macho_luglio 's cargo, Mostly fanfictions.

17-05-31-22-41-01-418_deco

 

ตอนเก่าาาาาาาาาา

 

19.

 

 

ในห้องของโรงแรมสี่ดาวนั้น ร่างใหญ่นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียง นิ้วมือกดพิมพ์ข้อความลงในสมาร์ทโฟน พิมพ์แล้วลบ ลบแล้วพิมพ์ใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า…หาเหตุผลให้น่าเชื่อถือจนพอใจ จึงจะกดส่ง…

 

วาสโก้มองข้อความของคืนก่อน หลังแอบเห็นความลับของเนเว่ และผ่านการสนทนากับโฆเซ่…เขาไม่เหลือแรงพอจะกลับบ้าน จึงส่งข้อความอ้างไปว่ามีงานด่วนจากนายใหญ่ ยังกลับไปไม่ได้ อีกฝ่ายส่งข้อความกลับมาว่าเข้าใจ

 

ส่วนวันนี้ เขาใช้เวลาทั้งวันนอนคิดหาทางออกให้ชีวิต แต่ยังไม่อาจพบวิธีไหน…เวลาใกล้ค่ำบอกให้เขาต้องส่งข้อความอีกครั้ง…จึงอ้างไปว่างานยังติดพันต่อเนื่องอีกคืน…เนเว่ตอบกลับมาเช่นเคยว่าเข้าใจ…

 

เขาไม่รู้ว่า ‘เข้าใจ’ นั้นจะเป็นจริงตามที่เจ้าตัวบอกหรือเปล่า อาจจะเริ่มระแวง อาจจะเริ่มหึงหวงว่าเขาไปค้างกับใคร มันเป็นได้ทั้งนั้น

 

 

เช่นเดียวกับตัวเขา ซึ่งระแวงและเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ ด้วยฐานะของเขาในตอนนี้ ควรทำตามคำแนะนำของโฆเซ่ คือรีบเขี่ยเด็กคนนั้นออกไปจากชีวิตให้ไวที่สุด

 

พยายามสะกดจิตตัวเองให้คิดว่านั่นเป็นเพียงคู่นอนชั่วคราว เป็นเพียงเด็กขายตัวดังที่เอ่ยอ้าง…ผู้ชายด้วยกันมันจะไปมั่นคงถาวรอะไร…หนำซ้ำการกันอีกฝ่ายออกไป อาจจะเป็นข้อดีแก่ทั้งสองฝ่าย เขาไม่ต้องกังวล เนเว่ปลอดภัย

 

…แต่เขาทำไม่ได้…

 

บนเตียงโรงแรมกว้างใหญ่…เมื่อไม่มีร่างเล็กให้กอดแล้วเขาหลับแทบไม่ลง ฝืนตัวเองจนได้พักผ่อนไปวูบหนึ่ง กลับต้องสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้าย ฝันว่าเลือดมากมายชโลมอยู่บนผิวกายขาวโพลนนั่น

 

นอนนิ่งอยู่พักใหญ่ ท้องไส้ก็เริ่มประท้วง…เขาไม่ได้กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมาหนึ่งวันเต็มๆ ทั้งที่บุฟเฟ่ต์มื้อเช้าอร่อยมาก แต่รูมเซอร์วิสของที่นี่กลับห่วยบรรลัยอย่างน่าผิดหวัง

 

วาสโก้ตัดสินใจลุกจากเตียง แต่งตัวด้วยชุดเดิมที่ส่งไปซักรีดกลับมาเรียบร้อย เขาคว้ากุญแจรถ ตั้งใจจะเช็คเอาท์ในวันนี้ เพราะการนอนค้างอยู่ในโรงแรมเดิมนานเกินไป อาจจะทำให้พวกเดียวกันสงสัยได้โดยไม่ต้องมีมูลเหตุ…ในภาวะแบบนี้ ใครจะไว้ใจใครได้

 

ถึงตรงนี้ ชายหนุ่มหัวเราะขื่นขมในลำคอ…

 

เขารักเนเว่มากเกินไป…มากเสียจนไม่อาจตัดใจแม้เด็กน้อยจะแฝงด้วยอันตรายเกินประเมิน

 

———

 

ผับแอนด์เรสเตอรองค์เปิดให้บริการตั้งแต่ก่อนตะวันตกดิน วาสโก้จึงอาศัยฝากท้องเอาไว้กับอาหารที่นี่ เขาจะกินมื้อเย็นให้อิ่มหนำ และเอาใจปากด้วยเบียร์ต่อท้ายสักสามสี่ขวด

 

ทว่า มื้ออาหารยังไม่ทันจบและเครื่องดื่มมึนเมาเพิ่งมาเสิร์ฟ ชายหนุ่มก็มีแขกมาเยือนถึงโต๊ะเสียก่อน

 

 

“มองอยู่แต่ไกลว่าคุ้นหน้า” เสียงหวานนุ่มเอ่ยทัก มือเรียวสีน้ำผึ้งทาบลงบนบ่ากว้าง “คุณวาสโก้นี่เอง”

 

“ลินดา” ชายหนุ่มเลิกคิ้วประหลาดใจ รีบจะลุกขึ้นตามมารยาท

 

แต่คนสวยกลับกดบ่าเอาไว้ “ไม่ต้องมีพิธีอะไรหรอกค่ะ ฉันมารบกวนคุณเอง”

 

“รบกวนอะไรกัน…เชิญนั่งตามสบายเลย” วาสโก้ยิ้ม ผายมือไปยังเก้าอี้ว่างด้านซ้ายมือของเขา

 

ลินดานั่งลง สั่งไวน์โดยไม่ต้องใช้กับเมนูกับบริกรที่เดินผ่านมา หันซ้ายขวาอย่างมีจริตก่อนถาม “เนเว่ไม่ได้มาด้วยกันเหรอคะ”

 

ไม่รู้เพราะความอ่อนล้า หรือเพราะบรรยากาศผ่อนคลายของหญิงสาวที่แผ่ออกมา วาสโก้จึงเลือกตอบไปตามตรง “เปล่าครับ…ผมมาคนเดียว”

 

“อือฮึ…” ดวงตาสีอำพันหรี่ลง ริมฝีปากแย้มยิ้ม “งั้นฉันขอฉวยโอกาสเดตกับคุณอีกสักครั้งจะได้ไหม”

 

คนฟังหัวเราะเบาๆ “แน่นอน…”

 

ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาพบกับลินดาเพียงลำพัง เริ่มต้นนั้นเป็นเพียงความบังเอิญ เธอมาพบเขาที่กำลังพักทานอาหาร ทั้งคู่พูดคุยกันถูกคอ  จึงมีการนัดเจอครั้งต่อๆ มา…เป็นความสัมพันธ์หยอกเย้า…ลินดารู้จากปากคำเนเว่ตอนที่ไปค้าขายเพียงลำพัง ว่าหนุ่มน้อยเป็นอะไรกับชายตรงหน้า แต่เขาและเธอเลือกจะมองข้ามไป

 

วาสโก้ยอมรับว่าลินดามีอิทธิพลต่อจิตใจ ซ้ำยังนับถือยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อพบว่านอกจากอาชีพค้าของเก่าแล้ว…เธอเปิดเผยตัวตนกับเขาเองว่าเป็น ‘คนขายข่าวอิสระ’ ผู้หญิงน้อยคนนักที่จะทำอาชีพนี้ได้ เพราะต้องอาศัยทั้งบารมี ไหวพริบ สติปัญญามากมายเกินกว่าคนส่วนใหญ่จะจินตนาการถึง

 

และแน่นอน เธอมองความกลุ้มใจของเขาออก เพียงแค่นั่งจิบไวน์ไปสองสามอึก

 

“คุณกลุ้มใจเรื่องของเนเว่อยู่ใช่ไหม”

 

คนถูกถามพยักหน้าช้าๆ มองสบดวงตาคู่งามใต้แสงโคมที่เริ่มฉาย

 

“ก่อนหน้านี้เขาเงียบราวกับเงา แต่เพราะวีรกรรมล่าสุด ทำให้เจ้าตัวเผยการเคลื่อนไหว ตอนนี้ไปไหนก็มีแต่คนเตือนให้ระวังเด็กมากกว่าผู้ใหญ่แล้ว รู้รึเปล่า” ลินดาถอนใจยาวด้วยความห่วงหา “ถ้าลงมือฆ่าเจ้าขี้ยานั่นในซอกตึกเสียเลย ก็คงจะดีกว่านี้…แต่ก็นะ…เนเว่คือเนเว่ เขายังไม่เคยฆ่าคน”

 

วาสโก้บอกไม่ถูกว่าควรจะประหลาดใจหรือโล่งใจ “แต่ฝีมือการใช้ปืนของหมอนั่น ไม่ใช่มือสมัครเล่น”

 

“พ่อของเขาสอนมาดี” หญิงสาวยิ้มหวาน จิบไวน์เข้าไปอึกใหญ่ “คุณเคยเจอพ่อของเขาไหม นั่นน่ะ อดีตผู้บังคับการตำรวจของเรเวน เกษียณอายุราชการก่อนเวลาเพราะเรื่องส่วนตัว”

 

เรื่องส่วนตัว อาจจะเกี่ยวข้องกับอาการบาดเจ็บ คนฟังสรุปเองในใจ

 

“เนเว่ถึงใช้ปืนเป็นสินะ” ชายหนุ่มถือวิสาสะแย่งแก้วไวน์มาจิบบ้าง เป็นการหยอกเล่นที่เคยทำกันบ่อย “แล้วทำไมเขาถึง…”

 

“ฉันบอกได้แค่ว่า…ซองโตเน่” ลินดาจรดปลายนิ้วเรียวบนริมฝีปากเคลือบสีส้มอิฐ “แต่แนะนำว่าคุณไม่ควรรู้อะไรไปมากกว่านี้…”

 

 

“ผมไม่สนว่าเขาจะเป็นใคร สายข่าว เหยื่อล่อ หรือแบบไหน” วาสโก้เสียงเข้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว “…ผมแค่ไม่อยากให้เขาเป็นอันตราย”

 

ในมุมที่คนร่วมโต๊ะมองไม่เห็นนั้น สาวงามแอบทำจมูกยุกยิกล้อเลียน…เธอได้กลิ่น…กลิ่นของความรักและความโง่งม

 

“คุณรักเขา” เสียงนุ่มอ่อนโยนประโลมปลอบ “ฉันมักจะซาบซึ้งกับเรื่องราวโรแมนติกแบบนี้…และสามารถช่วยได้”

 

ชายหนุ่มหันไปมองเธอ ยื่นมือไปกุมมือเรียวราวกับคนจมน้ำเห็นท่อนไม้

 

“ฉันมีเส้นสายพอจะส่งเนเว่ไปหลบในห่างไกล เอาให้ความตึงเครียดระหว่างวอลเธอร์กับซองโตเน่คลี่คลาย คุณค่อยไปรับเขากลับมา”

 

วาสโก้พยักหน้า สายตาเปี่ยมไปด้วยความหวัง

 

“แต่ว่า…….” หญิงงามปรายตา “ฉันเอ็นดูเขามาก ระหว่างที่เขาไม่อยู่ ฉันคงเหงาเกินทนไหว…”

 

สายตากรุ่นด้วยความร้อนแรงเชิญชวนนั้น หอมหวานดั่งกระดังงาลนไฟ

 

“ฉันอยากจะได้ใครสักคนคอยเอาใจ…แทนค่าตอบแทนให้ใครบางคนปลอดภัย…ได้หรือเปล่า”

 

วูบหนึ่งในอก วาสโก้บอกตัวเองว่าเขากำลังจะทำร้ายเนเว่อีกครั้ง…ด้วยการนอกใจ

 

แต่…ถ้าหากมันทำให้เด็กน้อยของเขารอดตายได้…

 

ซ้ำร้าย…กับหญิงสาวพราวเสน่ห์และรู้ว่าสิ่งไหนคือเล่น สิ่งไหนคือแท้…คงไม่มีปัญหาเท่าไหร่ ตราบเท่าที่ทั้งสองฝ่ายปิดเป็นความลับ

 

และเขาคงจะไม่ได้รับโอกาสดีแบบนี้อีกแล้วถ้าปฏิเสธเธอ

 

วาสโก้สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะยิ้มให้ลินดา…เขาสั่งเช็คบิลทั้งที่ยังไม่ได้ดื่มไปเท่าไหร่ หลังจากนั้นจึงตระกองร่างเพรียวงามขึ้นรถ ตรงไปยังร้านของเธอ

 

———

 

 

อากาศร้อนยิ่งทวีความน่ารำคาญ เมื่อเมฆฝนเริ่มสานตัวกันแน่นหนา ความชื้นพุ่งขึ้นสูง ส่งผลให้เหนียวเหนอะหนะผิว…โดยเฉพาะช่วงเวลาหลังเสร็จกามกิจ

 

ลินดายันตัวลุกขึ้นจากโต๊ะประเมินราคากลางร้าน ที่ๆ เธอใช้ต่างเตียง เหงื่ออุ่นๆ ไหลท่วมผิวกาย หญิงสาวบิดเอวไปมาให้หายเมื่อยขบ ก่อนจะหยิบชุดเดรสตัวเดิมขึ้นมาสวม

 

วาสโก้นั่งอยู่อีกฟากของโต๊ะ สวมเพียงกางเกงขายาว เหงื่อชุ่มโชกไม่ต่างกัน…ปลายสายตานั้นคือหัวกะโหลกกวาง กิ่งเขาสวยไร้ตำหนินั้นทำให้จำได้ว่ามันมาจากไหน

 

…สุขทางกาย แต่ใจกลับว่างเปล่า…ตัวเขาตอนนี้ คงไม่ต่างกับซากกวางตรงหน้าเท่าไหร่นัก

 

“อากาศร้อนจังเลย แอร์ก็ดันมาเสียช่วงนี้” เจ้าของสถานที่บอกขณะอ่านอะไรบางอย่างในสมาร์ทโฟน ก่อนจะเบนสายตาไปยังอีกคน “ช่วยเปิดหน้าต่างให้หน่อยได้ไหมคะ”

 

“โอเค…”  วาสโก้รับคำอย่างเลื่อนลอย วางเท้าเปลือยลงกับพื้น เดินตรงไปยังหน้าต่างโบราณที่ตีเป็นช่องถี่ๆ จุดประสงค์เพื่อใช้กันลมภายนอกมากกว่าจะระบายอากาศ

 

มือใหญ่ผลักบานไม้เปิด

 

…แล้วยืนนิ่งค้างเหมือนโดนคำสาป

 

คล้ายสมองถูกฟาดด้วยค้อนใหญ่ที่มองไม่เห็น…วาสโก้มือเย็นเท้าเย็น…สายตาของเขาจับโฟกัสไม่ได้ค่อยได้ ต้องใช้เวลาอยู่อึดใจกว่าจะรับรู้ความเป็นไปตรงหน้า

 

นัยน์ตาสีฟ้าสวยค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น และกำลังจ้องมองมา…ใบหน้าขาวนิ่งเรียบ หากริมฝีปากบางสั่นไหว แขนขาแข็งเกร็งดั่งหุ่นกระบอก…เหมือนเจ้าตัวตั้งใจจะเดินหนีไปให้พ้น แต่กลับขยับไม่ได้

 

…หยดน้ำหยดเล็ก…ร่วงออกมาจากลูกแก้วใส หล่นผ่านผิวแก้ม ปลายคาง แล้วลับหายไป…

 

เนเว่ขยับริมฝีปาก…อย่างยากเย็น

 

 

“ฝนตก…แล้วล่ะ”

 

 

คำโกหกนั้น ฉีกกระชากหัวใจคนฟังจนขาดวิ่น

 

 

TBC

20.

 

 

 

วาสโก้ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรดี เขาได้แต่จ้องมองร่างเล็ก…มองอยู่นานเท่าไหร่ไม่รู้ จนกระทั่งเจ้าตัวเป็นฝ่ายขยับก่อน

 

วูบแรกชายหนุ่มแทบจะกระโจนออกหน้าต่างไปคว้าเด็กน้อยของตนเอาไว้ไม่ให้หนีหาย แต่เนเว่แค่เดินอ้อมจากหน้าต่าง เข้ามาด้านในทางประตู

 

“ลินดา” ใบหน้าขาวมีรอยยิ้มทักทาย ราวกับเป็นวันปกติธรรมดา ราวกับแค่มาติดต่อค้าขาย

 

กลายเป็นเจ้าของร้านเสียเองที่ยิ้มไม่ค่อยออก เพราะผิดคาดหลายอย่าง ผิดที่หนุ่มน้อยไม่โวยวาย ผิดที่เขายังใจเย็นและเข้ามาหาเธอ…ผิดที่ได้เห็นน้ำตาหยดนั้น…ครั้งสุดท้ายที่เธอเห็นเนเว่ร้องไห้ คือตอนเจ้าตัวเล็กหกล้มเมื่ออายุไม่ถึงห้าขวบดี…

 

“ที่รัก…ฉันอธิบายเรื่องนี้ไ—–

 

 

คำกล่าวของหญิงสาวถูกหยุดเอาไว้ เมื่อมือขาวยกขึ้นเป็นเชิงห้าม

 

“ผมมาเพื่อคุยงาน…เราจะคุยกันแค่งาน ไม่มีเรื่องอื่น และไม่มีคนอื่น”

 

ความมั่นคงในน้ำเสียงนั้น กดดันทั้งเจ้าของร้านและใครอีกคนหนึ่ง…วาสโก้รู้สึกถึงเหงื่อร้อนและเหงื่อเย็นไหลผสมไปมาบนร่าง เขาคิดได้ว่าตนเองควรปลีกตัวไปอาบน้ำ แต่งตัว และรอรับเนเว่กลับบ้านพร้อมกัน…

 

“เอ่อ…ห้องน้ำเดินผ่านประตูไป แล้วเลี้ยวซ้ายสุดทาง” ลินดาบอกกับร่างสูงใหญ่ที่เดินวนไปมาหาทางออก

 

 

เมื่อบุคคล ‘ไม่พึงประสงค์’ ของผู้มาเยือนหายตัวไป คนที่เหลือจึงเริ่มคุยกันได้เสียที

 

“ผมเห็นข้อความที่คุณส่ง เลยรีบมา” เนเว่เดินเข้าหา แต่รักษาระยะไว้ไม่ใกล้ชิดอย่างเคย

 

“ใช่แล้ว ทางซองโตเน่ขอให้ส่งนี่ให้กับเธอ” ลินดาเดินไปยังลิ้นชักเก็บของทรงโบราณ หยิบกระดาษที่เย็บไว้เป็นชุดออกมายื่น

 

คนต้องการข่าวรับกระดาษชุดนั้นมาเปิด…ในนั้นเป็นสัญลักษณ์จุดกลมอยู่เต็มไปหมด หากเป็นแผ่นเดี่ยวอาจจะมองผ่านเป็นเพียงเศษกระดาษ แต่เมื่ออยู่รวมกันแล้ว ถึงมองออกว่า ‘มีระบบ’ อย่างชัดเจน

 

เนเว่กวาดสายตาอ่านคร่าวๆ แล้วจึงพับกระดาษใส่อกเสื้อกันลม “ขอบคุณมากครับ ช่วยได้เยอะเลย”

 

เพราะอีกฝ่ายทำท่าจะกลับไปทันที ลินดารีบเรียกเอาไว้ด้วยเสียงร้อนรนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “เนเว่ คือ…”

 

ทว่าเจ้าของชื่อเพียงแค่หันมา ยกนิ้วขึ้นจรดริมฝีปากบาง ส่ายหน้าช้าๆ

 

“ไม่ต้องบอกอะไรเกินจำเป็น คำนี้คุณเคยสอนผมใช่ไหมครับ” นัยน์ตาสีฟ้ามีแววโศกลึกอย่างปิดบังไม่ไหว “…คุณน่ะ เป็นผู้หญิงแบบที่เขาฝันถึง…ความชอบพอเป็นเรื่องส่วนบุคคล ผมไม่มีสิทธิห้ามเขา ไม่มีสิทธิห้ามคุณ”

 

ลินดารู้ตัวว่าทำเกินไปแล้ว มือเรียวยกขึ้นกุมอก “…ฉันอยากให้เธอรู้ ว่าทั้งหมดนี่เพื่อตัวเธอเอง…เลิกกับเขา ไปให้ไกลจากเมืองนี้ ไปในที่ๆ เธอจะสามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขได้ ลืมเรื่องของคนรุ่นเก่าให้หมดเถอะ”

 

คำตอบของคำวิงวอนนั้น คือเสียงหัวเราะแหบพร่าราวกับร้องไห้

 

“…ผมมาไกล…เกินกว่าจะกลับไปเป็นเด็กน้อยคนเดิมแล้วครับ”

 

……

………

 

วาสโก้กลับมาอีกครั้ง เพื่อพบว่าคนที่คอยเขาเสมอ ได้จากไปแล้วราวกับลมพัดผ่าน

 

ลินดานั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างหน้าต่างอันเป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องบาดหมาง เธอถือวิสกี้ขวดใหญ่แล้วนั่งกระดกอย่างไม่เหลือมาดนุ่มนวลชวนฝัน

 

“ฉัน…ไม่ได้คิดว่าจะทำให้เขาเจ็บปวดขนาดนี้…คาดผิดไปเอง” บอกเสียงแผ่วพลางยกซดอีกอึกใหญ่ “คุณอาจจะคิดตัวเองทำเพื่อช่วยให้เขาปลอดภัย…แต่ฉันต้องขอโทษและสารภาพไว้ตรงนี้ ว่าฉันเองต่างหากที่ได้รับการจ้างวานให้กันคุณออกจากเขา”

 

แปลว่าจังหวะการมาถึงของเนเว่นั้น เป็นแผนที่ลินดากำกับขึ้นมา

 

“ใครกัน…” คนฟังครางในลำคอ

 

“คนที่รักเนเว่มากกว่าใคร” บอกกำกวม ซ้ำยังแสยะยิ้มเยาะ “แถมคุณก็ใจง่าย แผนการเลยไปได้ดี…”

 

วาสโก้กำหมัดแน่น…จะโทษใครได้ นอกจากเจ็บใจตัวเองที่โง่เง่า

 

“ดังนั้นฉันก็เลยโดนเด็กที่เอ็นดูโกรธ เขาไม่ฟังฉันอีกแล้ว…” หญิงสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินลากเท้าเนิบช้ามาหา “…นี่…ปลอบใจฉันทีได้ไหม”

 

มือเรียวแตะต้องความเป็นชายใต้กางเกง…ลูบโลมปลุกปั่น เบียดทรวงอกอิ่มเข้ากับแผ่นอกกว้าง ส่ายเอวพลางลูบไล้ไปทั่ว

 

ชายใดคงต้านทานได้ยากกับลีลานี้…ทว่า…ตอนนี้วาสโก้ไม่เกิดอารมณ์ใดอีกแล้ว เขาแห้งแล้งและไม่ตอบสนองแม้ถูกเล้าโลมนับสิบนาที…ทำได้แค่เพียงยืนเฉย

 

ลินดาหยุดการเคลื่อนไหวในที่สุด…เธอทดสอบเขาเสร็จสิ้น…รู้แล้วว่าความรู้สึกของชายหนุ่ม ตอนนี้ตกเป็นของใคร

 

เจ้าของร้านเดินกลับไปยังตู้ลิ้นชักโบราณอีกครั้ง หยิบสำเนากระดาษอีกชุดนึงแล้วโยนลงบนโต๊ะกลาง เรียกความสนใจให้วาสโก้หันมามอง

 

“คุณเคยเห็นสัญลักษณ์พวกนี้หรือเปล่า” เธอถามหยั่งเชิง

 

วาสโก้จำไม่ได้ในแวบแรก…แต่เมื่อตั้งสติทบทวนอยู่ครู่หนึ่งจึงเบิกตากว้าง “ผมเคยเห็นเนเว่ได้รับมันมาจากเพื่อนที่ชื่อปิแอร์”

 

“นี่คือวิธีส่งข่าวลับของพวกซองโตเน่” ลินดาหันไปหยิบของในลิ้นชักอีกครั้ง โยนลงโต๊ะตามมาอีกชุด “มันอาจจะอ่านยากสักหน่อย แต่ถ้ามีแบบให้เทียบอักษรก็แกะตามได้สบาย ถึงจะช้ากว่าการอ่านแล้วแปลเลยก็ตาม”

 

ดวงตาสีดำจ้องมองชุดอักษรที่ถูกแปลเป็นสัญลักษณ์…ปกติมันไม่ค่อยอยู่ในรูปแบบการเขียนบนกระดาษเขาจึงไม่เคยเอะใจ แต่ถ้าตามที่สาธารณะในเมืองใหญ่ๆ จะสามารถ ‘สัมผัส’ ได้ไม่ยาก

 

‘อักษรเบรลล์’

 

พวกซองโตเน่ใช้อักษรเบรลล์ในการสื่อสารกัน มิน่าถึงไม่ค่อยมีคนดักจับข่าวสารได้ ไม่ต้องใช้สัญญาณ ถูกมองผ่าน เมื่ออ่านแล้วแค่ทำลาย หรือเก็บเอาไว้ก็ได้ถ้ามั่นใจว่าไม่มีใครรู้

 

หากความคาใจของวาสโก้ตอนนี้ อยู่ที่คนเดียว “…เนเว่คือใครกันแน่”

 

“อย่าถามเยอะได้ไหม แค่นี้ฉันก็เหมือนยื่นดาบให้ศัตรูไปแล้วเพราะคุณเป็นคนของวอลเธอร์” ลินดาแสดงสีหน้ารำคาญใจให้เห็นเป็นครั้งแรกนับจากรู้จักกันมา “อยากรู้มากกว่านั้น คุณก็ลองไปค้นหาจากเจ้าตัวเองสิ”

 

มาถึงจุดนี้ เขาสับสนไปหมดแล้วว่าหญิงขายข่าวอิสระนี้อยู่ข้างใดกันแน่ ค่อนไปทางซองโตเน่ แต่ยังยื่นมือมาช่วยเขา

 

หรือเหตุผลที่แท้จริงอาจไม่ใช่ฝ่ายใด แต่เป็นคนไหน

 

“ขอบคุณ…ลินดา…ผมสัญญาว่าจะปกป้องให้เขาปลอดภัย”

 

“ทำให้ได้อย่างปากว่าแล้วกัน” จบคำนั้น มือเรียวกระชากปืนลูกซองที่ซ่อนอยู่หลังตู้มาขึ้นลำอย่างชำนาญ “แล้วก็เตรียมตัวตายได้เลย…ถ้าวันรุ่งขึ้นพวกวอลเธอร์นั่งเรียนอักษรเบรลล์กันเต็มเมืองไปหมด”

 

วาสโก้นึกขอบคุณเธออย่างสุดใจ…ปนกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น

 

———

 

 

รถ 4WD จอดคาอยู่หน้าบ้านโดยไม่ได้ดับเครื่อง เพราะเจ้าของรถรีบพุ่งเข้าไปในบ้านไม้ซุงทันทีที่มาถึง

 

ภายในบ้านเรียบร้อย เงียบสนิทและเป็นปกติเสียจนน่าใจหาย…แต่เมื่อเปิดตู้เสื้อผ้าในห้องนอน กลับไม่พบกระเป๋าเป้ใบใหญ่และเสื้อผ้าของใครอีกคนเหลืออยู่

 

เนเว่มีข้าวของติดตัวน้อยเหลือเกิน น้อยอย่างที่เขานึกหวั่นเสมอ และในที่สุดอีกฝ่ายก็จากเขาไปอย่างไร้ร่องรอย

 

เจ้าของบ้านนั่งลงกับพื้น…เขาพลาดไป แวบแรกในหัวคืออีกฝ่ายอาจจะแวะไปหาพ่อที่โรงพยาบาล เขาวนไปแล้วแต่ไม่พบจึงรีบบึ่งรถมาที่บ้าน หวังให้อีกฝ่ายยังคงอยู่รออย่างที่เคยเสมอมา…แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว

 

โทษตัวเองอยู่พักใหญ่ จนทำใจเริ่มใหม่อีกครั้ง คราวนี้เขาลองค้นดูตามซอกตู้มุมเตียงมุมโซฟา…ก่อนหน้านี้เขาเห็นเนเว่เผลอวางเศษกระดาษสัญลักษณ์เอาไว้บ้าง อีกฝ่ายคงมั่นใจมากว่าเขาไม่มีวันรู้เท่าทัน…เป็นตามนั้น เขาไม่เคยฉุกใจจนกระทั่งลินดาแนะแนวให้

 

แต่หาจนทั่วบ้านก็ไม่เจอ เกือบจะสิ้นหวังแล้ว วาสโก้นึกถึงบางสิ่ง…ห้องเก็บฟืน ตอนที่อากาศยังหนาวเหน็บนั้น เพื่อประหยัดฟืน เนเว่จะเก็บเศษขยะแห้งที่เผาได้มาไว้รวมกัน ทั้งกิ่งไม้ ใบไม้แห้ง เศษกระดาษ…เมื่อหน้าหนาวผ่านไป เตาผิงไม่ได้จุดใช้อีก แต่ขยะยังคงเก็บสะสมไว้เสมอ

 

เจ้าของบ้านเปิดถุงขยะแห้งสำหรับเผาเป็นเชื้อเพลิง คุ้ยเขี่ยทุกซอกมุม และได้เศษกระดาษมีสัญลักษณ์ออกมานับสิบแผ่น…เขานำแบบเทียบอักษรของลินดามาเปิด แกะอ่านไปเรื่อยๆ

 

เนื้อหาในข่าวนั้น คือการแจ้งพิกัดที่อยู่ปัจจุบันของชาร์ลส์และเฮนเรียตต้า, จำนวนเวรยามที่เฝ้า, สมควรเสี่ยงรึเปล่า, พร้อมหรือไม่พร้อม,กำหนดการเดินทางและจุดหมาย, เวลาที่คาดว่าเป้าหมายจะออกจากตัวอาคาร ฯลฯ

 

ไม่ต้องคิดให้มากความ นี่คือข้อมูลสำหรับเตรียมการลอบสังหาร

 

วาสโก้สะกดตัวเองไว้ไม่ให้แจ้งข่าวไปยังโฆเซ่ เพราะทำเช่นนั้นเนเว่ต้องถูกจับตาย…เขาเปิดกระดาษสำเนาชุดใหญ่ที่ลินดามอบตัวจริงให้กับเนเว่ แกะอ่านจนรู้เรื่องราว

 

ทางซองโตเน่ เรียกเนเว่กลับไปในฐานะทายาท ชักชวนให้ฉวยโอกาสที่ชาร์ลส์กำลังป่วยหนัก โจมตีโดยเอาความแค้นในอดีตต่อ ‘โรแบร์โต้’ และ ‘เตียเร’ อดีตนายใหญ่และนายหญิงแห่งซองโตเน่เป็นเหตุผล…แก้แค้นให้พ่อแม่ที่วายชนม์ไป

 

วาสโก้เพิ่งรู้ตัว…ว่าเขารู้จักเด็กคนนี้น้อยเหลือเกิน

 

ระหว่างที่กำลังคร่ำเคร่งอยู่กับการแกะข้อมูลที่เหลือนั้้น เสียงข้อความในสมาร์ทโฟนก็รัวเข้ามาชุดใหญ่ เป็นข้อความจากโฆเซ่ และสมาชิกคนอื่นๆ แจ้งเตือนให้ระวังภัย…เพราะการโจมตีของพวกซองโตเน่รุนแรงมากขึ้นทุกวันแล้ว

 

รวมไปถึงข่าวล่าสุด ว่าทางซองโตเน่พยายามเชิดผู้นำคนใหม่ขึ้นมา

 

ในข้อความนั้นแนบรูปใบหน้าตรงของเนเว่…

 

TBC

  • งวดที่แล้วแจกมีด งวดนี้แจกปังตอ สับมันค่ะ
  • ตอนนี้ก็เฉลยแล้วนะคะ ว่าเนเว่เป็นใคร จะจบไงเนี่ยยยยยย (;{}; #เดี๋ยวนะเอ็งเป็นคนเขียน
Advertisements

Comments on: "[Novel] Be[lie]ve. – 19&20" (2)

  1. โฮ้ยยย โรแบร์โตกับเตียเร คิดถึงงง ;{};
    //อิโต้นี่สับใครก่อนดีคะ //มองลินดากะวาสโก้

  2. ฮือออออ วาสโก้เหมือนจะฉลาดอ่ะ แค่เหมือนจะ555555555555

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: