป็นปกติเสียจนน่าใจหาย…แต่เมื่อเปิดตู้เสื้อผ้าในห้องนอน กลับไม่พบกระเป๋าเป้ใบใหญ่และเสื้อผ้าของใครอีกคนเหลืออยู่

 

เนเว่มีข้าวของติดตัวน้อยเหลือเกิน น้อยอย่างที่เขานึกหวั่นเสมอ และในที่สุดอีกฝ่ายก็จากเขาไปอย่างไร้ร่องรอย

 

เจ้าของบ้านนั่งลงกับพื้น…เขาพลาดไป แวบแรกในหัวคืออีกฝ่ายอาจจะแวะไปหาพ่อที่โรงพยาบาล เขาวนไปแล้วแต่ไม่พบจึงรีบบึ่งรถมาที่บ้าน หวังให้อีกฝ่ายยังคงอยู่รออย่างที่เคยเสมอมา…แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว

 

โทษตัวเองอยู่พักใหญ่ จนทำใจเริ่มใหม่อีกครั้ง คราวนี้เขาลองค้นดูตามซอกตู้มุมเตียงมุมโซฟา…ก่อนหน้านี้เขาเห็นเนเว่เผลอวางเศษกระดาษสัญลักษณ์เอาไว้บ้าง อีกฝ่ายคงมั่นใจมากว่าเขาไม่มีวันรู้เท่าทัน…เป็นตามนั้น เขาไม่เคยฉุกใจจนกระทั่งลินดาแนะแนวให้

 

แต่หาจนทั่วบ้านก็ไม่เจอ เกือบจะสิ้นหวังแล้ว วาสโก้นึกถึงบางสิ่ง…ห้องเก็บฟืน ตอนที่อากาศยังหนาวเหน็บนั้น เพื่อประหยัดฟืน เนเว่จะเก็บเศษขยะแห้งที่เผาได้มาไว้รวมกัน ทั้งกิ่งไม้ ใบไม้แห้ง เศษกระดาษ…เมื่อหน้าหนาวผ่านไป เตาผิงไม่ได้จุดใช้อีก แต่ขยะยังคงเก็บสะสมไว้เสมอ

 

เจ้าของบ้านเปิดถุงขยะแห้งสำหรับเผาเป็นเชื้อเพลิง คุ้ยเขี่ยทุกซอกมุม และได้เศษกระดาษมีสัญลักษณ์ออกมานับสิบแผ่น…เขานำแบบเทียบอักษรของลินดามาเปิด แกะอ่านไปเรื่อยๆ

 

เนื้อหาในข่าวนั้น คือการแจ้งพิกัดที่อยู่ปัจจุบันของชาร์ลส์และเฮนเรียตต้า, จำนวนเวรยามที่เฝ้า, สมควรเสี่ยงรึเปล่า, พร้อมหรือไม่พร้อม,กำหนดการเดินทางและจุดหมาย, เวลาที่คาดว่าเป้าหมายจะออกจากตัวอาคาร ฯลฯ

 

ไม่ต้องคิดให้มากความ นี่คือข้อมูลสำหรับเตรียมการลอบสังหาร

 

วาสโก้สะกดตัวเองไว้ไม่ให้แจ้งข่าวไปยังโฆเซ่ เพราะทำเช่นนั้นเนเว่ต้องถูกจับตาย…เขาเปิดกระดาษสำเนาชุดใหญ่ที่ลินดามอบตัวจริงให้กับเนเว่ แกะอ่านจนรู้เรื่องราว

 

ทางซองโตเน่ เรียกเนเว่กลับไปในฐานะทายาท ชักชวนให้ฉวยโอกาสที่ชาร์ลส์กำลังป่วยหนัก โจมตีโดยเอาความแค้นในอดีตต่อ ‘โรแบร์โต้’ และ ‘เตียเร’ อดีตนายใหญ่และนายหญิงแห่งซองโตเน่เป็นเหตุผล…แก้แค้นให้พ่อแม่ที่วายชนม์ไป

 

วาสโก้เพิ่งรู้ตัว…ว่าเขารู้จักเด็กคนนี้น้อยเหลือเกิน

 

ระหว่างที่กำลังคร่ำเคร่งอยู่กับการแกะข้อมูลที่เหลือนั้้น เสียงข้อความในสมาร์ทโฟนก็รัวเข้ามาชุดใหญ่ เป็นข้อความจากโฆเซ่ และสมาชิกคนอื่นๆ แจ้งเตือนให้ระวังภัย…เพราะการโจมตีของพวกซองโตเน่รุนแรงมากขึ้นทุกวันแล้ว

 

รวมไปถึงข่าวล่าสุด ว่าทางซองโตเน่พยายามเชิดผู้นำคนใหม่ขึ้นมา

 

ในข้อความนั้นแนบรูปใบหน้าตรงของเนเว่…

 

TBC

  • งวดที่แล้วแจกมีด งวดนี้แจกปังตอ สับมันค่ะ
  • ตอนนี้ก็เฉลยแล้วนะคะ ว่าเนเว่เป็นใคร จะจบไงเนี่ยยยยยย (;{}; #เดี๋ยวนะเอ็งเป็นคนเขียน